จัดเงินลงทุนอย่างไร ถ้าไม่ได้มีเยอะ

วันที่ 27 พ.ค. 2563 เวลา 07:45 น.
จัดเงินลงทุนอย่างไร ถ้าไม่ได้มีเยอะ
คอลัมน์ ห้องความรู้บัวหลวง โดย...อรพรรณ บัวประชุม CFP? กองทุนบัวหลวง

ปี 2563 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าอะไรที่ไม่เคยคิดว่าจะเปลี่ยนก็ได้เปลี่ยน จากที่เราเคยเห็นเวลาทำงาน 9-5 นั่นก็หมายถึงทำงาน 9 โมงเช้า เลิกงาน 5 โมงเย็น ที่ออฟฟิศ ก็กลับกลายเป็นว่า anytime anywhere ทำงานที่ไหนก็ได้ ทำได้ทุกเวลา ซึ่งช่วงนี้ต้องเป็นแบบนี้ แม้ว่าอาจจะมีหลายคนที่คิดถึงออฟฟิศมาก หรือแม้แต่การทานอาหารแบบง่ายๆ เมื่อก่อนเราเดินไปสั่ง ไปกินที่ร้าน แต่เดี๋ยวนี้ต้องใช้ Application หรือใครที่สะดวกโทรสั่ง ก็ทำได้ เป็นการเร่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้เกิดเร็วขึ้น เป็นวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) นั่นเอง

แต่เอ๊ะ แล้วเกี่ยวอะไรกับการจัดสรรเงินลงทุนกันล่ะคะ ต้องมีส่วนเกี่ยวด้วยค่ะ

ที่แน่ๆ ถ้าพูดถึงกองทุนรวม ระยะเวลาการลงทุนเปลี่ยนแน่นอนค่ะ เพราะว่า เราอยากติดเทรนด์ใหม่ๆ กันสักหน่อย คราวนี้เรามาดูกันว่ามันมีเรื่องอะไรที่ new กันบ้าง

เนื่องจากปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงเยอะ รวมถึงเรื่องของการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน จากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่หมดสิทธิในเรื่องการลดหย่อนภาษีแล้ว และยังมีกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) และ กองทุนรวมเพื่อการออมแบบพิเศษ (SSF-X) ที่ออกมาเฉพาะช่วงเท่านั้น ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยในเรื่องการลงทุนว่าควรต้องลงทุนอย่างไร และถ้ายังไม่เคยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ต้องลงทุนด้วยหรือไม่

ง่ายๆ ที่อยากให้ทุกคนกลับมาคิดถึงก่อนการลงทุน นั่นก็คือ “เป้าหมาย” ในการลงทุนครั้งนี้ คืออะไร

ถ้าเป้าหมายคือ ลงทุนเพื่อเตรียมเงินไว้ใช้หลังเกษียณ แนะนำให้เลือกการลงทุนอย่างแรกใน กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ค่ะ เนื่องจากมีหลากหลายนโยบายให้เลือกลงทุน สำคัญตรงที่ไม่มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผล เท่ากับว่าเงินที่ลงทุนในกองทุนรวม RMF คือ เงินที่ต้องการเก็บไว้ใช้หลังเกษียณจริงๆ ด้วยเงื่อนไขกองทุนที่ว่า จะต้องมีอายุครบ 55 ปีก่อนจึงจะขายคืนได้ และต้องมีการลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ด้วย พิเศษในปี 2563 นี้ คือ ไม่มีเงื่อนไขการลงทุนขั้นต่ำ

ดังนั้น เราสามารถเลือกได้ว่าต้องการลงทุนเท่าไหร่ และสามารถลงทุนได้สูงถึง 30% ของเงินได้ทั้งปี (สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท) คิดง่ายๆ หากมีเงินได้ทั้งปี 1 ล้านบาท สามารถลงทุนในกองทุนรวม RMF ได้สูงสุด 300,000 บาท (เมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. กองทุนรวม SSF แบบธรรมดา กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน รวมถึงประกันชีวิตแบบนำนาญแล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท) ดังนั้น หากคำนวณเงินได้ 30% แล้วได้มากกว่าหรือเท่ากับ 500,000 บาท ก็จะไม่สามารถใช้สิทธิลงทุนในกองทุน SSF แบบธรรมดาได้อีก

ถ้าสิทธิลงทุนในกองทุนรวม RMF เต็มสิทธิแล้ว แต่ยังไม่เต็ม 500,000 บาท ก็มาลงทุนเพิ่มเติมในกองทุนรวม SSF แบบธรรมดา ซึ่งเป็นกองทุนรวมเพื่อการออม มีหลากหลายนโยบายให้เลือกลงทุนเช่นกัน แต่เมื่อลงทุนแล้วต้องถือครอง 10 ปีเต็ม สามารถเลือกได้ว่าต้องการเงินปันผลหรือไม่ โดยพิจารณาจากนโยบายกองทุนที่ต้องการได้เลย ซึ่งในส่วนของการลงทุนในกองทุนรวม SSF นี้ สามารถลงทุนได้สูงสุด 30% ของเงินได้ทั้งปีเช่นกัน แต่จะต้องไม่เกิน 200,000 บาท

แต่ถ้าหากต้องการสิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม ก็สามารถเพิ่มการลงทุนในกองทุนรวม SSF แบบพิเศษได้ แต่จะต้องรับความเสี่ยงได้สูง เนื่องจากกองทุนนี้ ไม่ว่าจะลงทุนที่ไหนก็ตาม นโยบายคือ ลงทุนในหุ้นไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ส่วนจะได้ปันผลหรือไม่นั้น ก็เลือกจากนโยบายของแต่ละกองทุนได้เลย ซึ่งการลงทุนในกองทุนรวม SSF พิเศษนี้ สามารถลงทุนได้สูงสุด 200,000 บาทเท่ากันทุกคนโดยที่ไม่ต้องคำนวณจากเงินได้แต่อย่างใด และต้องถือครอง 10 ปีเต็มเช่นกัน ที่สำคัญ ต้องลงทุนเฉพาะช่วงระหว่างวันที่ 1 เมษายน ถึง 30 มิถุนายน 2563 นี้เท่านั้นนะคะ

ดังนั้น หากใครที่ลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม RMF เต็มสิทธิลดหย่อนภาษี 500,000 บาทแล้ว จะลงทุนในกองทุนรวม SSF แบบธรรมดาก็ไม่สามารถลงทุนได้แล้ว แนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวม SSF แบบพิเศษค่ะ แต่ถ้าเราไม่จำเป็นต้องลงทุนเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีมากขนาด 700,000 การเลือกลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เพียงประเภทเดียวก็สามารถทำได้ และมีหลากหลายนโยบายให้เลือกก็จะช่วยตอบโจทย์การลงทุนสำหรับเป้าหมายการใช้เงินหลังเกษียณได้มากกว่านั่นเองค่ะ