ความบางคำในหนังสือของ กนง. กับชีวิตประจำวันของคนเดินดินกินข้าวแกง

วันที่ 17 ก.พ. 2563 เวลา 07:07 น.
ความบางคำในหนังสือของ กนง. กับชีวิตประจำวันของคนเดินดินกินข้าวแกง
คอลัมน์ เศรษฐกิจคิดง่ายๆ (ดิจิทัล) ตอนที่ 6/2563 โดย...สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร

เมื่อคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งมีหน้าที่หลักดูแลงานด้านเสถียรภาพกับความมั่นคงแข็งแรงในระบบเศรษฐกิจผ่านกลไกในนโยบายการเงินซึ่งเป็นเรื่องระยะยาว ต่างจากนโยบายภาครัฐที่มาจากฟากฝั่งการเมืองที่มีแรงกดดันให้ต้องดำเนินนโยบายที่เห็นผลเร็ว ระยะสั้น และต้องตอบสนองต่อความต้องการของมวลชนให้เกิดความชื่นชอบ ความขัดแย้งในเชิงความคิดทางนโยบาย ความเห็นที่ต้องตรงกันในการดำเนินนโยบายจึงเป็นศิลปะโดยแท้ของการสื่อสาร การสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกันและกัน ของทีมงาน ของผู้นำองค์กรที่ต่างต้องรับผิดชอบกับ legal mandated ที่ได้รับมา

หนังสือเปิดผนึกที่มีความโปร่งใสในสิ่งที่คิดว่ามันเป็น สิ่งที่คิดจะทำและสิ่งที่คาดว่าจะเกิด ระหว่าง กนง. กับเจ้ากระทรวงที่หลายปีก่อนในอดีตเป็นเรื่องลับ หากแต่ในรัฐบาลชุดก่อนได้กำหนดให้เปิดเผยต่อสาธารณะ หนังสือที่สื่อสารระหว่างหน่วยงานแต่สาธารณะได้รับรู้จะนำไปสู่การตีความ วิเคราะห์ คาดหมาย และความคาดหวัง แล้วแต่มุมมองของคนที่จะนำไปคิดไปใช้งานต่อ

หนังสือในเวลาปัจจุบันมีสิ่งที่ผู้เขียนคิดว่าน่าสนใจคือปัจจัยเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจที่ทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องก็เป็นผลมาจาก

(1) พัฒนาการทางเทคโนโลยีการผลิต ช่วยให้ผู้ประกอบการผลิตสินค้าได้มากขึ้นภายใต้ต้นทุนที่ต่ำลง โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตน้ำมันและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น ทำให้ราคาสินค้าเหล่านี้ปรับลดลงจากในอดีต

(2) การขยายตัวของธุรกิจ E-Commerce ทำให้ต้นทุนการขายสินค้าและบริการต่ำลง รวมถึงเกิดการแข่งขันด้านราคามากขึ้น ทำให้อำนาจในการตั้งราคาสินค้าของผู้ประกอบการลดลง

(3) การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้ความต้องการซื้อสินค้าและบริการในภาพรวมปรับลดลงเนื่องจากประชากรส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ ซึ่งมีรายได้หลังสูตรเกษียณลดลง ขณะที่ประชากรวัยทำงานจะมีแนวโน้มออมเงินมากขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายของประชาชนโดยเฉลี่ยปรับลดลง

สิ่งเหล่านี้ข้างต้นได้เกิดขึ้นกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกและเป็นแรงกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลก รวมถึงเงินเฟ้อในประเทศไทยมีแนวโน้มต่ำลงจากในอดีตด้วย ในระยะข้างหน้า กนง. ประมาณการว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปี 2563 อยู่ที่ 0.8% ซึ่งต่ำกว่ากรอบเป้าหมายนโยบายการเงิน และในหนังสือยังระบุต่อไปตามข่าวสารที่เสนอออกมาอีกว่ายังคงมีแรงกดดันจากราคาพลังงานที่อิงกับการค่อยๆ ฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และบางครั้งก็อาจมีความผันผวนจากความไม่ลงตัว การมีข้อพิพาทในตะวันออกกลาง

การที่อัตราเงินเฟ้อที่ถูกประมาณการต่ำกว่าขอบล่างของอัตราเงินเฟ้อเป้าหมาย การดำเนินนโยบายก็ต้องสอดคล้องกันคือน่าจะไปในทิศทางผ่อนคลายมากกว่าเข้มงวด หากแต่ว่ามันยังมีประเด็นแทรกซ้อนเข้ามาก่อนที่หนังสือนี้จะถูกสื่อสารออกมาคือ

