เถ้าแก่เบบี๋...เห็นแล้วต้องยกนิ้ว

วันที่ 21 พ.ค. 2556 เวลา 10:20 น.
เถ้าแก่เบบี๋...เห็นแล้วต้องยกนิ้ว
โดย...วรธารที ภาพ จาก คอลเลกชันใยไหม และเกรซ

หากจะพูดถึงอาชีพที่ทำรายได้เรียกเงินเข้ากระเป๋าตุงได้ตั้งแต่เด็กก็เห็นจะมีอาชีพ “นักแสดง” ที่ชัดเจนกว่าอาชีพอื่นๆ เพราะอาชีพอื่นๆ ส่วนใหญ่จะเป็นอาชีพที่เหมาะกับผู้ใหญ่ทำ เด็กๆ หลายคนจึงใฝ่ฝันอยากเป็นดาราเพราะนอกจากรายได้ค่อนข้างโอเคแล้ว “ชื่อเสียง” ก็เป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศด้วย ยิ่งถ้ามีความสามารถ ทั้งภาพลักษณ์ หน้าตาดี ผลงานเป็นที่ประทับใจคนดู ก็จะมีแฟนคลับคอยให้การสนับสนุน

แต่อาชีพดาราหรือนักแสดง ใครๆ ก็รู้ว่ามีความเสี่ยงอยู่ในตัวซึ่งคนที่เป็นดาราย่อมรู้ดีว่า ไม่มีอะไรมารับประกันความยั่งยืนในอาชีพได้ วันนี้อาจมีคนจ้างให้มาแสดงจนไม่มีคิวให้ แต่วันหน้าอาจจะไม่มีงานเข้ามาเลย หรือนานปีมีครั้งจนไส้แห้ง

ดังนั้น คนที่เป็นดาราจำนวนไม่น้อยจึงต้องขยับตัวคิดหา “อาชีพอื่น” เพื่อมารองรับความมั่นคงในชีวิต ส่วนมากจะเป็นดาราผู้ใหญ่ที่เริ่มทำกันแล้วหลายต่อหลายคน แต่ถ้าถามถึงดาราเด็กก็ต้องบอกว่า “น้อยคน” ที่คิดถึงเรื่องนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี เวลานี้เรามีดาราตัวน้อยๆ มีธุรกิจของตัวเองแล้วและธุรกิจที่ทำก็ต้องบอกว่ามีแวว เตรียมตัวเป็นเถ้าแก่น้อยได้เลย!

ใยไหม...เปิดร้าน Hokkaido Milk @ฟิวเจอร์พาร์ค

ชินารดี อนุพงษ์ภิชาติ หรือ น้องใยไหม กับบทบาท “น้องหมี” ในละครเรื่อง “ยัยบุญกับหมอทึ่ม” ที่กำลังออนแอร์ทางช่อง 3 เวลานี้ เธอเปิดร้านฮอกไกโด มิลค์ (Hokkaido Milk) สาขาฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ชั้น B ตรงข้ามร้านท่าสยาม เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ นี่เอง

แน่นอนว่าการริเริ่มทำธุรกิจตัวนี้ของใยไหมไม่ได้มาจากตัวตั้งตัวตีของเธอคนเดียวแน่ แต่มาจากความคุณแม่ “ณฐวรรณ” เป็นส่วนใหญ่ที่ต้องการจะให้ลูกสาวมีธุรกิจของตัวเองและรู้จักเรียนรู้การหาเงินจากอาชีพอื่นนอกเหนือจากอาชีพนักแสดงที่อาจไม่มีความแน่นอน

“เรื่องเปิดร้านคุณแม่เป็นคิดเองค่ะ เพราะมองว่าใยไหมก็ทำงานมาเยอะ ก็อยากมีอะไรที่เป็นของใยไหมสักอัน และถ้าให้เราคิดเองว่าจะทำอะไรดีก็คงอีกนานกว่าจะคิดได้ สู้เราซื้อแฟรนไชส์ของเขาเปิดเองดีกว่า จึงเลือกแบรนด์ Hokkaido Milk และที่เลือกนมยี่ห้อนี้เพราะน้องชอบบอกว่าอร่อย อีกอย่างใยไหมก็เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์อยู่ด้วย อีกอย่างก็มองว่านักแสดงเด็กจะมีช่วงที่ว่าจะเด็กก็ไม่เด็กจะโตก็ไม่โต อายุ 12-13 จะเป็นช่วงที่ไม่ค่อยมีงาน จึงอยากให้เขาเรียนรู้ตั้งแต่ตอนนี้ และถ้าไม่มีงานแสดงจริงๆ อย่างน้อยก็มีธุรกิจนี้ที่สร้างรายได้”

