โคโรนาไวรัสกระทบกับธุรกิจอะไรบ้างและแรงขนาดไหน

วันที่ 07 ก.พ. 2563 เวลา 07:20 น.
โคโรนาไวรัสกระทบกับธุรกิจอะไรบ้างและแรงขนาดไหน
คอลัมน์ Wealth Design โดย...เพิ่มศักดิ์ จักร์มงคลชัย รองผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยการลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ จำกัด

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ประเด็นที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามองมากที่สุดคือเรื่องการระบาดของโคโรนาไวรัสที่มีต้นกำเนิดมาจากเมืองอู่ฮั่นในมณฑลหูเป่ย ที่ตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทางด้านจีนเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้โดยออกมาตรการเพื่อล้อมวงให้โอกาสการแพร่เชื้อต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีทั้งปิดเมือง และยกเลิกกรุ๊ปทัวร์ที่จะเดินทางไปประเทศต่างๆ มีการขยายวันหยุดเทศกาลตรุษจีนเพิ่มขึ้น บริษัทต่างๆ ออกนโยบายให้พนักงานเน้นทำงานที่บ้านไปก่อน

มาดูกันครับว่า การระบาดของโคโรนาไวรัส และนโยบายจากทางภาครัฐและเอกชน จะกระทบกับธุรกิจอะไรบ้าง และมีระดับความรุนแรงขนาดไหน

ความรุนแรงของผลกระทบอยู่ในระดับสูง

ธุรกิจท่องเที่ยวและพักผ่อน

ตรุษจีนปีนี้ที่มาเก๊าเป็นตรุษจีนที่ไม่มีการจุดพลุฉลองเนื่องมาจากการระบาดของโคโรนาไวรัส ทำให้ผู้ประกอบการคาสิโนต่างๆ ต้องยกเลิกการฉลองไป บรรยากาศภายในคาสิโนที่เคยคึกคักกลับเงียบเหงาลง พนักงานต้องใส่หน้ากากอนามัย แขกที่เข้ามาใช้บริการต้องถูกตรวจอุณหภูมิของร่างกาย และหลายๆ พื้นที่สำหรับให้บริการก็ถูกปิดชั่วคราว

มาเก๊าถือว่าเป็นที่ท่องเที่ยวที่นิยมมากของคนจีน โดยคนจีนจะนิยมไปเที่ยวในฮ่องกงก่อนแล้วค่อยมาเล่นการพนันต่อที่มาเก๊า เนื่องจากธุรกิจคาสิโนยังเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ดังนั้น ลูกค้าคนจีนมีความสำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจคาสิโนในมาเก๊า ผลกระทบของโคโรนาไวรัสเกิดกับธุรกิจนี้ทันที นักท่องเที่ยวจีนในวันอาทิตย์ที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงถึง 80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หุ้นในกลุ่มธุรกิจคาสิโนอย่าง Las Vegas Sands และ Wynn Resorts ปรับตัวลดลงที่ระดับ 6 – 7% ล่าสุดก็มีการฟื้นตัวกันขึ้นมาบ้าง

มาที่ธุรกิจสวนสนุกกันบ้าง Disneyland ในฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้ ได้ปิดตัวลงชั่วคราวและยังไม่รู้ว่าจะเปิดอีกทีเมื่อไหร่ นักท่องเที่ยวที่จองตั๋วไว้ ทางผู้ให้บริการก็จะคืนเงินให้ หุ้น Disney ก็ปรับตัวลดลงไปเกือบ 10% แล้วตั้งแต่ต้นปี

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติของจีน พระราชวังต้องห้าม สนามกีฬารังนก และบางส่วนของกำแพงเมืองจีนถูกสั่งปิด

Starbucks และ McDonald ในอู่ฮั่น รวมถึงเมืองใกล้เคียงต้องปิดการให้บริการไปโดยปริยายเนื่องจากเมืองถูกปิด ทำให้การคมนาคมถูกปิดไปด้วย

ภาพยนตร์ระดับแม่เหล็กที่จะเข้าในโรงหนังจีนอีกประมาณ 5 – 7 เรื่อง โดย 1 ในนั้นคือภาพยนตร์ที่แสดงโดยเฉินหลงก็ต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เรียกได้ว่าธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและหย่อนใจได้รับผลกระทบแบบทันที

ธุรกิจสายการบิน

หุ้นในกลุ่มสายการบินเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมาค่อนข้างแรงตั้งแต่ต้นปี จากเรื่องความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ผ่านเรื่องอิหร่านไปได้ไม่นานก็มาเจอกับการระบาดของโคโรนาไวรัสอีกทำให้หุ้นสายการบินโดนไป 2 เรื่องตั้งแต่ยังไม่พ้นเดือนแรกของปี