1. การเติบโตของเศรษฐกิจไทยต่ำกว่าศักยภาพ ได้รับผลกระทบจากภาคการท่องเที่ยว อันมีสาเหตุจากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ มีผลกระทบจากการส่งออก มีเรื่องบาทแข็งบาทอ่อน มีเรื่องภัยแล้ง สุดท้ายงบประมาณออกมาล่าช้าเพราะนิสัยถาวรของนักการเมืองบางคนบางประเภทที่ถูกนักการเมืองอาวุโสระบุว่าเป็นตัวกาลกิณี เรียกได้ว่าเริ่มต้นปีหนูอย่างสาหัสพอประมาณ

2. ยังมีความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ใต้พรมอาจจะเรียกว่า หงส์ดำ หรือ แรดขาว ซ่อนอยู่ในเรื่องของหนี้ครัวเรือน ระบบสถาบันการเงินประเภทหนึ่งที่มิได้ถูกกำกับดูแลอย่างเข้มข้นแต่เติบโตจนมาถึงระดับ 2 ล้านล้านบาท มีผู้คนที่ติดกับดักในการก่อหนี้จนรายได้ถูกตัดยอดไปชำระหนี้จนสุดท้ายเงินที่เหลืออยู่หลังหักการชำระหนี้ที่เรียกว่า Residual income บางกลุ่มรายได้ ยากที่จะดำรงชีพในฐานะมนุษย์คนหนึ่งในสังคม ภาวะหนี้เสียที่จะพุ่งทะลุเหมือนภูเขาไฟแห่งหนี้กำลังปะทุในมุมใดมุมหนึ่ง คุกรุ่นอยู่ภายใน เป็นเหมือนสิ่งที่กำลังรอคอยเวลาว่าจะเป็นเมื่อไหร่ ถ้าผู้เขียนจะเทียบมันคือสิ่งที่อยู่ในกล่องแพนโดร่า ยามเมื่อถูกเปิดออกมาแล้ว ยากที่จะจัดการแก้ไขให้ยุติได้ง่ายๆ ความกังวลนี้ผู้เขียนคิดว่าอยู่ในหัวใจและความคิดของผู้คนที่รับผิดชอบเรื่องเสถียรภาพจำนวนไม่น้อยอย่างแน่นอน บางท่านเคยพูดคุยกับผู้เขียนได้พูดว่า

... อย่าเพิ่งมาปะทุก่อนที่ผมจะเกษียณนะ

....ผมกำลังจะครบวาระ อย่าเพิ่งเกิดเลย

... มันจะมาตอนที่ผมจะเข้ารับตำแหน่งไหม

... ผมพ้นภัยแล้วเพราะไม่มีตำแหน่งแล้วในเวลานี้ที่ต้องมารับเรื่องนี้

... และอื่นๆอีกมากมาย

กลับมาที่หนังสือสื่อสารเปิดผนึกได้ระบุตามข่าวที่เผยแพร่ว่า... ปัจจัยหลักที่จะสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย มาจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อเนื่อง แต่เศรษฐกิจไทยในภาพรวมมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่คาด และต่ำกว่าระดับศักยภาพ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจาก การส่งออกที่หดตัวและมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ช้าตามปริมาณการค้าโลกที่ชะลอลงจากสภาวะการกีดกันทางการค้า ส่งผลให้การจ้างงานและอุปสงค์ในประเทศชะลอลง...

ท่านผู้อ่านครับ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ กินน้อย (เท่าที่จำเป็น) นอนให้พอ (อย่าเอาแต่เล่นไลน์ เชื่อข่าวลือแพร่ข่าวปลอม ยุ่งเรื่องชาวบ้าน เสนอความเห็นทางการเมืองอย่างสุดโต่ง) ออกกำลังกาย (อย่างน้อย 30 นาทีต่อวันให้เหงื่อออก โดยไม่ต้องกู้เงินมาซื้ออุปกรณ์ เสื้อผ้าเพื่อออกกำลัง โดยเฉพาะรองเท้า) เชื่อว่าความไม่ประมาทและการเก็บออมจะทำให้เรารอดพ้นสภาพการณ์นี้ไปได้

ขอบคุณครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต