Fund Outflow

วันที่ 05 ก.ย. 2559 เวลา 11:56 น.
Fund Outflow
โดย...บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มหุ้น Big & Mid Cap พลังงาน ธนาคารฯ รับเหมาฯ อสังหาฯ ถูกแรงขายกดดันอย่างหนัก ส่งผลให้ SET Index ลงมาทดสอบลึกถึง 1,520จุด

แม้ว่า Fund Flow ยังคงเป็นขาเข้าอยู่ นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ 28 มิ.ย. – ปัจจุบัน มีเพียง 5 วันที่นักลงทุนต่างประเทศทำการขายสุทธิ อย่างไรก็ตามนักลงทุนต่างประเทศเริ่มซื้อเบาลงเรื่อยๆ ล่าสุดซื้อสุทธิเมื่อ 1 ก.ย.59 เพียงแค่ 373 ล้านบาท  ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตุว่านักลงทุนต่างประเทศซื้อน้อยลงเรื่อยๆ จากเฉลี่ยเดือน ก.ค. 2.3 พันล้านบาทต่อวัน มาเป็น 1.5 พันล้านบาทต่อวันในเดือน ส.ค. และเหลือหลักร้อยล้านอย่างที่เห็น

นับตั้งแต่เกิด BREXIT เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.59 ได้เกิดกระแสเงินโยกเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ Emerging Market อย่างกลุ่ม TIP กว่า 5.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ (แบ่งเป็นไทยและอินโดฯประเทศละ 2.1 พันล้านดอลลาร์ ส่วนฟิลิปปินส์ 7 ร้อยล้านเหรียญสหรัฐ) จนทำให้ตลาดหุ้นทั้ง 3 ประเทศปรับเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยถึง 4.4% แต่ว่าหลังจากวันที่ 11 ส.ค.59 ก็เริ่มเห็นสัญญากระแสเงินออกจากภูมิภาคมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ นักลงทุนต่างประเทศทำการขาย 13 จาก 14 วันกว่า 292 ล้านเหรียญสหรัฐ กดดัน PSE Index ลงหนักกว่า 4%คาดว่าเป็นผลมาจากการขายทำกำไรหลังตลาดปรับพุ่งขึ้นมากว่า 16% นับตั้งแต่ที่ โรดริโก ดูเตร์เต ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 10 พ.ค.59 รวมไปถึงแรงกดดันจากโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. นี้ เช่นเดียวกับอินโดนีเซียนักลงทุนต่างประเทศทำการขายสุทธิ ถูกขาย 7 จากใน 10 วันกว่า 183 ล้านเหรียญสหรัฐกดดัน JSX Index ลง 2.5%

มองการขายของนักลงทุนต่างประเทศทั้ง 2 ประเทศถือเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงที่จะเห็นการไหลออกของ Fund Flow ซึ่งจะส่งผลให้ SET Index ต้องปรับฐานต่อเนื่องได้

ความเสี่ยงที่จะเกิด Fund outflow ให้จับตาไปที่ค่าเงินบาท ปัจจุบันยังอยู่ในระดับแข็งค่าแถว 34.6 บาทต่อดอลลาร์ หากความกังวลของตลาดที่คิดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยมีเพิ่มมากขึ้น จะส่งผลทำให้เกิดกระแสการซื้อคืน US Dollar และทำให้เงินบาทพลิกมาอ่อนค่า คาดว่าจะทำให้นักลงทุนต่างประเทศทำการขายออกแรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการขนเงินของนักลงทุนต่างประเทศในช่วงทีผ่านมา ไม่ใช่เข้ามาเก็งกำไรในตลาดหุ้นเท่านั้น แต่ยังเน้นไปที่การเก็งกำไรค่าเงินบาท ดูได้จากการเข้าซื้อตราสารหนี้ของต่างชาติตั้งแต่ต้นปี 2559 – ปัจจุบัน กว่า 3.5 แสนล้านบาท กลับเน้นไปซื้อที่ตราสารอายุต่ำกว่า 1 ปีถึง 3.3 แสนล้านบาท ซึ่งการซื้อในตราสารอายุสั้นสะท้อนถึงการเข้ามาพักเงินเพื่อเก็งเงินบาทชัดเจน