โอกาสรอดด้วย "การรวมหนี้"

วันที่ 20 พ.ค. 2563 เวลา 06:54 น.
โอกาสรอดด้วย "การรวมหนี้"
คอลัมน์ ตลาดนัดการเงิน โดย...K-Expert K-Expert คนอง ศรีพิบูลพานิชย์ ที่ปรึกษาการเงิน ธนาคารกสิกรไทย

ผลกระทบที่เกิดจากพิษ COVID 19 อาจทำให้ฐานะทางการเงินเกิดสภาวะ “ชักหน้าไม่ถึงหลัง” หากเงินในกระเป๋าที่มีอยู่อย่างจำกัดในแต่ละเดือน แล้วต้องเลือกจ่ายหนี้ที่มีอยู่อย่างมากมายไม่ว่าจะเป็น หนี้จากการผ่อนบ้าน รถยนต์ หนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล ทำให้หัวหมุนติ้ว คิดไม่ออกว่าจะหาเงินมาใช้หนี้ได้ยังไง จากที่เคยหมุนเงิน เดือนชนเดือน ก็เริ่มจะหมุนไม่คล่องเหมือนเคย วันนี้ เราจะมาดูโอกาสรอดวิกฤติครั้งนี้ด้วย ”การรวมหนี้” กันครับ

"รายได้ลด ไม่อยากเสียเครดิต" ทำยังไงดี

สำหรับผู้ที่ประสบภาวะรายได้ลดลง เดิมเคยมีรายได้หลายทาง เช่น เงินเดือน โอที เงินปันผลจากการลงทุนในหุ้น และรายได้จากค่าเช่าบ้านหรือคอนโดฯ อาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ทำให้รายได้ลดลง อย่างเช่น โดนลดเงินเดือน ลดโอที หุ้นที่ถือไม่จ่ายเงินปันผล หรือไม่มีผู้เช่าบ้านหรือคอนโดฯ เมื่อเงินในกระเป๋าลดลง แต่หนี้ที่ยังต้องชำระยังมีอยู่เหมือนเดิม และอยากหาทางออกที่ดีสำหรับตัวเองเพื่อไม่ให้เสียเครดิตกับสถาบันการเงิน ลองตรวจสอบทรัพย์สินและภาระหนี้ที่มีทั้งหมด เงินที่ต้องผ่อนชำระในแต่ละเดือน รายได้ที่ยังมีในแต่ละเดือน และค่าใช้จ่ายส่วนตัวและครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบ ลิสต์ออกมาเป็นรายการว่ามีอะไรบ้าง และลองมาหาทางออกด้วยการรวมหนี้กันครับ

รวมหนี้บัตรเครดิตหลายใบไว้ที่เดียว (Debt Consolidation)

เงื่อนไขสำคัญของการรวมหนี้นั้น สามารถทำได้เฉพาะผู้ที่มีประวัติในการผ่อนชำระดี ไม่มีประวัติค้างชำระ สำหรับผู้ที่มีหนี้บัตรเครดิตหลายใบ ด้วยจำนวนเงินขั้นต่ำบัตรเครดิตที่เลือกชำระได้เพียง 10% ของยอดหนี้คงค้าง (ในช่วง COVID 19 เหลือ 5% ของยอดหนี้คงค้าง) หลายๆคนคงมองว่าไม่ได้เป็นจำนวนเงินที่มากมายอะไร สามารถนำรายได้ที่มีมาชำระขั้นต่ำได้อย่างสบาย แต่วันที่เงินในกระเป๋าไม่ได้มีเท่าเดิม อาจส่งผลถึงความคล่องตัวในการใช้จ่ายได้ อย่างเช่น คุณชมยศ มีหนี้บัตรเครดิตอย่างเดียว 3 ใบ รวมยอดหนี้ 100,000 บาท ผ่อนชำระขั้นต่ำ 10,000 บาททุกเดือนก่อนหน้าก็ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ แต่เมื่อรายได้ประจำรวมคอมมิสชั่นลดลงจาก 40,000 บาท เหลือ 20,000 บาท เริ่มผ่อนชำระขั้นต่ำไม่ไหว ทำให้ต้องหมุนบัตรใบโน้นมาโปะบัตรใบนี้ หมุนไปมาจนเริ่มมีปัญหาในการใช้เงินที่ไม่คล่องตัว

จากปัญหาหนี้บัตรเครดิตและรายได้ที่ลดลง หากคุณชมยศ มีความตั้งใจที่จะเริ่มต้นชำระหนี้อย่างจริงจัง ควรเลิกใช้บัตรเครดิตที่มีอยู่ทั้ง 3 ใบ และเปลี่ยนมาใช้บัตรเดบิตหรือเงินสดแทน แล้วทำบันทึกรายรับจ่ายประจำเดือน ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง หลังจากนั้นทำการรวมยอดหนี้บัตรเครดิตมาเป็นหนี้สินเชื่อบุคคลเพียงก้อนเดียว และผ่อนหนี้เพียงแห่งเดียว ก็จะช่วยให้ลดภาระหนี้ได้จากเดิมเดือนละ 10,000 บาท เหลือเงินผ่อนชำระเพียง 2,800 บาทเท่านั้น (เงินต้น 1 แสนบาท อัตราดอกเบี้ย 22% ผ่อน 60 เดือน) ช่วยลดเงินผ่อนชำระได้สูงถึงเดือนละ 7,200 บาทเลยทีเดียว

ข้อดีของการรวมหนี้บัตรหลายใบไว้ที่เดียวกับสินเชื่อส่วนบุคคล จะช่วยบรรเทาปัญหาสภาพคล่องได้โดยการลดอัตราผ่อนชำระต่อเดือนให้น้อยลง แต่ก็มีข้อพึงระวังที่ต้องแลกมาด้วยอัตราดอกเบี้ยจากสินเชื่อบุคคลที่สูงถึง 17%-26% ต่อปี สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่คิดเพียง 18% ต่อปี

ทางเลือกใหม่ ในการผ่อนชำระ

คงมีอีกหลายท่านที่คิดว่า ภาระหนี้ที่มีผ่อนชำระอยู่ไม่ได้มีแต่บัตรเครดิต ไหนจะต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถยนต์ ดูแลค่าใช้จ่ายครอบครัว ก่อนอื่นควรที่จะตรวจสอบทรัพย์สินและภาระหนี้ที่มีทั้งหมดที่มี อย่างเช่น คุณเทียนไข เป็นพนักงานบริษัท มีรายได้ 50,000 บาทต่อเดือน และมีรายได้จากการปล่อยเช่าคอนโดฯเดือนละ 20,000 บาท รวมรายได้ 70,000 บาทต่อเดือน โดยคอนโดฯเพิ่งกู้เงินมาซื้อหลังจากผ่อนรถยนต์หมด ต่อมาผู้เช่าโดนพิษ COVID ยกเลิกการเช่าห้อง ทำให้เหลือรายได้ประจำเพียงอย่างเดียว แต่ภาระผ่อนไม่ได้ลดลง มีภาระหนี้จากหนี้บัตรเครดิต 3 ใบ รวม 200,000 บาท สินเชื่อบุคคล 200,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 20,000 บาทและ 10,000 บาทตามลำดับ ผ่อนชำระคอนโดฯที่ปล่อยเช่าเดือนละ 20,000 บาท ภาระที่ต้องผ่อนรวม 50,000 บาทต่อเดือนเท่ากับเงินเดือนที่มี ทั้งนี้ คุณเทียนไข มีทรัพย์สินเป็นบ้านที่อยู่กับพ่อแม่ และรถยนต์ที่เพิ่งปลอดภาระ

จากปัญหารายได้ที่ลดลงจากค่าเช่าคอนโดฯ หนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคลที่มี หากคุณเทียนไข มีรถยนต์ที่ปลอดภาระผูกพัน ทางเลือกในการรวมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคล แล้วนำรถยนต์ที่ปลอดภาระไปขอสินเชื่อ และผ่อนชำระเพียงแห่งเดียว ก็จะช่วยลดภาระผ่อนหนี้ให้ลดลงได้จากเดิมที่ต้องผ่อนเดือนละ 30,000 บาท เหลือเพียงเดือนละ 10,534 บาท (เงินต้น 4 แสน ผ่อน 48 เดือน อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกเบี้ย 12% ) เมื่อรวมกับภาระผ่อนคอนโดฯ แล้ว ทำให้เหลือยอดหนี้ผ่อนชำระเพียงเดือนละ 30,534 บาท จะเห็นได้ว่ายอดหนี้ผ่อนต่อเดือนลดลงได้สูงถึง 19,466 บาทเลยทีเดียว

การรวมหนี้ไว้ที่เดียวโดยกู้เงินจากรถยนต์ที่ปลอดภาระมาปิดหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล แล้วผ่อนชำระเพียงทางเดียว นอกจากช่วยคุณเทียนไขลดอัตราผ่อนชำระต่อเดือนและช่วยลดดอกเบี้ยให้น้อยลงแล้ว ข้อดีอีกอย่างของสินเชื่อรถยนต์ คือ มีให้เลือกรูปแบบคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกเบี้ยเหมือนสินเชื่อบ้าน และสามารถโปะหนี้เมื่อไหร่ก็ได้ที่มีเงินก้อน

ทั้งนี้ การรวมหนี้มีทั้งข้อดีและข้อพึงระวัง หากเราใช้การรวมหนี้แล้วไม่สร้างวินัยทางการเงินที่ดีควบคู่ไปด้วย ยังคงมีค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอยู่ อาจมีโอกาสทำให้ต้องกลับมาอยู่ในสภาพ “ชักหน้าไม่ถึงหลัง” เหมือนเดิม