เมื่อเกิดโรคระบาดขึ้น เราจะพยายามหลีกเลี่ยงการเดินทางโดยเฉพาะเครื่องบินที่ต้องอยู่ในพื้นที่ปิดในระยะเวลาค่อนข้างนาน เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคนบนเครื่องบินจะไม่มีผู้ติดเชื้อเลย เมื่อความคิดแบบนี้เกิดขึ้น ประชาชนก็จะเดินทางน้อยลง ยอดขายตั๋วเครื่องบินก็จะลดลงอย่างเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน

มาดูกันว่าผลตอบแทนของหุ้นสายการบินตั้งแต่เข้าปี 2020 มาเป็นอย่างไรบ้าง ANA ของญี่ปุ่น -6.0% Air France ของฝรั่งเศส -15.4% Lufthansa ของเยอรมนี -15.7% Cathay Pacific ของฮ่องกง -14.6% Air Asia ของไทย -22.3% และ Thai Airways -14.6%

เรียกได้ว่าลบกันอย่างหนักหน่วงเลย ณ ตอนนี้ ยังไม่รู้ผลกระทบที่แท้จริงว่าจะมากขนาดไหน และจากมาตรการที่สั่งห้ามทัวร์จากจีนทั้งหมด และความเสี่ยงที่อาจจะติดเชื้อบนเครื่อง ด้วยเหตุผลเท่านี้ก็ค่อนข้างแน่ชัดว่าหุ้นในกลุ่มสายการบินคงได้รับผลกระทบอย่างแน่นอนโดยเฉพาะประเทศที่เป็นปลายทางของนักท่องเที่ยวจีน

ความรุนแรงของผลกระทบอยู่ในระดับปานกลาง

ธุรกิจสินค้าหรูหรา

คนจีนคือลูกค้าหลักของสินค้าหรูหราอย่างแท้จริง จากสถิติในปี 2018 ตลาดของสินค้าหรูหรามีการขยายตัวขึ้น 5% โดยการขยายตัวที่ว่านี้ มาจากลูกค้าชาวจีนถึง 90% และถ้าดูที่ยอดขายทั้งหมดในปีนั้น 1 ใน 3 ของยอดขายมาจากลูกค้าชาวจีน จากนโยบายปิดเมืองและสั่งห้ามกรุ๊ปทัวร์ก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่าความต้องการจะลดลงไปพอสมควร ความท้าทายของอุตสาหกรรมสินค้าหรูหราที่ต้องเผชิญถือว่าหนักหนาพอสมควร ตั้งแต่ปีที่แล้วที่มีการประท้วงและความรุนแรงเกิดขึ้นในฮ่องกง ยอดขายสินค้าหรูหราก็ปรับตัวลดลงไปแล้ว จากความหวังที่ว่าจะสามารถควบคุมความรุนแรงในฮ่องกงได้และนักท่องเที่ยวจะฟื้นตัวกลับมาเหมือนเดิม กลับต้องมาเจอกับอุปสรรคที่ใหญ่กว่าเดิม เทศกาลตรุษจีนถือว่าเป็นหนึ่งในช่วง High Season ของธุรกิจสินค้าหรูหรา เพราะคนจีนจะนิยมไปเที่ยวต่างประเทศกันในช่วงนี้และจับจ่ายซื้อของกันอย่างสนุกมือ เมื่อตรุษจีนปีนี้เป็นแบบนี้ ยอดขายของสินค้าหรูหราก็คงจะถูกกระทบพอสมควร แนวโน้มในช่วงครึ่งปีแรก ยอดขายคงจะหดตัวแน่นอน มีการคาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทที่ขายสินค้าหรูหราอย่าง LVMH และ Kering น่าจะลดลงในระดับ 2 – 5% ราคาของหุ้นทั้งสองก็ตอบสนองในเชิงลบเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนมกราคมของหุ้น LVMH ปรับตัวลดลงราว 4.5% Kering ปรับตัวลดลงราว 5.2%

ความรุนแรงของผลกระทบอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ

ธุรกิจธนาคาร

จากการเปิดกว้างและผ่อนคลายนโยบายต่างๆ ของตลาดการเงินจีน ทำให้สถาบันการเงินขนาดใหญ่ของโลกมุ่งไปที่ตลาดที่หอมหวานอย่างประเทศจีน ทั้งธุรกิจด้านบริการทางการเงิน และบริหารความมั่งคั่งหรือ Wealth Management พนักงานของบริษัทเหล่านี้มีทั้งที่เป็นคนท้องถิ่นและคนจากประเทศที่บริษัทแม่ตั้งอยู่ โดยส่วนใหญ่ บริษัทเหล่านี้มักจะมีสำนักงานอยู่บนเกาะฮ่องกง

