posttoday

รัศมีแข แจงภาพร่วมทริปภูเก็ต ไม่ได้อยู่ในไทม์ไลน์หลังถูกนำไปโยงมั่วซั่ว

21 มกราคม 2564

รัศมีแข-ลูกเกด เคลียร์ภาพทริปเที่ยวภูเก็ต ทำคนตื่นตระหนกโยงกับข่าว ดีเจมะตูม ติดโควิด-19

ทำวงการบันเทิงวุ่นวายไปตามๆกัน แต่ก็เป็นเหตุการณ์ที่ไม่อยากให้มีใครเกิดขึ้น หลังจากที่ ดีเจมะตูม-เตชินท์ พลอยเพชร ออกมาอัดคลิปประกาศว่าตนนั้นติดเชื้อโควิด-19 งานนี้เพิ่งจะไปเจอร่วมงานกับเพื่อนพี่น้องดารามาหลายคน ทำให้ต้องพากันไปตรวจและยกเลิกงานกักตัวเป็นเวลา 14 วันเพื่อลดการระบาด

ล่าสุด รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงภาพทริปทะเลล่องเรือที่ผ่านมา หลังจากที่ชาวเน็ต เพจดัง และสำนักข่าวรายหนึ่งได้นำภาพเชื่อมโยงกับข่าวการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของ ดีเจมะตูม ทำเอาเกิดความตื่นตระหนก คนในทริปต้องออกมาอธิบายกันต่อเนื่อง ระบุข้อความไว้ว่า...

"ภาพที่เดินทางไปพร้อมกับดีเจมะตูมตั้งแต่ช่วงต้นปี ก่อนที่ดีเจมะตูมจะไปรับประทานอาหารกับเพื่อนที่ติดเชื้อโควิด-19 และพบผลตรวจของตัวเองเป็นบวกในเวลาต่อมา

แต่เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ทุกคนในรูปจึงได้ทยอยเดินทางไปตรวจหาเชื้อตามลำดับ รวมถึงเจ้าตัวด้วยเช่นกัน ซึ่งผลการตรวจที่ได้มาเมื่อช่วงคืนวานนี้ก็บ่งชี้ว่าไม่มีการพบเชื้อโควิด-19"

ด้านนางแบบคนดัง ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงภาพดังกล่าวเช่นกันไว้ว่า

"จากรูปนี้ ที่เกดได้ไปเที่ยวทะเลตั้งแต่ปีใหม่กับเพื่อนๆ และมีดีเจมะตูมอยู่ด้วย ทำให้หลายคนเป็นห่วงเกด ขอชี้แจงดังนี้นะคะ"

เกดไม่ได้เจอมะตูมตั้งแต่กลับมา ซึ่งเป็นเวลามากกว่า 14 วัน อย่างไรก็ตามเกดแคนเซิลงาน และกักตัวเอง รวมทั้งนั่งไล่ไทม์ไลน์ตัวเอง เผื่อกรณีที่เกดอาจเจอคนที่ได้เจอหรือร่วมงานกับมะตูมหลังจากนั้นค่ะ และแพลนที่จะเข้าตรวจโควิดด้วยค่ะ

หากมีอะไรคืบหน้า เกดจะแจ้งให้ทราบต่อไปนะคะ ยังไงก็ตาม ขอให้ มะตูม หายไวๆ ด้วยนะจ๊ะ พี่เป็นกำลังใจให้ค่ะ"

รัศมีแข แจงภาพร่วมทริปภูเก็ต ไม่ได้อยู่ในไทม์ไลน์หลังถูกนำไปโยงมั่วซั่ว

รัศมีแข แจงภาพร่วมทริปภูเก็ต ไม่ได้อยู่ในไทม์ไลน์หลังถูกนำไปโยงมั่วซั่ว

รัศมีแข แจงภาพร่วมทริปภูเก็ต ไม่ได้อยู่ในไทม์ไลน์หลังถูกนำไปโยงมั่วซั่ว

รัศมีแข แจงภาพร่วมทริปภูเก็ต ไม่ได้อยู่ในไทม์ไลน์หลังถูกนำไปโยงมั่วซั่ว

รัศมีแข แจงภาพร่วมทริปภูเก็ต ไม่ได้อยู่ในไทม์ไลน์หลังถูกนำไปโยงมั่วซั่ว

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นไทยปิดพุ่ง 14.21 จุด รับ Election Rally ต่างชาติซื้อ 3,355 ล้าน