ก่อน Star Wars มี Metropolis
เมื่อ Rouge One : A Star Wars Story ออกฉาย เหล่าสาวกก็ยังคงหลั่งไหลไปให้การสนับสนุนกันอุ่นหน้าฝาคั่ง
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง
เมื่อ Rouge One : A Star Wars Story ออกฉาย เหล่าสาวกก็ยังคงหลั่งไหลไปให้การสนับสนุนกันอุ่นหน้าฝาคั่ง ไม่นานวันต่อมา แคร์รี ฟิชเชอร์ ผู้รับบท เจ้าหญิงเลอา แห่ง Star Wars ก็เสียชีวิตลงในวัย 60 ปี ในห้วงเวลาของความอาลัยนั้น งานเก่าๆ ฝีมือนักแสดงหญิงผู้นี้จึงหวนกลับมาอยู่ในความสนใจของผู้คนอีกครั้ง
คราใดที่พูดถึง Star Wars ก็มักจะมีหนังอีกเรื่องที่แทรกเข้ามาในความคิด ด้วยเป็นงานต้นแบบ เสมือนเป็นแรงบันดาลใจ เรื่องที่ว่าก็คือ Metropolis ซึ่งกำลังจะมีอายุครบ 90 ปี
ผลงานหนังเงียบขาวดำของ ฟริทซ์ ลาง ผู้กำกับชาวออสเตรีย-เยอรมัน เพียงแค่เห็นโปสเตอร์หนัง Metropolis ก็แทบจะรู้สึกได้ทันทีว่า ราล์ฟ แม็คควอร์รี ศิลปินผู้ดูแลงานดีไซน์คอนเซ็ปต์และอิลลัสเตรชั่นให้กับ Star Wars นั้น ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างเจ้าหุ่นซีทรีพีโอมาจากหุ่นยนต์มาเรีย
และถ้าได้ดูหนังก็จะพบว่า ฉากเมืองใน Metropolis ไม่ต่างกับเป็นต้นแบบของ คอรัสซานท์ ดาวเคราะห์ใน Star Wars อีกทั้งแขนเทียมของนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องก็เป็นที่มาของมือกลของ ดาร์ธ เวเดอร์ ด้วยดีไซน์ สไตล์ และสีสันของหนังทั้งสองที่มีความเชื่อมโยง อาจจะมาจากการที่ผู้กำกับ จอร์จ ลูคัส ได้ศึกษาทั้งทางด้านการตัดต่อและการใช้เทคนิคสเปเชียลเอฟเฟกต์จากงานของ ฟริทซ์ ลาง มาไม่น้อย
หากจะพูดถึงเรื่องราว หนังทั้งสองเรื่องต่างพูดถึงการดิ้นรนของชนชั้นกรรมาชีพ การลุกขึ้นต่อสู้กับผู้ปกครองเผด็จการ นำไปสู่การก่อกบฏและการจลาจลเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่า
Metropolis ออกฉายรอบพรีเมียร์ในเยอรมนี เมื่อเดือน ม.ค. ปี 1927 นับเป็น “The First Feature Length Science Fiction Movie” ฟริทซ์ ลาง (มีชีวิตอยู่ระหว่างปี 1890-1976) เจ้าของสมญา Master of Darkness ทุ่มเทกับงานเรื่องนี้ของเขาอย่างมาก เขาเขียนสคริปต์ร่วมกับ ธีอา ฟอน ฮาร์บัว ผู้เป็นภรรยา นำแสดงโดย บริจิตต์ เฮลม์ อัลเฟรด เอเบล และ กุสตาฟ โฟรห์ลิช ทั้งยังมีตัวประกอบเข้าฉากเกือบ 4 หมื่นคน โปรดักชั่นอลังการ ใช้เวลาทำนานถึง 2 ปี ด้วยงบประมาณมหาศาล
ดั้งเดิมหนังยาวกว่า 3 ชั่วโมง แต่ถูกตัดให้สั้นลงเมื่อนำมาฉายในสหรัฐ ต่อมาฟิล์มหนังเรื่องนี้ก็หายไป จึงมีการตัดต่อใหม่อีกหลายครั้ง ต้นฉบับนั้นมีเพลงออร์เคสตร้าประกอบ ภายหลังโปรดิวเซอร์ดัง จอร์โจ มอโรเดร์ ก็ทำซาวด์แทร็กในสไตล์ป๊อปร็อกออกมา เมื่อปี 2002 ในวาระฉลอง 75 ปี มีการเพิ่มเติมรายละเอียดและบันทึกเสียงดนตรีประกอบด้วยวงออร์เคสตร้าใหม่ กับเอดิชั่นล่าสุดเมื่อปี 2010 หลังค้นพบออริจินัลคัต หนังก็ถูกนำมาตัดต่อใหม่อีกครั้ง มีความยาว 2 ชม. 25 นาที