ล่าสุด บริษัทอย่าง Credit Suisse และ UBS ได้ออกนโยบายให้พนักงานทำงานที่บ้าน ไม่ต้องมาที่สำนักงานถ้าในช่วง 14 วันที่ผ่านมาเคยมีการเดินทางเข้าไปในประเทศจีน สำหรับผู้ที่ไม่ได้เดินทางไปในช่วงที่ผ่านมา ทางบริษัทก็ไม่อนุญาตให้เดินทางเข้าไปในประเทศจีนนอกจากจะเป็นเรื่องที่สำคัญแบบสุดๆ เท่านั้น ส่วนบริษัทอื่นๆ อย่าง Allianz, Fidelity, HSBC และ Standard Chartered ก็มีนโยบายที่คล้ายๆ กัน แตกต่างกันในรายละเอียดบ้าง

ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง การพบปะกันระหว่างตัวแทนของสถาบันการเงินและลูกค้าถือเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจำเป็น เมื่อพนักงานไม่สามารถไปเจอลูกค้าได้ การทำธุรกรรมก็คงจะลดลงแน่นอน ทางลูกค้าในจีนเองเมื่ออยู่ในภาวะแบบนี้ก็คงจะลดหรือเลื่อนการลงทุนออกไปก่อนเช่นเดียวกัน

ความรุนแรงของผลกระทบอยู่ในระดับต่ำ

ธุรกิจเทคโนโลยี

ย้อนกลับไปในช่วงที่โรค SARS ระบาด คนจีนยังมีโทรศัพท์มือถือไม่มากนัก และที่มีก็ใช้ได้แค่โทรออก รับสาย ส่งข้อความ เล่นเกมส์งู แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ประเทศจีนคือตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับ Smart Phone คนจีนฝากชีวิตไว้กับโทรศัพท์มือถือ ทั้งในเรื่องการจ่ายเงิน สั่งอาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย

การสั่งอาหารออนไลน์เป็นสิ่งที่ช่วยผู้อยู่อาศัยในเมืองที่ถูกปิดอย่างอู่ฮั่น ความต้องการมีสูงมากทำให้พนักงานต้องทำงานกันหนักขึ้น ความเสี่ยงที่ผู้ส่งอาหารจะนำการแพร่เชื้อมาให้ก็เป็นความเสี่ยงที่ผู้บริโภคคำนึงถึง ทางผู้ให้บริการส่งอาหารรายใหญ่ที่สุดในจีนอย่าง Meituan Dianping จึงได้นำเสนอบริการการส่งอาหารรูปแบบใหม่ เป็นการส่งแบบ “ไม่เจอไม่สัมผัสกัน” โดยจะเริ่มที่อู่ฮั่นเป็นที่แรก และจะขยายบริการไปในที่ต่างๆ ทั่วประเทศจีนภายในสิ้นเดือนมกราคม พนักงานส่งอาหารจะต้องใส่หน้ากากอนามัย และจะนำอาหารไปส่งไว้ตรงจุดที่กำหนดโดยลูกค้า อาจจะเป็นหน้าประตู้บ้าน หรือล็อบบี้ของคอนโดและออฟฟิศ วางเสร็จทางลูกค้าก็มาหยิบไปเอง ไม่มีการส่งให้แบบมือต่อมือ

นอกจากพัฒนาการให้บริการที่เหมาะสมกับสถานการณ์แล้ว Meituan Dianping ยังได้บริจาคอาหารมูลค่าหลายล้านเหรียญให้กับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในอู่ฮั่นผ่านทางตู้อาหารขนาดใหญ่ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

ทางด้านสินค้าเทคโนโลยีอย่าง Apple ยอดขายในช่วงนี้ก็คงจะฝืดลงไป การส่งของยากขึ้น คนเลี่ยงที่จะออกนอกบ้าน ยอดขาย iPhone ในไตรมาส 1 น่าจะชะลอตัวลงในจีน ส่วนการผลิตสำหรับตลาดโลกโดยบริษัท Foxconn คงจะไม่มีปัญหาอะไรเพราะทางบริษัทจะเลื่อนการผลิตออกไปจากแผนเดิมเพียงไม่กี่วัน ผลการดำเนินงานอาจจะมีกระทบบ้างแต่ได้ใจผู้บริโภคสำหรับบางบริษัท