หุ้นกลุ่ม FAANG คืออะไร?

วันที่ 07 ก.ค. 2563 เวลา 07:57 น.
หุ้นกลุ่ม FAANG คืออะไร?
คอลัมน์ Investment Tracker โดย...บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร

ในโลกของการเงิน “FAANG” เป็นคำย่อ (อักษรตัวแรกของชื่อบริษัท) ที่อ้างอิงถึงหุ้นของกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติอเมริกันที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพสูงสุด 5 แห่ง ประกอบด้วย Facebook (FB) Amazon (AMZN) Apple (AAPL) Netflix (NFLX) และ Alphabet (GOOG - เดิมชื่อ Google)

“FAANG” ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายโดยผู้คิดริเริ่ม คือ Jim Cramer พิธีกรรายการโทรทัศน์ Mad Money ในปี 2556 ซึ่งยกย่องบริษัทเหล่านี้ว่า “มีความโดดเด่นในตลาด รวมถึงเป็นกลุ่มบริษัทที่ทรงอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก”

นอกจากจะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้บริโภคแล้ว บริษัททั้ง 5 ยังถือเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าตลาดรวมกันมากกว่า 4.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ข้อมูลเดือนมกราคม 2563)

การเติบโตอย่างมากของบริษัทกลุ่มนี้ได้รับแรงหนุนจากการเข้าลงทุนมากมายจากนักลงทุนทั่วโลกทั้งรายใหญ่ รายย่อย รวมถึงนักลงทุนสถาบัน เช่น Berkshire Hathaway (BRK), Soros Fund Management และRenaissance Technologies นี่เป็นเพียงไม่กี่นักลงทุนรายใหญ่ที่เพิ่มหุ้นของ FAANG เข้าไปในพอร์ตการลงทุน เพราะเชื่อในความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

หลักฐานแห่งความมั่นใจในศักยภาพของบริษัทกลุ่ม “FAANG” ก็เช่น

Facebook เป็นแพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยฐานผู้ใช้งานถึง 2.5 พันล้านคน ณ เดือนกันยายน 2562 หรือประมาณ 30% ของประชากรโลก จากฐานผู้ใช้งานนี้ Facebook มีความสามารถในการสร้างรายได้อย่างมหาศาล จากการขายโฆษณาที่ตรงเป้าหมาย และความแม่นยำในการวิเคราะห์รูปแบบการใช้งานของผู้ใช้

Amazon จากผู้บุกเบิกการขายหนังสือออนไลน์ กลายเป็นแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ของโลกในธุรกิจ e-commerce (B2C) ซึ่งใช้เทคโนโลยี cloud computing และการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อขายแคตตาล็อกค้าปลีก มีสินค้าให้เลือกมากกว่า 120 ล้านชิ้น มีลูกค้าเฉพาะในสหรัฐอเมริกามากกว่า 150 ล้านคน ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่ง จ่ายค่าบริการเพื่อสมัครใช้งานรายเดือน Amazon Prime ด้วยรายได้กว่า 2.65 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ และ ตัวเลขกำไรสุทธิ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นสิ่งยืนยันว่าทำไมนักลงทุนจึงเชื่อว่ามูลค่าตลาดของ Amazon ยังคงเติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคง

Netflix เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการเติบโตของจำนวนลูกค้า กับโดดเด่นในสตรีมมิ่งคอนเทนต์ออนไลน์ด้านภาพยนตร์ ซีรีย์ และรายการโทรทัศน์ ฐานสมาชิกของ Netflix เติบโตขึ้นอย่างมาก จาก 22 ล้านคนในปี 2554 เป็น 150 ล้านคนในปี 2562 เหตุผลส่วนหนึ่งเพราะการเปลี่ยนบทบาทดั้งเดิมของธุรกิจจากฐานะผู้รวบรวมภาพยนตร์ ไปยังผู้ผลิตคอนเทนท์รายใหญ่และมีคอนเทนท์ที่เป็นลิขสิทธิ์ของตนเอง

Apple Inc ได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลกในปี 2561 ด้วยการเริ่มต้นจากนวัตกรรมและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่ iPod ไปยัง iPhone iPad และ Apple Watch และตราบใดที่ Apple ยังคงคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่มีความเชื่อมั่นในแบรนด์ สิ่งนี้ยังคงนำไปสู่อำนาจการกำหนดราคา การขยายผลกำไร และกระแสเงินสดที่ดีขึ้น ซึ่งช่วยผลักดันราคาหุ้นให้สูงขึ้น ในขณะเดียวกันก็ทำให้ Apple สามารถสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นได้

Alphabet หรือ Google ยกระดับความเชี่ยวชาญหลักในฐานะ search engine ชั้นนำของโลก สู่ผู้พัฒนาธุรกิจโฆษณาออนไลน์ที่สร้างผลกำไรสูงมาก ในขณะเดียวกันก็ผลักดันการรักษาฐานผู้ใช้ผ่านเว็บแอปพลิเคชันยอดนิยม เช่น YouTube, Google Docs และ Google Maps และระบบปฏิบัติการมือถือของ Android ที่คิดเป็นส่วนแบ่งประมาณ 75% ของตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก

การเคลื่อนไหวของหุ้น FAANG ถูกมองว่าเป็นตัวแทนของตลาดหรือเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยรวมหุ้น FAANG แต่ละตัวนั้นส่วนใหญ่ซื้อขายในตลาด Nasdaq และยังรวมอยู่ในดัชนี S&P 500 ด้วยมูลค่าตลาดขนาดใหญ่ของหุ้นกลุ่มนี้เมื่อรวมกันแล้วคิดเป็นประมาณ 15% ของ S&P 500 ซึ่งสัดส่วนในระดับนี้ หมายความอีกนัยหนึ่งได้ว่าความผันผวนของราคาหุ้นของ FAANG สามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อดัชนี S&P 500 ได้ และเนื่องจาก S&P 500 ถูกใช้เป็นตลาดตัวแทนอย่างกว้างขวาง และยังเป็นตัวแทนของเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยรวม จึงยิ่งทวีคูณความสำคัญของหุ้นกลุ่มนี้มากขึ้นไปด้วยเช่นกัน

จากขนาดและอิทธิพลที่ไม่ธรรมดาของหุ้น FAANG ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่ที่อาจเกิดขึ้นในหุ้น FAANG ดังเห็นจากตัวอย่างที่เกิดขึ้นช่วงปลายปี 2561 เมื่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งได้รับมีผลการดำเนินการที่ปรับตัวลดลงขัดแย้งกับความแข็งแกร่งที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้นักลงทุนเริ่มสูญเสียความมั่นใจต่อหุ้นหลายตัวใน FAANG และได้ถูกประเมินมูลค่าลดลงมากกว่า 20% เพราะนักวิเคราะห์บางสำนักคาดการณ์ว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในภาวะขาลง จากการปรับมูลค่าของหุ้นบางตัวของ FAANG ลดลงนี้เอง เป็นผลทำให้ S&P 500 ปรับตัวลงอย่างมากในเดือนพฤศจิกายน 2561 ดังนั้นความผันผวนของหุ้นเหล่านี้ บางครั้งอาจจะส่งผลอย่างมากต่อตลาดโดยรวมจึงเป็นที่มาของความกังวลสำหรับนักลงทุนบางกลุ่มที่จะตัดสินใจลงทุนในหุ้น FAANG