ไทม์แมชชีนแบบเด็กเนิร์ด ไม่ต้องหรู..แต่ลงตัวเว่อร์ใน Time Freak

  • วันที่ 06 ธ.ค. 2561 เวลา 16:08 น.

ไทม์แมชชีนแบบเด็กเนิร์ด ไม่ต้องหรู..แต่ลงตัวเว่อร์ใน Time Freak

เอซา บัตเตอร์ฟิลด์ ยกทีมมาสร้างความป่วนให้กับปรากฏการณ์ย้อนเวลาที่ใครก็คาดไม่ถึงใน Time Freak

“ไทม์ฟรีค” (Time Freak) ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมากจากหนังสั้นเข้าชิงออสการ์ของผู้กำกับ   “แอนดรูว์ โบว์เลอร์” ที่เลือกการย้อนเวลาในแบบที่ไม่ว่าจะย้อนเวลาไปช่วงไหน ก็ยังคงเป็นตัวของตัวเอง โดยไม่ต้องไปคอยระวังว่าจะไปเจอตัวเองในอดีต

โดยได้ “เอซา บัตเตอร์ฟิลด์” รับบท “สติลล์แมน” และ “โซฟี เทอร์เนอร์” รับบท “เด็บบี้” พร้อมด้วย “สกายเลอร์ กีซอนโด” ในบท “เอแวน” ที่ยกทีมมาสร้างความป่วนให้กับปรากฏการณ์ย้อนเวลาที่ใครก็คาดไม่ถึง

“ผมไม่ชอบความวุ่นวายเลย หนังย้อนเวลาของผมไม่ใช่การย้อนไปแล้วจะต้องไปเจอเรื่องปวดหัว เพราะผมอยากให้ตัวละครของผมโฟกัสไปที่การพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง หรือพยายามเป็นตัวเองที่ดีกว่าเดิม เพื่อที่จะไม่ต้องเสียคนที่รักไป และแน่นอนว่ามันเป็นการผจญภัยที่มาพร้อมกับความสนุกแบบสุดเหวี่ยง ซึ่งผมกับเรย์มอนด์ปรึกษากันถึงเรื่องการเซ็ทฉากเครื่องย้อนเวลาเพราะอยากให้คนดูเชื่อ และมองเห็นว่าเครื่องย้อนเวลาแบบนี้มันมีได้จริงๆ มันจะไม่ใช่การที่เขาผลิตเครื่องสุญญากาศอลูมีเนียมแย่ๆ แล้วจะมาใส่ควันเยอะๆ ให้มันดูอลังการคงไม่ได้ แล้วพวกเราก็ได้ ไบรอัน ไลฟ์ส มาช่วยเซ็ทฉากนี้” แอนดรูว์ โบว์เลอร์ กล่าว

ทางด้าน เรย์มอนด์ แมนส์ฟิลด์ ผู้ควบคุมงานสร้าง กล่าวต่อว่า “เราตกลงเลือก ไบรอัน ไลฟ์ส มาทำฉากให้เรา เขาเคยทำงานหนังสยองขวัญมา อาทิ ฮัลโลวีน 5 (Halloween 5) และล่าสุดกับการจัดฉากเรื่อง กรรมพันธุ์นรก (Hereditary) ซึ่งผมว่าเขามีไอเดียที่ดีมากที่จะมาช่วยในการสร้างฉากไทม์แมชชีนในแบบฉบับหนังของเราได้ ซึ่งเมื่อไลฟ์สได้อ่านบทหนังอย่างละเอียด เขาก็รู้ว่าพื้นที่แล็บ ที่จะกลายมาเป็นไทม์แมชชีนนั้น มันก็คือโรงรถดีๆ นี่เอง แต่มันต้องไม่ใช่โรงรถธรรมดา มันคือโรงรถของเด็กเนิร์ด เด็กสติเฟื่อง และเต็มไปด้วยของสุดล้ำ การดีไซน์เครื่องไทม์แมชชีนของเขาสอดคล้องกับความล้ำนั้น พวกเราเนรมิตแล็บนี้ที่ห้องสตูดิโอขนาดใหญ่ วัสดุอุปกรณ์ที่มีสีฟ้าอ่อนๆ มีเส้นโค้ง ไฟนีออน และลำโพง!!! ใช่!! เราใช้การย้อนเวลาโดยให้เสียงเป็นตัวแปรของการย้อนเวลา แล้วไทม์แมชชีนที่เราต้องการก็ปรากฏออกมาตรงหน้าอย่างที่เห็น”

“ที่สำคัญความสนุกของเรื่องมาจากการที่เราเห็นพวกเขามีโอกาสนับครั้งไม่ถ้วนเพื่อที่จะแก้ไข ผมชอบคาแรกเตอร์เพื่อนพระเอกมาก เพราะเขาเป็นคนคอยซัพพอร์ทเพื่อนของเขา บ่อยครั้งที่ทำตัวเซ่อจนพระเอกต้องย้อนเวลากลับโดยไม่จำเป็น เขาเป็นตัวเรียกเสียงตลกที่ได้ผลมาก มันดึวความเลี่ยนของความรัก ให้คงมาตรฐานของหนังไว้ให้สนุกได้อย่างต่อเนื่อง” เรย์มอนด์ กล่าวปิดท้าย

ร่วมพิสูจน์ความสนุกและลุ้นการกลับไปคืนดีของหนุ่มฟิสิกส์ที่ถูกเท ในภาพยนตร์โรแมนติก คอมิดี้ เรื่อง “ไทม์ฟรีค” (Time Freak)   5 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

ข่าวอื่นๆ