‘นนท์’ ปฐมแชมป์ เดอะ วอยซ์ ไทยแลนด์

  • วันที่ 18 ธ.ค. 2555 เวลา 09:18 น.

‘นนท์’ ปฐมแชมป์ เดอะ วอยซ์ ไทยแลนด์

นาทีนี้ น้อยคนนักที่จะไม่มีใครไม่รู้จักหนุ่มน้อยชื่อ “นนท์-ธนนท์ จำเริญ” แชมป์เดอะ วอยซ์ เสียงจริง ตัวจริง คนแรกของประเทศไทย

โดย...จตุรภัทร หาญจริง ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช

“ผมทำดีที่สุดแล้วครับ”

คือประโยคแรกของเขา หลังจากที่เขาได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ นนท์เปิดใจหลังจบการแข่งขันว่าที่มาประกวดรายการ เดอะ วอยซ์ ได้ เป็นเพราะครูที่โรงเรียน “พอดีครูที่โรงเรียนเขาจะส่งพี่อีกคนมาประกวด ในขณะที่เขากำลังฝึกซ้อมร้องเพลงให้รุ่นพี่คนนี้อยู่ พอดีผมเดินผ่านไปแถวนั้น ครูเห็นเลยชวนให้ผมมาประกวดด้วยแบบขำขำ คือครูเขารู้ว่าผมร้องเพลงได้ แต่ก็ให้มาลองดูก่อน แล้วค่อยมาเอาจริงปีหน้า แต่กลายเป็นว่า ผมมาไกลจนถึงตอนนี้ ก็แปลกใจดีครับ”

เส้นทางแชมป์ของ ‘นนท์’

ก่อนหน้านี้ นนท์ก็ได้ไปประกวดร้องเพลงตามเวทีเล็กๆ บ้าง พอได้มาเจอเวทีใหญ่ๆ ขนาดนี้ ความตื่นตาตื่นใจย่อมมีเป็นธรรมดา

“ด้วยความเป็นเด็กต่างจังหวัด ทำได้แค่ประกวดร้องเพลงตามเวทีเล็กๆ ที่เป็นพื้นไม้ธรรมดาๆ ไม่เคยมาประกวดเวทีใหญ่ๆ ที่มีไฟ แสง สี เสียง ขนาดนี้ พอมาเจออะไรแบบนี้มันตื่นเต้นมากครับ ผมแค่คิดว่า แค่ได้เข้าประกวด ได้มีโอกาสออกทีวีสักครั้งหนึ่ง แค่นี้ก็ดีใจแล้ว แต่กลายเป็นว่าได้ออกทีวีหลายๆ ครั้ง ก็ดีใจครับ

 

นนท์ เล่าให้ฟังว่า ตอนประกวดรอบไบลน์ด ออดิชัน (ผู้เข้าแข่งขันจะถูกคัดเลือกจากเสียงร้องเพียงอย่างเดียวเท่านั้น) พอผมขึ้นไปร้องเพลงบนเวที ผมไม่ได้ลุ้นว่าโค้ชท่านใดจะกดเลือกผม แต่ลุ้นว่าทำยังไงจะให้ไอ้อาการตื่นเต้นที่มีอยู่หายไป และร้องเพลงออกมาให้ดีที่สุด มารู้ตัวอีกที โค้ชก้องกดเลือกผม ผมก็ตกใจ แต่ก็ดีใจครับที่โค้ชก้องให้โอกาสผม”

หลังจากรอบ ไบลน์ด ออดิชัน ผ่านไป มาจนถึงรอบแบทเทิล นนท์ก็ได้รับเลือกจากโค้ชก้องให้เข้ารอบอีกครั้ง และหลังจากวันนั้นมาจนถึงวันที่เขาได้เป็นแชมป์ เดอะ วอยซ์ เสียงจริง ตัวจริง เขาคือเด็กหนุ่มจากภูเก็ตที่ผ่านเข้ารอบมาแต่ละรอบได้ด้วยการโหวตจากคนไทยทั้งประเทศ

“ก่อนอื่นผมต้องบอกว่า รางวัลนี้มีค่าสำหรับผมมาก และมันก็มอบความสุขให้ผมด้วย ผมต้องขอบคุณคนไทยทั้งประเทศที่ช่วยโหวตให้ผม ตั้งแต่เกิดผมไม่นึกเลยว่าจะมีคนเสียตังค์ให้ผมมากมายขนาดนี้ อย่างแม่ของเรา บางทีขอแม่ซื้อนั่นซื้อนี่ แม่ยังไม่ซื้อให้ แต่ใครก็ไม่รู้มาได้ยินเราร้องเพลง แล้วเลือกที่จะเสียเงิน 6 บาท เพื่อให้ผมได้ทำตามความฝันของผมไว้ ผมมาถึงตรงนี้ไม่ได้ ถ้าไม่มีทุกท่าน ผมคิดว่าสิ่งนี้คือสิ่งยิ่งใหญ่ ใครไม่ได้มาถึงจุดนี้ จะไม่มีทางรู้เลยว่าการโหวตให้ผู้เข้าแข่งขันมันมีความหมายจริงๆ”