ณฐวรรณ กล่าวอีกว่า หากพูดถึงการถ่ายละครใยไหมจะรู้แค่ว่าต้องถ่าย ต้องท่องบท แต่ไม่รู้หรอกว่าได้เงินเท่าไหร่ ค่าตัวคิดยังไง ดังนั้น จึงอยากให้เขารู้จักการค้าขายจะได้รู้ว่ากว่าจะได้เงินมาแต่ละบาทต้องใช้ความอดทน ความขยันมากแค่ไหน

“เวลาที่น้องมาร้านก็จะบอกจะสอนเขาเลยว่า ถ้าไยไหมขายนมได้สองโหลนะ ไยไหมก็จะได้เงินมาเท่านี้ๆ แล้วแม่จะแบ่งให้เท่านี้ๆ นะ อันนี้จะชัดเจน แล้วจะสอนเขาว่าพนักงานที่มาทำงานกับเรากว่าเขาจะได้เงินเขาต้องยืน ต้องอดทน ต้องบริการลูกค้าทุกอย่าง เราก็จะพยายามสอนน้องให้เขารู้”

พูดถึงการเปิดร้าน ต้องใช้เงินเลข 7 หลักต้นๆ ส่วนหนึ่งเป็นของน้องใยไหมและอีกส่วนหนึ่งของคุณพ่อหุ้นกัน โดยช่วงเริ่มต้นก่อนเปิดร้านเจออุปสรรคในเรื่องของเวลา แต่ทุกอย่างก็สามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และวันเปิดร้านก็มีเหล่าดาราและเพื่อนดาราเด็กมาร่วมแสดงความยินดีกับใยไหมคับคั่ง

“ในเดือน เม.ย. เราติดต่อกับฟิวเจอร์พาร์ครังสิต แล้วทางห้างได้กำหนดว่าวันที่ 1 พ.ค.จะต้องเปิดร้าน ซึ่งตอนนั้นน้องถ่ายละครแทบทุกวันเราก็เลยไม่มีเวลามาดูว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง อีกอย่างช่วงนั้นสงกรานต์ช่างที่มาทำร้านก็หยุดด้วย ทางห้างก็ยื่นมาอีก 1 พ.ค.ต้องเปิดร้าน ถ้าไม่เปิดจะโดนปรับวันละ 5,000 บาท

ตอนนั้นคิดไม่ออก ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง พนักงานก็ยังไม่ได้ แต่อุปสรรคก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี อีก 4 วันก่อนเปิดร้านและเป็นวันที่ใยไหมว่างพอดี จึงนัดพนักงานมาสัมภาษณ์คัดจาก 20 คน เหลือ 4 คน และเป็น 4 คนที่เราพอใจมากถึงวันนี้เพราะพวกเขาทำงานด้วยความขยัน อีกอย่างพวกเขาชอบน้องใยไหมด้วย

นอกจากนี้ ทางฮอกไกโดก็ส่งคนมาช่วยอีก 5 วัน เพื่อสอนพนักงานของเราให้รู้ว่าต้องทำอะไรตรงไหนอย่างไร และในวันเปิดงานก็มีเหล่าดาราเรื่องยัยบุญกับหมอทึ่มมาร่วมแสดงความยินดีคับคั่ง”

ขณะที่ใยไหม บอกว่า รู้สึกภูมิใจมากที่มีร้านของตัวเอง ต้องขอบคุณแม่และคุณพ่อที่ทำให้มีวันนี้ และต้องขอขอบคุณพี่ๆ ดารา เพื่อนๆ ที่มาร่วมแสดงความยินดีทุกคน รวมถึงแฟนคลับของใยไหมด้วย

“ว่าแต่ใครที่ผ่านไปห้างฟิวเจอร์พาร์ครังสิตอย่าลืมแวะไปอุดหนุนใยไหมนะคะ นมสดฮอกไกโด ทั้งหมด 6 รสชาติอร่อยๆ จากนั้นก็สั่งไอศกรีมอร่อยๆ มาชิมดู ตอนนี้มีโปรโมชันซื้อ 5 ขวด แถม 1 ขวดด้วย เท่ากับได้นมครบ 6 รสชาติเลยนะคะ”

ยังไงอย่ากินเพลินจนลืมดูผลงานของน้องใยไหมละกัน ที่ออนแอร์ตอนนี้อยู่คือ “ยัยบุญกับหมอทึ่ม” ทางช่อง 3 ส่วนที่กำลังถ่ายทำคือ “ซิกเซนส์ภาค 2” และรับเชิญใน “มัจจุราชสีน้ำผึ้ง” นอกจากนี้มีภาพยนตร์ 2 เรื่องคือ “มายเฮาส์บ้านฉันวิญญาณ” และ “ละติจูดที่ 6”

