โก๋+กี๋ (หลังวัง) ไม่มีวันตาย

วันที่ 24 ส.ค. 2556 เวลา 10:58 น.
โก๋+กี๋ (หลังวัง) ไม่มีวันตาย
โดย...โจนาธาน / ภาพ ศาลาเฉลิมกรุง

โก๋หลายคนสิ้นลมไปแล้ว กี๋ส่วนใหญ่ก็ลาโลกไปเช่นกัน แต่คำว่า “โก๋” กับ “กี๋” ที่ห้อยท้ายด้วย “หลังวัง” ยังติดหูและอยู่คู่สังคมไทย

ลองคิดดูละกัน นี่ พ.ศ. 2556 โก๋หลังวัง กี๋หลังวัง ยังไม่ตาย!!!

ไม่เชื่อเหรอ งั้นวันนี้ไปกระทบไหล่ตัวเป็นๆ กับเหล่าโก๋กี๋หน่อยเป็นไร

วินัย พันธุรักษ์ จีระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ (เอลวิสเมืองไทย) กรรณิการ์ อารีสมาน (ทีน่าเมืองไทย) ตัวแทนโก๋กี๋หลังวัง ที่เรานัดเจอ ทั้ง 3 กำลังซุ้มซ้อมกันอย่างลืมวัย เพื่อเตรียมขึ้นคอนเสิร์ต โก๋หลังวัง No.18

เราเบรกอารมณ์ด้วยการจับทั้ง 3 มาย้อนวันวานการใช้ชีวิตโก๋และกี๋ ณ หลังวังบูรพา

วินัย : “โก๋กับกี๋มันเป็นสัญลักษณ์ของคนยุคนั้นครับ จริงๆ มันน่ารักนะครับ ไม่ได้เลวร้ายหรือติดลบเลย เป็นคำเรียกวัยรุ่นที่สะท้อนวัฒนธรรมและความเป็นแฟชั่น รวมถึงความทันสมัย”

กรรณิการ์ : “กี๋สำหรับดิฉัน สมัยนั้นเป็นอะไรที่ยังห่างกันมาก พี่ๆ เป็นกี๋กันหมด แต่ดิฉันยังเด็กมากๆ ก็เลยไม่สามารถเรียกว่าเป็นกี๋ได้เต็มตัวหรอกค่ะ แต่ดิฉันก็ซึมซับความเป็นกี๋มาใส่ในตัวเอง เวลาที่ร้องเพลงร่วมกับพี่ๆ ที่เคยเป็นโก๋เป็นกี๋”

จีระศักดิ์ : “มันเป็นเรื่องของยุคสมัยครับ ยุคที่คนกำลังคลั่งไคล้เพลง เอลวิส เพรสลีย์ กับ คลิฟฟ์ ริชาร์ด มันก็เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ผมสนใจเพลง และทำให้มันกลายเป็นโก๋ในที่สุด”

อะไรบ่งชี้ความเป็นโก๋และกี๋

การแต่งตัว ทรงผม นักร้องดัง แล้วก็เสียงเพลงอันเป็นเอกลักษณ์ยุค 60

เอลวิส เพรสลีย์ เจมส์ ดีน บีจีส์ คลิฟฟ์ ริชาร์ด กระทั่งเดอะ บีเทิลส์ เหล่านี้คือไอคอนยุคโก๋กี๋ที่มีอิทธิพลที่ทำให้หลายๆ คนอยากเป็นโก๋กี๋กันทั้งเมือง

สถานที่ก็บ่งบอกว่าโก๋กี๋สิงสถิตอยู่ที่ย่านไหน วังบูรพา แล้วก็พากันไปดูหนังที่คิงส์ ควีนส์ และแกรนด์