นนท์ได้มีโอกาสมีเพลงแรกในชีวิตของตัวเอง โดยเอามาร้องในรอบไฟนอล และเป็นเพลงที่เมื่อได้รับการดาวน์โหลดจากคนไทยทั้งประเทศ ก็จะเป็นคะแนนให้กับนนท์ได้อีกด้วย เพลงเพลงนั้นคือ “ยังไม่เคย”

 

“ผมบอกได้เลยว่าเพลงยังไม่เคย เป็นเพลงที่ทำงานกันเร็วมาก และเป็นงานที่เถื่อนดิบมาก (หัวเราะ) เพราะในระหว่างที่อัดเพลงนี้ ทั้งผม ทั้งพี่โปรดิวเซอร์ เราเต้นเราโจ๊ะกันมันมาก ผมยังถามตัวเองเลยว่าการอัดเพลงจริงๆ มันเป็นแบบนี้ด้วยเหรอ มันไม่เหมือนการอัดเพลงเลยครับ สนุกมาก ก็ดีใจที่มีเพลงของตัวเอง ไม่นึกไม่ฝันว่าเด็กอายุ 16 อย่างผมจะได้มีเพลงเป็นของตัวเองแล้ว”

กับโค้ชก้อง สหรัถ สังคปรีชา นนท์เผยว่า ที่เห็นโค้ชก้องหล่อเนี้ยบขนาดนี้ เขาก็มีมุมรั่วเยอะ “เขาชอบพูดทองแดงกับผมครับ (หัวเราะ) ประมาณว่า พี่เป็นคนพระโขนงนิ ขอตัวไปกินสะตอก่อนนะ (พูดสำเนียงใต้) อะไรประมาณนี้ ผมว่าพี่ก้องเป็นคนที่จับต้องได้ แม้เขาจะเป็นคนที่มีชื่อเสียง ตอนแรกผมทำตัวไม่ถูก แต่พอพี่ก้องทำให้ผมผ่อนคลาย เราก็สามารถจับต้องกันและกันได้ครับ”

ตัวตนของ ‘นนท์’

นนท์เล่าให้ฟังว่า ตอนเด็กๆ เขาเป็นเด็กที่ซนมาก แผลในตัวเกิดจากการซนเต็มไปหมด “สมัยเด็กๆ ผมซนมาก แขนซ้ายหักสามท่อน กระดูกสันหลังคด เชิงกรานร้าว มันอึดทนนานมาก พอโตขึ้น ผมก็เลยพยายามซนให้น้อยลง พ่อแม่สอนว่า เมื่ออยู่กับผู้ใหญ่ให้มีสัมมาคารวะ ไม่ลามปาม พออยู่กับเพื่อนก็ปกติครับ”

ในโรงเรียน นนท์ก็เป็นเด็กนักเรียนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ไม่ได้พิเศษอะไร” เวลาผมอยู่ในห้องเรียน ผมก็เฮฮา คุยกับเพื่อนไปเรื่อยๆ ตามปกติ ผมมีครูประจำชั้นที่ผมสนิทคือ ครูเกด และครูที่โรงเรียนอีกหลายท่านก็ช่วยเหลือผมเป็นอย่างดี ในส่วนเรื่องเรียน ผมยังคงเรียนตามปกติครับ ไม่ดร็อป และคิดว่าจะไม่ย้ายโรงเรียนครับ ผมอยากจบที่โรงเรียนเดิม”

 

สำหรับใครที่อยากจะรู้ว่าแชมป์ เดอะ วอยซ์ คนนี้ จีบสาวเป็นหรือยัง มีแฟนหรือยัง หนุ่มนนท์มีคำตอบ

“ผมยังจีบสาวไม่เป็นครับ เรื่องที่จะมีแฟนหรือยัง ลืมไปได้เลย (หัวเราะ)”