เกรซ...เปิดร้านขายเสื้อผ้าที่จตุจักร

ขณะที่ “ภิรัญชญา คเชนทร์นุกูล” หรือ “น้องเกรซ” อายุ 7 ปี นักแสดงเด็กมากความสามารถจากละครเรื่อง “ไอ้คุณผี” ที่กำลังออกอากาศทางช่อง 3 และรอออกอากาศทางช่อง 3 เช่นกัน คือ “แค้นเสน่หา” ส่วนที่ออนแอร์จบไปแล้วคือ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอนคุณชายปวรรุจ และพรพรหมอลเวง ก็เป็นหนึ่งในดาราเด็กที่มีธุรกิจของตัวเองโดยเปิดร้านขายเสื้อผ้าวัยรุ่นอยู่ที่สวนจตุจักร โครงการ 20 ซอย 6

ร้านและแบรนด์เสื้อผ้าของเธอเหมือนกัน คือชื่อ Grace โดยทุนในการเปิดร้านทุกอย่างทั้งสิค้าและการตกแต่งมาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอทั้งสิ้น แต่ผู้ที่เป็นต้นคิดในการเปิดร้านก็คือคุณแม่ของ เนื่องจากต้องการขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้น

“เดิมคุณแม่จะมีร้านขายเสื้อผ้าวัยรุ่นทั้งขายส่งและขายปลีกอยู่ก่อนแล้วที่จตุจักร ชื่อร้านซินเดอเรลลา (Cinderella) ซึ่งขายมา 67 ปี ต่อมาเมื่อปีที่แล้วก็แตกลายออกมาอีกแบรนด์เพื่อขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้นอีกร้าน คือ ร้านของน้องเกรซโดยเฉพาะ เพราะเงินในการเปิดร้านของน้องหมดเลยทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 4 แสนบาท เสื้อผ้าก็เป็นแฟชั่นสไตล์วัยรุ่นเหมือนร้านซินเดอเลลาเพราะตลาดที่นี่จะเน้นเสื้อผ้าสไตล์วัยรุ่น”

เสื้อผ้าที่นำมาขาย เป็นการคิด ออกแบบ ทำแพตเทิล และตัดเป็นชุด โดยแม่ของเกรซร่วมกับพี่สาว คุณพ่อ ช่วยกันแล้วส่งให้ร้านเย็บเนื่องจากที่บ้านประกอบธุรกิจเสื้อผ้ามานานโดยมีเวลาทำงาน 4 วัน คือ จันทร์ถึงพฤหัสบดี ส่วนวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ก็จะนำไปขายที่ร้าน

“ทั้งสองร้านเราเน้นขายส่ง แต่ขายปลีกก็ขาย ก็คือจะขายในคืนวันศุกร์ตั้งแต่ 4 ทุ่มเป็นต้นไป เปิดยาวถึงเย็นวันเสาร์ 6 โมงแล้วปิด แล้วเปิดอีกทีวันอาทิตย์เวลา 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น ลูกค้าวันศุกร์จะเป็นลูกค้าขายส่งอยู่ต่างจังหวัด ส่วนเสาร์อาทิตย์กลางวันส่วนใหญ่เป็นลูกค้าต่างชาติมาซื้อ

ขณะที่ราคาขายถ้า 6 ตัวจะได้ราคาส่ง ถ้าตัวเดียวก็ราคาปลีก ตอนนี้ร้านของน้องเกรซเริ่มเป็นที่รู้จักของมากขึ้น มีคนถามถึงร้านบ่อยๆ และสินค้าคนก็เริ่มนิยม ส่วนหนึ่งอาจมาจากตัวน้องเป็นนักแสดงด้วย”

ด้านน้องเกรซที่วันอาทิตย์หากไม่ติดงานก็จะมาช่วยแม่ขายที่ร้านเผยความรู้สึกว่า ดีใจที่มีร้านของตัวเองและเป็นแบรนด์ของตัวเองด้วย ส่วนหนึ่งก็ดีใจที่แม่ได้สอนให้ตนรู้จักการทำธุรกิจตั้งแต่อายุน้อยๆ

“ตอนนี้ที่หนูช่วยได้ก็คือช่วยขาย ส่วนใหญ่หนูจะมาช่วยแม่วันอาทิตย์ ซึ่งวันอาทิตย์จะมีลูกค้าต่างชาติมาซื้อเยอะ หนูก็จะพูดอังกฤษกับลูกค้า สั้นๆ ไม่ได้เป็นประโยคนะคะ เช่น บอกราคาได้ กล่าวขอบคุณได้ สวัสดีลูกค้าทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ซึ่งลูกค้าก็จะชอบ” เกรซเล่าไปยิ้มไป

เอาละท้ายสุดนี้ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทั้ง “ใยไหม” และ “เกรซ” ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจครั้งนี้ เฉกเช่นเดียวกับความสำเร็จด้านการแสดงของเธอที่มีแต่รุ่งกับรุ่ง