มุ่งสู่ความมืดดำ

วันที่ 30 ธ.ค. 2561 เวลา 11:20 น.
มุ่งสู่ความมืดดำ
โดย เพรงเทพ 

ด้วยความชอบภาพยนตร์ชุดนี้ ที่เริ่มต้นภาคแรกไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว “Fantastic Beasts and where to find them” (สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่) โดยเฉพาะบทบาทของจอมแย่งซีน อย่าง แดน ฟ็อกเลอร์ ที่รับบท เจคอบ โควัลสกี พ่อค้าขนมปังหน้าทึ่มซื่อที่พลัดหลงเข้าผจญภัยไปด้วย ถือเป็นเสน่ห์อย่างยิ่งของตัวเรื่อง

รอคอยจนมาถึงภาคที่ 2 สำหรับภาพยนตร์แฟรนไชส์แห่งอาณาจักรเวทมนตร์ Fantastic Beasts นั่นก็คือ “Fantastic Beasts : The Crimes of Grindelwald” (สัตว์มหัศจรรย์ อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์) ซึ่งภาคนี้ดูเหมือนจะโหมกระหน่ำโฟกัสขายไปที่ตัวดาราที่เข้ามาสมทบแบบเต็มตัวในฐานะตัวเอกของเรื่อง จอห์นนี เด็ปป์ ในบทพ่อมดมืดผู้ทรงพลัง เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์

เพราะแม้แต่ เจ.เค. โรว์ลิ่ง นักเขียนชื่อดังเจ้าของบทประพันธ์ยังปลื้มปริ่มกับจอห์นนี เด็ปป์ ออกแถลงการณ์ในหน้าเว็บเพจของตัวเองว่า เธอและผู้กำกับขอยืนยันว่ารู้สึกมีความสุขมากกับการที่เขามารับบทนี้

“เมื่อฉันได้ข่าวว่า จอห์นนี เด็ปป์ จะมารับบทเป็น กรินเดลวัลด์ ฉันก็รู้ได้ทันทีว่าเขาเหมาะกับบทบาทนี้มาก ฉันและผู้กำกับขอยืนยันว่าเราไม่เพียงแค่รู้สึกสบายใจเท่านั้นที่ได้จอห์นนีมาเล่นบทนี้ แต่เรายังรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้เขามาเล่นบทหลักในหนังเรื่องนี้”

แน่นอนด้วยบทบาทการแสดงและการตีบทได้แตกและเฉียบขาดของ จอห์นนี เด็ปป์ ช่วยยกระดับสีสันของตัวเรื่องให้ดูตื่นเต้นอย่างคุระอุ แต่โดยมวลรวมของเรื่อง ทำให้สีสันของสัตว์มหัศจรรย์ต่างๆ ถูกลดทอนกลายเป็นน้ำจิ้มหรือส่วนประกอบเล็กๆ ของเรื่องไปในที่สุด รวมถึงตัวละครที่เดินเรื่อง นิวท์ สคามันเดอร์ ที่รับบทโดย เอ็ดดี้ เรดเมย์น ก็ดูแผ่วจางอย่างอ้างว้างเหลือเกิน มินับตัวละครแย่งซีนจากภาคแรก ที่ดูจะถูกดูดสูญหายไปอย่างสิ้นเชิง

อย่างที่บอกภาพยนตร์ชุดนี้ไม่น่าจะตีความเพื่อให้เด็กๆ ได้ดูสนุก และเหมาะกับการเป็นกลุ่มลูกค้าแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องราวของผู้ใหญ่ในการนำเสนอประเด็นทางความเชื่อ ศรัทธา ในอุดมการณ์ทางการเมืองการปกครองของโลกพ่อมดแม่มดที่ขัดแย้งกันเอง ระหว่างสายสุดโต่งกับสายกลางประนีประนอมที่ครองอำนาจอยู่