วินัย : “รองเท้าหัวแหลม ผมใส่น้ำมันตันโจ ฟังเพลงเอลวิส ร้องเพลงเดอะ บีเทิลส์ ไปรวมตัวกันแถววังบูรพา ซึ่งเปรียบเสมือนพารากอนสมัยนี้ ผมว่ามันเป็นเรื่องของคนมีสไตล์มากกว่า”

กรรณิการ์ : “ดิฉันว่าอิทธิพลที่เห็นชัดที่สุด คือ การแต่งตัว ผู้หญิงจะใสถุงเท้ายาว เดรสสั้น สีสันนิดหนึ่ง เป็นการสร้างสีสันความสนุกในยุคนั้นให้ดูคึกคักยิ่งขึ้น”

จีระศักดิ์ : “สิ่งที่เห็นชัด คือ แฟชั่นกับเพลง 2 อย่างนี้มันเดินคู่ขนานกันไป หนุ่มโก๋ก็จะใส่กางเกงขาลีบ เสื้อตัวโคร่งๆ หน่อย รองเท้าส้นสูงหัวแหลม ซึ่งสมัยนั้นเรียกว่า รองเท้าสเปน ทรงผมก็ต้องใส่น้ำมันตันโจ ทรงแบบเอลวิส เป็นอะไรที่สนุกครับ สนุกในการแต่งตัว สนุกที่ได้ฟังเพลงดีๆ”

ความเป็นไปของสังคมไทยกับการเป็นโก๋กี๋ มีอะไรให้น่าจดจำมากกว่าการเป็นผู้นำแฟชั่น คนเหล่านี้ทำอะไรบ้าง หรือแค่สวยๆ หล่อๆ ไปวันๆ

วินัย : “อาจจะเป็นช่วงนั้นไม่มีเหตุการณ์สำคัญอะไรมั้งครับ โก๋กับกี๋ก็เลยแทบไม่มีบทบาททางสังคม ที่เห็นตอนนั้นก็มียกพวกตีกันครับ มีฟันกัน ยิงกัน มีระเบิดขวด เป็นการดวลกันเรื่องศักดิ์ศรี”

กรรณิการ์ : “ความเป็นโก๋กี๋มันชัดเจนในเรื่องแฟชั่นมากกว่าเรื่องอื่นค่ะ เพราะยุคนนั้นมันความสนุกสนาน ความบันเทิง ความรื่นเริง เรื่องอื่นมันก็เลยถูกกลบไปหมด”

จีระศักดิ์ : “ตอนนั้นโก๋กี๋มันคือสีสัน แต่ทำอะไรไม่ได้มาก กลางวันรวมตัวกันไปกินข้าว ดูหนัง เสร็จแล้วก็นั่งรถเมล์กลับบ้าน กลางคืนไม่มีนะรวมกลุ่มกัน เพราะรัฐบาลไม่ได้ให้อิสระขนาดนี้ ค่อนข้างเข้มงวดด้วยซ้ำ ทำให้โก๋กี๋แทบไม่มีบทบาทอะไรมาก”

โก๋กี๋หลังวังวันนี้ยังไม่ตายง่ายๆ แม้กาลเวลาจะล่วงผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหน โก๋หลังวัง กี๋หลังวัง ยังคงโลดแล่นต่อในใจคนไทย

วินัย : “ผมว่าความเป็นรูปธรรมมันคงไม่ทำให้เด็กรุ่นใหม่เข้าใจว่าอะไรคือความเป็นโก๋กี๋ แต่ความเป็นนามธรรมนี่ผมว่ามันค่อนข้างชัดเจน ในฐานะการเป็นจิ๊กโก๋จิ๊กกี๋ยุคเก่าที่เชื่อมต่อมายังยุคใหม่ มันเลยทำให้ภาพของการเป็นโก๋กี๋ยังไม่หายไปไหน”

