“เควิน ฌ็อง” อดีตนักแสดง เปิดใจชีวิต 6 ปีในเรือนจำ แถมติดโควิด-19 ในคุก

วันที่ 26 ก.ค. 2564 เวลา 11:00 น.
“เควิน ฌ็อง” อดีตนักแสดง เปิดใจชีวิต 6 ปีในเรือนจำ แถมติดโควิด-19 ในคุก
“เควิน ฌ็อง” อดีตดาราดาวรุ่ง เผยชีวิต 6 ปี ในเรือนจำ และประสบการณ์ติดโควิด-19 ในคุก

เป็นอดีตดาราดาวรุ่งลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส สำหรับหนุ่ม “เควิน ฌ็อง โดนาท์” ที่ถูกจับและศาลสั่งจำคุกเป็นเวลา 18 ปี 11 เดือน ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลากว่า 6 ปี 3 เดือน ในคดียาเสพติด ล่าสุดเจ้าตัวได้พ้นโทษออกมาจากเรือนจำเป็นวันแรก และได้มาเปิดใจกับ “ทิน โชคกมลกิจ” ในรายการ “ถกไม่เถียง”

โดยหนุ่ม “เควิน” ได้เผยประสบการณ์ชีวิตในเรือนจำ แถมยังได้เล่าว่าได้ติดโควิด-19 จากในคุกอีกด้วยว่า “ผมหายหน้าหายตาไปเพราะติดคุกมากว่า 6 ปีแล้ว ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกที่พ้นโทษออกมา ผมโดนคดียาเสพติด วันที่โดนจับ วันนั้นอยู่กับเพื่อน เพื่อนส่งไปแคสต์งาน แต่เราไม่รู้ว่าเพื่อนจะไปส่งยา เพื่อนขอตัวไปเข้าห้องน้ำในปั๊มน้ำมัน

แล้วอยู่ดีๆ ตำรวจก็เข้ามาล็อคตัวขอตรวจค้น ผมก็แสดงความบริสุทธิ์ใจ ให้ตรวจทุกอย่าง พอเพื่อนเดินออกมาก็โดนจับ ตำรวจก็เจอยาเสพติด พร้อมเบอร์ที่ใช้ล่อซื้อ ผมปล่อยให้ตำรวจสอบสวน เพราะในใจคิดว่าผมไม่ได้เกี่ยวอะไร ตำรวจก็เอาเอกสารมาให้เซ็นต์ แต่ผมอ่านภาษาไทยไม่ออก เขาบอกถ้าเซ็นต์แล้วก็จะได้กลับบ้าน ผมก็เลยเซ็นต์ไปโดยที่ไม่รู้นั้นคือการเซ็นต์รับสารภาพ ทั้งครอบครองและมียาเสพติดไว้จำหน่าย  พร้อมทั้งเสพยาเสพติด ซึ่งผมยอมรับว่าเสพจริง แต่ไม่ได้ขาย ยอมรับว่าติดปาร์ตี้กับเพื่อน แต่วันที่โดนจับไม่รู้ว่าเพื่อนมียา

ตอนนั้นศาลชั้นต้นตัดสินให้จำคุก 19 ปี กับจำนวนยาเสพติด 20 กรัมไปขออุทธรณ์ ศาลลดมา 1 เดือน เหลือ 18 ปี 11 เดือน นอกจากนี้เคยไปยื่นศาลฎีกา แต่เขาไม่รับ เพราะยาเสพติดตัดสินแค่ 2 ศาล เลยจบที่อุทธรณ์ ตอนที่โดนจับเป็นจุดที่ดีที่สุดในชีวิต มีทั้งเอ็มวี ละคร และโฆษณา เข้ามาตลอด เงินไม่เคยขาด ทุกอย่างลงตัวหมด แต่เสี้ยววินาทีเดียว ทุกอย่างก็พังทลายหมดเลย ตอนที่ถูกจับเรายังถ่ายละครค้างไว้อยู่ ซึ่งถ่ายไปเกินครึ่งเรื่องแล้ว แต่ทางกองถ่ายก็แก้บทว่าตัวละครของเราไปเมืองนอก”