จากบทประพันธ์ขที่จินตนาการเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปี 1927 หรือเมื่อเกือบ 100 ปีที่แล้ว ทำให้ความเป็นพีเรียดของยุคสมัยเป็นเสน่ห์ของบรรยากาศในท้องเรื่องเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการเปลี่ยนจากในอเมริกามาสู่ยุโรปคือ อิตาลี และฝรั่งเศส

คงไม่ต้องเล่าถึงเรื่องราวกันมากนัก เพราะโดยรวมแล้วยังอยู่ในระหว่างทางที่ครึ่งๆ กลางๆ และเป็นการบอกถึงภูมิหลังของความขัดแย้งและการตัดสินใจให้เลือกข้าง เรียกว่าเป็นสงครามจิตวิทยาในการระดมมวลชนเหล่าพ่อมดแม่มดให้มาสนับสนุนหรืออยู่ข้างตัวเอง ระหว่างผู้ครองอำนาจเดิมที่มีการจัดระบบระเบียบของสังคมโลกเวทมนตร์กับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมสู่แบบใหม่ ซึ่งพยายามโน้มน้าวพวกถูกทอดทิ้งและพวกขี้แพ้ไม่ถูกยอมรับและไม่มีที่ยืนมาอยู่ฝ่ายตน

อุดมการณ์การยกสถานะของพ่อมดแม่มดเลือดบริสุทธิ์ให้กลับมาครองโลก ขึ้นปกครองเหล่าประชากรมนุษย์ที่ไร้พลังเวทมนตร์ อยู่เหนือมนุษย์ธรรมดาทั่วไป ทำให้โลกเวทมนตร์เกิดการแบ่งแยกรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับพวกเลือดบริสุทธิ์ (Pure Blood) เป็นพวกที่เกิดจากพ่อเป็นพ่อมด และแม่เป็นแม่มด พวกเขามีสายเลือดของผู้วิเศษอย่างแท้จริง รับการถ่ายทอดเป็นรุ่น

ประเด็นของเรื่องราวตรงนี้สำคัญมาก ทำให้อดนึกถึงประวัติศาสตร์ของสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เกิดลัทธิรักษาสายโลหิตอารยัน สายเลือดบริสุทธิ์ เชื้อสายเยอรมันตามความเชื่อดาร์วินิสต์ทางสังคมหรือเผ่าพันธุ์นิยม

โครงการ “เลเบนบอน” คลังผลิตทารกใต้ดินของนาซี การสร้างสังคมอันสูงส่งของอารยัน จำเป็นต้องกำจัด คนไข้โรคจิต ผู้ป่วยเรื้อรัง คนชราในบ้านพักคนชรา กลุ่มเพศทางเลือก คนยิปซี ถือเป็นตัวถ่วงความเจริญของอาณาจักร ภายใต้ลัทธิที่มีชื่อว่า“Eugenics” ของ ฮิตเลอร์ผู้นำพรรคนาซี ซึ่งถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดในหนังสือชื่อว่า “Doctors from hell”

เพราะฉะนั้น “Fantastic Beasts : The Crimes of Grindelwald” จึงเป็นภาพยนตร์ภาคต่อของทางผ่านที่มุ่งไปสู่ความดำมืดและน่าสะพรึงกลัวในภาคต่อไป ถึงการต่อสู้ทางความเชื่อของเหล่าพ่อมดแม่มดผู้ต้องการปฏิวัติโลกใบนี้เพื่อชนชั้นและเชื้อชาติของพวกเขาเอง และเหยียดพวกอื่นๆ ไว้เบื้องล่างของการปกครอง

ต้องรอคอยภาคต่อไปที่จะทวีความเข้มข้นอย่างดำมืด และต้องบอกไว้ก่อนว่าภาพยนตร์ชุดนี้ไม่ใช่การสร้างเพื่อตอบโจทย์บันเทิงของเด็กๆ เพราะมันเคร่งเครียดและจริงจังมากกว่าความสนุกสนาน