“โตโน่” งัดหลักฐานโชว์บริจาคเงินแสนให้ “ฌอน” ช่วยดับไฟป่าเชียงใหม่

วันที่ 02 ก.ค. 2563 เวลา 18:40 น.
“โตโน่” งัดหลักฐานโชว์บริจาคเงินแสนให้ “ฌอน” ช่วยดับไฟป่าเชียงใหม่
“โตโน่” เผยหลักฐานโอนเงินแสนให้ “ฌอน” ช่วยบริจาคดับไฟป่าเชียงใหม่

?ล่าสุดทางนักร้อง-นักแสดงหนุ่มหล่อหัวใจรักษ์โลก “โตโน่ เดอะสตาร์” หรือ “โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์” ที่ถูกโยงเข้าไปเอี่ยวกับปมร้อนแรง กรณีช่วยเหลือไฟป่าที่เชียงใหม่ของไลฟ์โค้ชชื่อดัง “ฌอน บูรณะหิรัญ” ที่ให้โอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง

โดยทางเพจเฟซบุ๊คดัง CSI LA ได้เผยคลิปที่ “โตโน่” live พูดคุยกับ “ฌอน” ว่า “เดี๋ยวผมโอนให้ 1 แสน เดี๋ยวผมช่วยแสนหนึ่ง ฌอนบอกเลขที่บัญชีมา" ล่าสุดทาง “โตโน่” ได้ออกมาแถลงข่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมกับโชว์หลักฐานการโอนเงิน

”โตโน่” ได้เปิดใจว่า “เรื่องที่เกิดขึ้นรับทราบครับ อยากจะชี้แจงในเรื่องของผม ที่หลายคนสงสัยว่าเราได้บริจาคช่วยจริงหรือเปล่า 1 แสนบาท เดี๋ยวส่งหลักฐานที่โอนเงินให้เพื่อน ตอนนั้นไฟป่าเชียงใหม่ไหม้หนักมาก ความช่วยเหลือยังไปไม่ถึง เรามองว่าอะไรที่สามารถถึงเจ้าหน้าที่ ถึงชาวบ้านที่เดือดร้อนได้เร็วที่สุด เราต้องการจะทำเลย ใจจริงอยากไปด้วยตัวเอง แต่ติดโควิด-19

หลังจากว่ายน้ำเสร็จก็มาทำการบ้านเรื่องโควิด-19 และไฟป่า เห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ และฌอนก็ทำเรื่อง PM 2.5 และไฟป่าที่เชียงใหม่ เรารู้จักกับฌอนก็เห็นว่าให้เขาเอาไปทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ก็โอนและส่งสลิปให้ฌอน แต่ไม่ได้คิดโชว์สลิป ไม่คิดว่าจะต้องเอามาให้ใครรู้ด้วย

สำหรับตัวผมเอง ผมทำงานเยอะ อยู่ต่างจังหวัดตลอด ผมไม่ได้ตกใจเพราะอยากให้หลักฐานชัดเจน ก่อนที่ผมจะคิดไปเอง ก็เลยไม่รู้สึกว่าตกใจอะไรมาก หลังจากนั้นก็มีได้คุยกับฌอน 2 ครั้ง แต่ไม่ได้คุยเรื่องเงิน เพราะมันยังไม่มีเรื่องเงิน แต่คุยเรื่องปลูกต้นไม้ ผมก็คุยเป็นห่วงเพื่อนตามประสาเพื่อนที่เห็นว่าไปยุ่ง ไปแตะเรื่องพวกนั้น เราไม่ได้สนใจ เพราะตอนนั้นไฟป่าเชียงใหม่ก็จบไปแล้ว

ก็ไม่ได้ถามต่อว่าเอาเงินไปทำอะไร เราไม่ได้ช่วยแค่ไฟป่าเชียงใหม่ ใครที่ลำบาก หรือเดือดร้อน อะไรที่พอช่วยได้เราก็ช่วย เราเชื่อมั่นว่าในทุกๆ ที่ที่เราช่วย สามารถเอาไปสร้างประโยชน์และบรรเทาความทุกข์ร้อนของพ่อแม่พี่น้องไม่มากก็น้อยก็ขอให้ได้ช่วย