ใครหลายคนอาจรู้สึกว่า นับตั้งแต่วันแรกที่นนท์เข้ามาประกวดจนมาถึงวันนี้ เขาดูดีขึ้นมาก นนท์บอกอย่างอารมณ์ดีว่า ที่ดูดีขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นเพราะฮอร์โมน “ฮอร์โมนมันแรงครับ (หัวเราะ) ตอนที่เข้ามาประกวด เสียงผมเพิ่งแตกหนุ่ม สิวเต็มหน้า ผมแพ้ทุกอย่าง ใช้ได้แต่สบู่เด็ก คือผิวผมดีมาแต่ต้นนะ ผิวขาวด้วย แต่ผมทำให้ผิวมันไม่ดีเอง เพราะไปเที่ยวทะเล อยู่กับทะเล 8 ชั่วโมง กลับบ้านมาตัวดำปี๋ มันก็เลยกระดำกระด่างแบบนี้ (หัวเราะ)”

แน่นอนว่า บุคคลสำคัญที่มีส่วนให้กำลังใจสำคัญแก่นนท์ นอกจากพ่อกับแม่แล้ว คนในหมู่บ้านยังเป็นกำลังใจสำคัญให้กับนนท์อีกด้วย “ตั้งแต่ผมเข้ารอบ พ่อกับแม่และคนในหมู่บ้านก็จะมารวมตัวกันดูทีวี เอากับข้าวกับปลามานั่งกินด้วยกัน กินไป เชียร์ไป ผมก็ดีใจที่เขารวมตัวให้กำลังใจผมมากขนาดนี้ครับ สำหรับพ่อแม่ ผมมาอยู่ตรงนี้ได้ พ่อกับแม่ต้องเสียค่าเดินทางให้ผมมาประกวดมากมาย ทำให้ผมไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แม้จะมีท้อบ้าง ผมบอกตัวเองว่าผมจะมายอมแพ้ง่ายๆ ไม่ได้ เราต้องทำให้คุ้มค่ารถที่พ่อแม่ยอมเสียเงินมาให้เรา มันไม่ใช่บาทสองบาท เราต้องทำให้ดีไปตลอดให้ได้”

 

นับแต่นี้ ชีวิตของเด็กหนุ่มชื่อนนท์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง แต่นนท์ยืนยันว่า แม้ว่าเขาจะยืนอยู่ในที่สว่างแล้ว เขาจะเป็นคนดังที่เป็นคนดี และเป็นคนที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง แต่ยังคงรักษาสิ่งที่เป็นตัวเองไว้

“ผมมาถึงตรงนี้แล้ว ผมก็จะพยายามทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดี เพราะผมอยู่ในที่สว่าง ยังไงคนเห็นผม อาจเอาผมไปเป็นแบบอย่างได้ครับ อีกทั้งผมยังพร้อมยอมรับสำหรับการเปลี่ยนแปลง ใครให้ผมทำอะไร ผมทำหมด แต่ผมจะยังคงรักษาสิ่งที่เป็นตัวเองไว้ นั่นคือตัวตนของผม เหมือนกิ้งก่าที่เปลี่ยนสีได้ แต่มันจะไม่เปลี่ยนรูปร่างครับ” แชมป์ เดอะ วอยซ์ กล่าวสรุป

ลึกสุดใจ จากโค้ชก้อง ถึงแชมป์ เดอะ วอยซ์ ไทยแลนด์

“ตั้งแต่ครั้งแรกที่นนท์มารอบไบลน์ ผมว่ามันเป็นโชคชะตาและเป็นความโชคดีของผมที่ได้ร่วมงานกับนนท์ บอกตามตรงว่าตอนแรกในทีมผมมีผู้ชายเยอะแล้ว อยากจะเฟ้นหาผู้หญิงมากกว่า แต่วินาทีสุดท้ายที่พี่คิ้มยุ ผมก็เลยตัดสินใจเลือกเขา พอหันมาเจอเขา ก็ยังเฉยๆ แต่พอคลุกคลีกับเขามากขึ้น ลองให้เขาได้ร้องเพลงลูกทุ่งที่เขาถนัด ยิ่งลองให้ร้องแบบโน้นแบบนี้ เขาก็ทำได้ดี ผมนึกในใจว่าคนนี้นี่แหละใช่ เสียงจริง ตัวจริง จนมาถึงวันนี้ นนท์ยังมีของดีอีกเยอะที่คนดูไม่เห็น เขาเป็นคนทะเล้น ซื่อๆ จริงใจ ที่คนดูเห็นเขากลัวๆ เกร็งๆ แต่เวลาที่เขาเป็นตัวของตัวเอง เขาทะเล้น น่ารัก หลังจากนี้คนดูคงได้เห็นตัวตนของเขามากขึ้นครับ”

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