กรรณิการ์ : “มันจะยังไม่ตายเพราะเพลงนี่แหละค่ะ ดิฉันเชื่อยังงั้นนะ เพราะเพลงมันดี เพราะเพลงมันเพราะ มันเลยจะตอกย้ำให้โก๋กี๋หลังวังไม่ตายไปง่ายๆ ตรงกันข้าม ดิฉันว่ามันยิ่งจะทำให้คนที่ไม่รู้จักโก๋กี๋มากขึ้น จากเพลงที่ไม่มีวันตาย โก๋กี๋ก็เลยยังไม่ตายเหมือนกับเพลงเหล่านั้น”

จีระศักดิ์ : “ยุคโก๋กี๋มันใกล้จะหมดแล้วละครับ เพราะโก๋กี๋จริงๆ เริ่มล้มหายตายจากไป ที่เหลือเรี่ยวแรงก็แทบไม่มี ผมว่าสิ่งเดียวที่ยังทำให้โก๋กี๋ไม่ตาย คือ เพลงอย่างเดียวจริงๆ นะครับ ถ้าไม่มีเพลงยุคนั้น เด็กรุ่นหลังก็แทบไม่รู้จัก ผมว่าเพลงจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมต่อคนต่างวัยต่างยุคกันได้”

โก๋หลังวัง No.18 คอนเสิร์ตรวมพลคนโก๋กี๋ จัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 18 แล้ว ครั้งนี้ยังคงขนนักร้องคุณภาพมาร่วมประชันเสียงกว่า 10 ชีวิต อัดแน่นด้วยเพลงโจ๋ๆ ที่เคยฮิตฮอตในยุค 60 นำผู้ชมย้อนกลับไปสู่วันวานยังหวานอยู่และครื้นเครงไปกับจังหวะสนุกสนาน คอนเสิร์ตมีเพียงรอบเดียว เวลา 14.00 น. วันอาทิตย์ที่ 25 ส.ค. ณ ศาลาเฉลิมกรุง จองบัตรได้ที่ ศาลาเฉลิมกรุง 02-225-8757-8 ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ โทร. 02-262-3456

ไม่ได้มีแค่คอนเสิร์ตเท่านั้น โก๋หลังวังยังเคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ออกฉายเมื่อปี พ.ศ. 2545 กำกับโดย อัครพล อัครเศรณี ได้นักแสดงวัยรุ่น (ยุคนั้น) เชือดเฉือนอย่างคับคั่ง อาทิ วุฒินันท์ ไหมกัน อานัส ฬาพานิช บัณฑิตา ฐานวิเศษ นำเสนอในบรรยากาศย้อนยุค เล่าถึงชีวิตของวัยรุ่นไทยในยุคโก๋ ที่ดันไปหลงรักลูกสาวเจ้าพ่อย่านวังบูรพา จึงนำไปสู่การพิสูจน์รักแท้ด้วยเลือดเนื้อและชีวิต

และก็ไม่ได้มีแค่ภาพยนตร์กับคอนเสิร์ตอีกต่อไป เมื่อจู่ๆ ผู้กำกับจอมไอเดีย มารุต สาโรวาท นำเรื่องราวโก๋หลังวังมาปัดฝุ่น ทำเป็นเดอะ มิวสิเคิล ในชื่อ โก๋หลังวัง เดอะมิวสิคัล รักนี้คือนิรันดร์ เปิดม่านการแสดงไปปีที่แล้ว งานนี้จัดหนักจัดเต็มด้วยจับนักร้องตัวแม่ มณีนุช เสมรสุต มาโชว์พลังเสียงกับ วสุ แสงสิงแก้ว พร้อมโก๋กี๋รุ่นน้อง ณัฏฐพัชร วิพัธครตระกูล (ปุยฝ้าย AF4) วีรดนย์ หวังเจริญพร (แม็ค AF6) เล่าเรื่องความรักและความทรงจำของย่าโรส ผู้ซึ่งกำลังหวนคิดถึงรักแรกอันแสนหวาน โดยมีลูกสะใภ้และหลานสาวนั่งเฝ้าฟังอย่างตั้งใจ