รู้จักกับฌอนเมื่อปีที่แล้ว ผมทำโครงการเก็บรักษ์ ฌอนไดเร็กว่าอยากมาช่วย และมีช่วงจังหวะหนึ่งที่เราไปเก็บขยะที่เชียงใหม่ ก็มีเพื่อนนักแสดงมาช่วย ก็มีฌอน เลยได้รู้จักกัน พอเก็บขยะเสร็จก็ไปสัมภาษณ์กับฌอนต่อ เพื่อหวังให้คนรู้ในเรื่องความอันตรายของขยะต่อสิ่งแวดล้อม อยากให้เรื่องราวดีๆ ที่มีประโยชน์ต่อชาติให้ทุกคนได้รู้

การช่วยเหลือกันในสังคมมันสำคัญมากในประเทศเล็กๆ ประเทศนี้ เราไม่ได้ไปบอกเขาให้โอนเงินเข้าบัญชีเขา ผมบอกว่าถ้าผมจะช่วย ผมโอนเข้าบัญชีฌอนเลย แล้วเอาเงินของผมไปทำให้เกิดประโยชน์ ฌอนเปิดบัญชีใหม่ให้เป็นชื่อฌอนก็ได้ แล้วให้ทุกคนก็โอนเข้าบัญชีนั้น ต่อให้โอนเข้าบัญชีของฌอน แล้วไม่โกงแม้แต่บาทเดียว ผมว่าไม่มีปัญหาเลย ถ้าบริสุทธิ์ใจที่จะชี้แจงจริงๆ ผมว่าเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่อง เพราะเชียงใหม่ตอนนั้น สถานการณ์ตอนนั้นมันรอไม่ได้ สิ่งสำคัญชื่อเจตนาและการกระทำว่าเขาเอาไปทำอะไร

ตอนนี้ยังไม่คิดแจ้งความ แต่ถ้าฌอนเอาหลักฐานมาชี้แจงให้ได้เห็น ถ้าเขาเอาเงินไปทำเพื่อตัวเองจริงๆ ซื้อบ้าน รถ นาฬิกา เป็นอย่างนั้นจริงๆ ผิดก็ว่าไปตามผิด เราช่วยก็คือช่วย ยังดีกว่าทำใจไม่ได้ว่าคนเชียงใหม่เดือดร้อนแล้วให้ผมอยู่เฉยๆ เหมือนกับเรื่อง รพ. ที่คุณหมอเดือดร้อน ก็ต้องช่วย

ถ้าเขาผิดวัตถุประสงค์ในการรับบริจาค ถ้าโกง ผมเสียความรู้สึก ถามว่าจะเลิกคบมั้ย ถ้าโกงมันก็เป็นเพื่อนผมเหมือนเดิม ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่มันทำ โกงก็ติดคุก ผิดก็คือผิด เพื่อนก็คือเพื่อน ไม่เกี่ยวว่าพลาดแล้วจะไม่ใช่เพื่อนเรา ความสำคัญของการช่วยเหลือคนคือช่วยให้เขาได้รับการแก้ปัญหา ส่วนวิธีการมันคือสิ่งที่ตามมา มันสำคัญที่มันโปร่งใสมั้ย มีหลักฐานยืนยันชัดเจนมั้ย ถ้าชัดเจนก็ไม่มีอะไรต้องกลัว

อะไรที่มันดีผมจะทำ ผมไม่ท้อ นี่แผ่นดินผม อะไรช่วยได้ผมช่วย นี่เป็นสิ่งจำเป็น ยิ่งในยุคนี้เป็นยังไง ใครลำบาก ถ้าเราไม่ศรัทธา ไม่ช่วยเหลือกัน มีอะไรให้น่าอยู่ ถ้าเราขาดสิ่งนี้ ถ้ายิ่งเจอเรื่องไม่ดี ยิ่งเจอปัญหา ก็ยิ่งต้องทำ”