เรื่องราวเกิดในปี 2026 เมื่อเมืองถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คนชั้นแรงงาน (Hand) ที่ใช้ชีวิตอย่างเหนื่อยยากอยู่ใต้ดิน กับชนชั้นผู้ปกครอง (Head) ซึ่งเป็นอยู่อย่างสุขสบายเบื้องบนโดยมีจอมเผด็จการ โจ เฟรเดอร์สัน เป็นคนดูแล เมื่อลำบากเหลือทนพวกแรงงานจึงลุกฮือ โดย มาเรีย นางฟ้าเหล่าคนยากปรามให้รอคอยผู้ช่วยให้รอด ซึ่งก็คือ เฟรเดอร์ ทายาทของลีดเดอร์
นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง ร็อตแวง ที่ทำงานให้ผู้ปกครองได้สร้างหุ่นยนต์เหมือนมาเรียขึ้นมา และจับตัวหญิงสาวไว้ จากนั้นหุ่นมาเรียไปหลอกคนงานจนชั้นใต้ดินวุ่นวายถล่มทลาย พวกเขาตามจับเธอ ก่อนจะได้รู้ว่าเป็นตัวปลอม ขณะที่ เฟรเดอร์ ไปช่วยตัวจริงออกมาได้ แต่ร็อตแวงก็จับ มาเรีย ไปอีก
สุดท้าย Hand กับ Head ก็สามารถเชื่อมเข้าด้วยกันเพราะ Heart ซึ่งก็คือ เฟรเดอร์ เฟรเดอร์สัน พระเอกของเรื่องนั่นเอง
Metropolis เป็นตัวอย่างของหนัง German Expressionist ซึ่งมักจะใช้แสงแบบไฮคอนทราสต์ ภาพหลอน เหนือจริง บิดเบี้ยว สะท้อนจิตใจ เต็มไปด้วยสัญลักษณ์นามธรรม หนังแสดงถึงความกลัว และเทคโนโลยี หนังออกฉายหลังเยอรมนีแพ้สงครามโลกครั้งที่ 1 และเปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบสาธารณรัฐ มีทั้งคนรักและชังหนังเรื่องนี้พอๆ กัน หนึ่งในผู้ที่โปรดปราน Metropolis คือ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์
ฟริทซ์ ลาง เคยให้สัมภาษณ์ว่า แรงบันดาลใจที่ทำให้เขาสร้างหนังเรื่องนี้ส่วนหนึ่งมาจากถนน แสงไฟ และตึกสูงของมหานครนิวยอร์กที่เขามีโอกาสมาเยือน เมื่องานสำเร็จออกมาผู้กำกับกลับไม่ปลื้มผลงานของตัวเองนัก เพราะมันแสดงออกถึงความหลงใหลในพรรคนาซี อันเป็นอิทธิพลจาก ธีอา ฟอน ฮาร์บัว ที่กลายเป็นสมาชิกของพรรคนาซีในปี 1933 และทั้งคู่ก็หย่ากันในปีต่อมา ภายหลัง ฟริทซ์ ลาง ผู้มีแม่เป็นยิว แต่ถูกเลี้ยงดูแบบชาวคาทอลิกมาตั้งแต่เกิดก็หนีออกจากเยอรมนี และไปปักหลักอยู่ที่สหรัฐจนบั้นปลายชีวิต
นี่เป็นหนึ่งในงานโดดเด่นของยุคหนังเงียบ มีอิทธิพลต่อฟิล์มนัวร์ ซึ่งได้รับความนิยมในช่วงปลายทศวรรษ 1930 ทั้งยังเป็นบิดาแห่งหนังดิสโทเปียทั้งหลาย นอกจาก Star Wars แล้ว ยังมีหนังยุคหลังอีกหลายเรื่องซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากงานนี้ อย่างเช่น Blade Runner ของ ริดลีย์ สก็อตต์ ในปี 2001 ถูกจารึกให้เป็น Memory of the World Register ของยูเนสโก อิทธิพลของหนังเรื่องนี้ยังคงอยู่ในวัฒนธรรมป๊อปร่วมสมัยเช่นที่ปรากฏในฉากเมืองของมิวสิควิดีโอดัง ปกซีดี หรือรูปแบบสไตล์การโชว์บนเวทีคอนเสิร์ต เป็นต้น ปีนี้ Metropolis กำลังจะถูกนำมาสร้างเป็นมินิซีรี่ส์
ไม่ว่าจะรักหรือชัง หนังอายุ 90 ปีอย่าง Metropolis ก็ถูกยกนำไปวางไว้บนชั้น “คลาสสิก” เรียบร้อยแล้ว