ชีวิตและประสบการณ์ติดโควิด-19 ในเรือนจำ

“พอเข้าไปอยู่ข้างในเรือนจำชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ รู้สึกตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไปเลย ในขั้นการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ให้แก้ผ้าทั้งหมด ตอนนั้นคิดว่าศักดิ์ศรีของเราหมดไปเลย ทุกอย่างที่สั่งสมมามันหายไปหมดเลย และเราคิดว่ามันสายไปแล้ว เข้าไปอยู่ในนั้นไม่ได้ร้องไห้ให้ตัวเองเลย แต่สงสารพ่อแม่มากกว่า เพราะไม่ได้ทำหน้าที่ลูกที่ดี เขาเลี้ยงเรามาตั้งแต่เด็ก จนตอนนี้ก็ยังต้องมาดูแลเราอีก

ได้เข้าไปในเรือนจำก็ได้เจอกับ “แพท พาวเวอร์แพท” ตอนแรกก็ไม่รู้จัก แต่เขาเป็นคนนิสัยดีมาก แล้วก็ได้ชวนมาทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นเหมือนน้ำใจของพี่น้องศิลปิน ตอนอยู่ในเรือนจำก็ได้ติดตามข่าวสารบ้าง ได้รู้เรื่องโรคระบาดโควิด-19 ในเรือนจำเองก็มีการระบาดและควบคุมโรคได้ยาก เพราะมีคนอยู่จำนวนมาก

ซึ่งผมเองก็ติดโควิด-19 ด้วย แต่ไม่มีอาการ มีแค่ไม่ได้กลิ่น การรักษาก็จะเป็นการเอาฟ้าทะลายโจร และยาพาราเซตามอลให้กิน ถ้าเป็นผู้สูงอายุก็จะให้กิน ฟาวิพิราเวียร์ แล้วก็รักษาตามอาการ ตอนนี้ตนเองหายจากโควิด-19 แล้วครับ”

ออกจากเรือนจำวันแรก

"ผมออกมาจากเรือนจำวันแรกยังงงๆ อยู่ เจอตึกใหญ่โต โซเชียลมีเดีย ติ๊กต็อก ก็เล่นไม่เป็น สิ่งแรกที่จะทำคือ ออกมาดูแลพ่อแม่ เพราะท่านก็อายุมากขึ้นเรื่อยๆ ผมก็ได้แต่ขอโทษท่าน แต่ก็คิดว่าคงไม่พอกับสิ่งที่ได้ทำไป จากที่ผมเป็นคนที่ไม่เคยเชื่อฟังใครเลย แต่วันนี้ทำให้ผมได้รู้ว่า ความรักของคุณพ่อคุณแม่ยิ่งใหญ่มาก ทุกสิ่ง ทุกอย่างที่ผมผิดพลาดไป ก็ต้องแก้ไข ผมสัญญากับคุณพ่อคุณแม่ว่าต่อจากนี้จะไม่ทำให้ทั้งสองท่านผิดหวัง และจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อดูแลท่าน ช่วงเวลาชีวิตที่อยู่ข้างใน ผมได้อยู่กับตัวเองเยอะ ได้ทบทวนในสิ่งที่ทำผิด ได้ปรับทัศนคติในทุกด้าน รู้ว่าตัวเองเป็นใคร รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ทำให้ได้ย้อนกลับมาคิดว่าสิ่งไหนดีสิ่งไหนไม่ดี 

ให้โอกาสตัวเองที่จะเปลี่ยนตัวเองเป็นคนที่ดีขึ้น จึงอยากขอให้สังคมให้โอกาส ให้ได้มีที่ยืนเล็กๆ ในสังคมเท่านี้ก็พอแล้ว ผมไม่สามารถไปสอนคนอื่นได้ แต่ให้เอาชีวิตของผมเป็นตัวอย่างได้ว่า ถ้าคุณไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทั้งเงินทอง ชื่อเสียง ฐานะ ทุกสิ่งทุกอย่าง มันก็สามารถทำให้คุณพังได้”