คลินิกแก้หนี้ ทางด่วนแก้หนี้ ของดีต้องนำมาเล่า

วันที่ 25 พ.ค. 2563 เวลา 07:27 น.
คลินิกแก้หนี้ ทางด่วนแก้หนี้ ของดีต้องนำมาเล่า
คอลัมน์ เศรษฐกิจคิดง่ายๆ (ดิจิทัล) ตอนที่ 21/2563 โดย...สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร

อยากจะเริ่มต้นกับท่านผู้อ่านในวันนี้นะครับว่า จากการที่ผู้เขียนได้ลงไปคุย ลงไปหาข้อมูล ลงไปสังเกต ในเรื่องราวคนที่เป็นหนี้ คนที่มีบัญชีเงินกู้ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบ้าน บัตรเครดิต รถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งท่านผู้อ่านทราบหรือไม่ว่ามันรวมเป็นจำนวน 9 ล้านล้านบาทในระบบฐานข้อมูลของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ซึ่งถูกส่งเข้ามาทุกเดือนจากสมาชิกสถาบันการเงินกว่า 103 แห่ง

แน่นอนว่าในหนี้สินดังกล่าวนี้จะมีคนจำนวนหนึ่งที่เป็นหนี้เสีย คือจ่ายค่างวดไม่ได้ติดต่อกันเกินสามงวดหรือเกิน 90 วันครับ คนที่เป็นเจ้าของบัญชีเหล่านี้แหละคือคนที่ถูกเรียกว่า หนี้เสีย เป็นลูกหนี้ NPL แน่นอนว่าในประวัติการค้างชำระในอดีตจะคงยังปรากฏหากมีการนำเงินไปปิดบัญชี เพราะกติกาสมุดพกการชำระหนี้บอกว่า ประวัติการค้างชำระเข้ามาในระบบเดือนใดก็ตาม อีก 3 ปีประวัตินั้น ข้อมูลนั้นจะออกไปจากระบบครับ

ทางเลือกทางรอดของคนที่เป็นหนี้เสียโดยเฉพาะหนี้ที่เกิดจากบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลหรือ Personal Loan จึงควรเข้าคลินิกแก้หนี้เพื่อ

1. รวมหนี้ที่จ่ายไม่ได้เป็นยอดเดียว

2. ปรับสมดุลใหม่ในการจ่ายตามความสามารถของรายได้ คือปรับตารางการจ่ายหนี้ใหม่

3. ดอกเบี้ยจะลดลงมาจาก 28% บ้าง 18% บ้าง จะเหลือเลขตัวเดียว (เบาตัวไปเยอะ)

4. ไม่เสียเวลาในการไปคุยทีละเจ้าหนี้ให้วุ่นวายใจ

พอเหตุการณ์ของ COVID-19 เกิดขึ้นมันก็จะกระทบกับคนที่เข้าโครงการ คนที่กำลังตัดสินใจเข้าโครงการ ผมได้คุยกับคนของธนาคารกลาง เขาก็คิดยาสองสูตรมาเพิ่มให้กล่าวคือ

1. สูตรหนึ่ง จะแขวนหนี้ดีไหมตั้งแต่เมษายนถึงกันยายน คิดเป็น 6 เดือน ดอกเบี้ยก็เดินต่อไปนะหากแต่รับจ่ายของตัวลูกหนี้ก็พ้นภัยเรื่องเงินขาดมือในช่วงนี้

2. ถ้าตัวลูกหนี้ยังผ่อนไหว ไม่อยากแขวนหนี้ก็รับโบนัสเรื่องลดดอกเบี้ยลงไปอีก 2% เช่นถ้าผ่อนอยู่ที่ 7% ก็ลดลงไปที่ 5%เป็นต้น คนทำดีต้องมีรางวัล อันนี้คือยาสูตรสอง ขอให้ดูภาพประกอบที่ 1 นะครับ

ทีนี้มาดูเรื่องหนี้บ้านกับหนี้รถยนต์ ถ้าเรายังมีปัญหาเรื่องสองบัญชีนี้อยู่ ก็ให้เดินไปคุยกับเจ้าหนี้ว่าฉันขอเข้าปรับโครงสร้างหนี้ ดูตามมาตรฐานขั้นต่ำที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดออกมา ดังภาพประกอบที่ 2 เป็นแนวทางในการเจรจาตกลงนะครับ ไปตามเส้นทางนั้นเลยครับ ได้ไม่ได้ก็ต้องคุย นั่งคิดไปเองว่าไม่ได้แล้วก็ไม่คุย มันไม่มีประโยชน์ครับ ภาระที่แบกไว้จะได้ผ่อนหนักเป็นเบา ทีนี้ต่อมาถ้าคุยแล้วไม่รู้เรื่อง เห็นว่าจะมีการยื้อ เตะถ่วงเวลา หรือไม่คิดจะช่วยจริง (แต่ตัวลูกหนี้ก็ต้องสุดๆ นะครับจะไปกั๊ก ไปเล่นเกมส์ เล่นเหลี่ยมไม่ได้นะครับ ต้องสุภาพ เปิดเผย และไม่เอาเปรียบกัน) ก็ส่งเรื่องของเราที่เจอปัญหาไปทางด่วนแก้หนี้เลยครับ โทรไปคุยศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) เบอร์โทรศัพท์ 1213 เพื่อให้คนกลางที่เสียงดัง เข้ามาเป็นพยาน คอยดูคอยช่วยให้เรื่องลงตัว อย่าเป็นแบบการฟ้องนะครับ มันเป็นแบบไปสั่นกระดิ่งร้องทุกข์สมัยพ่อขุนรามคำแหง หรือไปร้องทุกข์ที่ศาลไคฟงในเรื่องเปาบุ้นจิ้น แม้คนกลางจะดูเป็นชาววังไปบ้างก็อย่าไปถือสาท่าน เพราะบางท่านก็ลูกชาวบ้านแต่ที่ทำงานเป็นตึกในบริเวณวังครับ เขาคงมีใจช่วยกันบ้างแหละครับ คงไม่เป็นแบบคนลืมรอยเท้าตัวเองหรอกครับ ทางนี้แหละที่จะทำให้การคุยกันระหว่างเจ้าหนี้ ลูกหนี้ ในสายตาคนกลางมันจบได้ในแบบวิถีไทยเรา ไอ้เรื่องความเชื่อว่า ลูกหนี้เจ้าหนี้มีอำนาจในการต่อรองเท่ากันมันมีแต่ในนิยายขายฝัน

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดครับ 2 ภาพประกอบวันนี้เป็นไฟต์บังคับว่าคนที่เป็นลูกหนี้ที่เสียไปแล้วต้องอ่าน ทำความเข้าใจ และก้าวข้ามความกลัว ความอาย เข้าไปแก้ไขหนี้ครับ เราก่อมันมากับมือ เราถูกมันเผามือลวกมือ เราก็ต้องเอามือเรานี้ไปแก้ปมที่เราผูกไว้

คนเป็นหนี้เสีย แก้ได้ ใช้คลินิกแก้หนี้

เมื่อมีปัญหาการเจรจา เรียกหาทางด่วนแก้หนี้

เป็นกำลังใจให้กับทุกท่านครับ

บทความแนะนำ