อติโรจน์+จิรวุฒิ โรจน์รัตนวลี ผู้ชายจับ (ธุรกิจ) เครื่องสำอาง

วันที่ 30 มิ.ย. 2561 เวลา 14:14 น.
อติโรจน์+จิรวุฒิ โรจน์รัตนวลี ผู้ชายจับ (ธุรกิจ) เครื่องสำอาง
เรื่อง : ปอย ภาพ : กิจจา อภิชนรจเรจ

จากธุรกิจวงการอุตสาหกรรมเหล็ก สองพี่น้องตัดสินใจก้าวเข้าสู่ธุรกิจความงาม พี่ชาย “บอย” จิรวุฒิ โรจน์รัตนวลี กุมบังเหียนตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร บิวเทรี่ยม ส่วนน้องชายบุคลิกนักธุรกิจยังบลัดไม่แพ้กัน “แจ็ค” อติโรจน์ โรจน์รัตนวลี ยึดตำแหน่งกรรมการบริหาร โดยขอตอบรับกระแสธุรกิจความงามเปิดร้าน Beautrium (บิวเทรี่ยม) ร้านค้าปลีกในแบบมัลติแบรนด์สโตร์ ซึ่งกำลังเป็น “เมกาเทรนด์” ที่วันนี้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ชนิดไม่มีใครยอมใคร

ร้านรวมเครื่องสำอางดังจากทั่วโลก โดยฝีมือของสองนักธุรกิจหนุ่มพี่น้อง ร่วมแรงร่วมใจสร้างสรรค์อาณาจักรศูนย์รวมความงามร้านมัลติแบรนด์ เติบโตอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจดำเนินก้าวสู่ปีที่ 6 บุกสาขาแรก เซ็นเตอร์พ้อยท์ ออฟ สยามสแควร์ เมื่อปี 2555 ขณะนี้ได้ขยายพื้นที่เพิ่มเป็น 300 ตร.ม. จากเดิม 200 ตร.ม. สาขาที่ 2 ซีคอนบางแค ตามมาติดๆ สาขาที่ 3 จีทาวเวอร์ พระรามเก้า และก้าวสู่สาขาที่ 4 บิวเทรี่ยมซีคอนศรีนครินทร์ โฉมใหม่งดงามบนพื้นที่กว้างขวาง 1,000 ตร.ม.โชว์ความยิ่งใหญ่ ร้านมัลติแบรนด์ความงามครบวงจร นำเสนอคอนเซ็ปต์แนวใหม่ Stylish Beauty Experienceและไม่ลืมเอาใจหนุ่มๆ จัดโต๊ะสนุกเกอร์ให้เล่นกันเพลินๆ ระหว่างมานั่งรอสาวๆ ช็อปแนวคิดนี้ต้องมาจากนักธุรกิจชายหนุ่มเจ้าของร้านแน่นอน

สู่สาขาล่าสุดที่เอเชียทีค มีความพิเศษผสมผสานระหว่างคอนเซ็ปต์ใหม่กับโซนสินค้าที่เจาะนักท่องเที่ยวจีนโดยเฉพาะ คัดโลคอลแบรนด์ไทย 30-40% เลือกสรรแบรนด์ไทยคนจีนให้ความสนใจ ช็อปความงามกระหน่ำได้ที่นี่

บอย จิรวุฒิ

สไตล์บริหารงานแตกต่าง แต่ลงตัว

แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน พี่ชาย บอย จิรวุฒิ ใช้ดีกรีปริญญาตรีจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ บวกปริญญาโท สาขาเดียวกันจาก Missori State University เข้ามาดูแลเรื่องบริหารการเงิน-บัญชี ดูแลฝ่ายทรัพยากรบุคคล รวมไปถึงงานโอเปอเรชั่นหน้าร้านทั้งหมด ส่วนน้องชายร่ำเรียนจบมาทางด้านการออกแบบ แจ็ค อติโรจน์ เป็นฝ่ายดูแลการจัดซื้อ และการตลาด

จิรวุฒิ บอกว่าการเปิดสาขาใหม่มีการวางแผนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ตัดสินใจก้าวเข้าสู่ธุรกิจนี้ โดยการมองภาพรวมให้เบ็ดเสร็จ และเป้าหมายต้องเป็นไปตามเวลาที่กำหนด คือนิสัยการทำงานของพี่ชายคนโต ซึ่งก็ดูสอดคล้องกับบุคลิกเฉียบขาด

“อายุห่างกัน 4 ปีครับ ผมอายุ 37 ปี คุณแจ็คอายุ 33 ปี อายุห่างกันไม่มาก แล้วต่างคนก็ต่างมีจุดยืน (บอกพลางยิ้มแย้ม) ก็ต้องหาจุดตรงกลางให้ได้นะครับ

พี่กับน้องนิสัยย่อมต่างกันอยู่แล้วครับ ผมทำงานมองไปที่จุดสำเร็จเลย กรอบเวลาต้องเป๊ะ ส่วนคุณแจ็คเป็นกลุ่มสายอาร์ตที่ต้องให้เวลากับงานเนี้ยบ ชื่นชอบการลงรายละเอียด ผมมองภาพรวมภาพกว้างไว้ก่อนเลยครับ แต่เมื่อเป้าหมายคือเป้าเดียวกัน บางเรื่องก็ต้องยืดหยุ่นให้กันได้บ้าง แต่ความที่คุณแจ็คเป็นพวกยอมประนีประนอม หรือเพราะเขาเป็นน้องชาย (หัวเราะ) ก็จะยอมเพลาๆ ไปบ้างเรื่องที่จะลงรายละเอียดไปในทุกๆ ขั้นตอน

อย่าใช้นิยามว่าเราเป็นผู้ชายแล้วมาทำธุรกิจเครื่องสำอาง ผมขอใช้คำว่าเราลุยธุรกิจค้าปลีกดีกว่า ซึ่งในสายธุรกิจนี้มีปลีกย่อยให้ต้องบริหารงานให้ไม่สะดุด ขณะที่สินค้าก็จะมีแบรนด์ใหม่ๆ หมุนเวียนเข้ามาสร้างความน่าสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันในร้านมีมากกว่า 1,000 แบรนด์ รวมสินค้ากว่า 3 หมื่นรายการ ครอบคลุมตั้งแต่สินค้ากลุ่มแมส ราคาปานกลาง ประมาณ 70-80% ไปจนระดับพรีเมียม หรือเคาน์เตอร์แบรนด์ 20-30% พร้อมกับโปรโมชั่นที่จะจัดหมุนเวียนไปทุกสัปดาห์

ผมก็คุยกับน้องชายว่า จากที่เราทำงานอยู่กับอุตสาหกรรมหนัก เป็นพวกผลิตเหล็กในโครงสร้างสินค้าล็อตใหญ่ แต่วันนี้ก็ใส่ใจอยู่กับของชิ้นเล็กจำนวนมากๆ ต้องอยู่กับซัพพลายเออร์หมู่มาก ที่แต่ละเจ้าของแบรนด์ ก็มีวิธีการพูดจาเรื่องธุรกิจไม่เหมือนกัน จึงต้องพบปะผู้คนใหม่แทบตลอดเวลา เราก็ต้องปรับตัวหาความสมดุลอยู่ตรงกลางให้ได้ครับ

คำถามแรกเลยนะครับ ผมกับน้องชายต้องตอบ คือเราเป็นผู้ชายทำไมมาขายเครื่องสำอาง? (หัวเราะ) ผมว่านี่คือสิ่งที่ทุกคนต้องใช้ ไม่ว่าเพศไหนชายหญิง ผมก็ใช้ทั้งสกินแคร์ ครีมกันแดด และผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม ไปจนเรื่องน้ำหอม เวลาซื้อผู้ชายก็อยากได้ของครบแบบวันสต็อปเซอร์วิสไปที่เดียวเลย ซื้อได้เร็วๆ ได้ของครบๆ ไม่ใช้เวลามาก ผู้ชายจะมีนิสัยแบบนี้ แต่ร้านแบบนี้ไม่ค่อยมีมากนัก แล้วผมก็มีเพื่อนๆ เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์หลายๆ คน เมื่อได้คุยกันเราก็ได้เห็นช่องทางธุรกิจ

น้องชายผม คุณแจ็ค คือตัวหลักในการก้าวสู่ธุรกิจช่วงแรกครับ เขาคือคนจัด Category แต่ก่อนที่ครอบครัวเราทำธุรกิจเหล็ก อีกธุรกิจคือสิ่งทอ คุณแจ็คจึงได้เลือกเรียนด้านดีไซน์ จึงเข้าใจเรื่องแฟชั่น ซึ่งก็เกี่ยวข้องกับเรื่องความสวยความงามจึงสานต่องานได้ไม่ยากเลยนะครับ เขาคือคนจุดประกายคำว่า สวยตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ความพิถีพิถัน คัดหลากหลายแบรนด์ดัง ทั้งไทยและเทศกว่า 1 แสนรายการ เครื่องสำอาง น้ำหอม ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเล็บ ครบครันครับ ก็ต้องยกหน้าที่ให้เขาที่คัดมาได้ครบมาก”

แจ็ค อติโรจน์

คู่พี่น้องส่งโลโก้หัวใจสีแดง “ไปได้สวย”

นักธุรกิจคนน้อง แจ็ค อติโรจน์ อธิบายคำว่า Beautrium มาจากคำว่า Beauty + Atrium เมื่อสองคำนี้มาผสมกันจึงกลายเป็นคำที่ให้ความหมายใหม่ ณ ที่แห่งนี้คือห้องแห่งความงาม สอดคล้องกับโลโก้ที่เป็นรูปหัวใจ สองหนุ่มผู้บริหาร ปักหมุดมุ่งหมายให้ที่นี่สวรรค์ของหญิงสาว

อติโรจน์ กล่าวว่า จากธุรกิจเหล็กที่เป็นพื้นฐานของครอบครัว กับการก้าวเข้ามาในวงการธุรกิจบิวตี้ จึงต้องเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา โดยไม่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว พยายามศึกษาเรื่องธุรกิจที่ทำค้นหาแบรนด์เครื่องสำอางใหม่ๆ หรือเกี่ยวกับธุรกิจ ถ้ามีปัญหาระหว่างทางในการแก้ไข ก็จะค้นหาข้อมูลความรู้ใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงไปด้วยเพื่อให้ดีกว่าเดิม

“หัวใจสีแดงที่เป็นโลโก้ ผมชอบมากเพราะให้ความรู้สึกในแง่บวก ให้พลังสร้างสรรค์ บวกกับการตกแต่งสาขาใหม่ๆ ซีคอนสแควร์ เอเชียทีค ผมจึงอยากให้คนเข้ามาร้านเราได้ซึมซับสัญลักษณ์ความเป็นแบรนด์ของเรา ตกแต่งในโทนสีแดงเป็นหลัก ผมกับพี่ชายและทีมผู้บริหารช่วยกันคิดไอเดียเหล่านี้ครับ

สาขาล่าสุดที่เอเชียทีค ขยายฐานลูกค้าชาวจีนโดยใช้แบรนด์ไทย คนจีนสนใจเครื่องสำอางไทยมากครับ คุณภาพเครื่องสำอางของเราได้มาตรฐาน ราคาไม่แพงคุ้มค่ากับการจ่าย มีการขยายบริการชำระเงินผ่านแอพพลิเคชั่นอาลีเพย์ และวีแชทเพย์ สิ่งเหล่านี้คือการพัฒนาธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา

การที่เป็นผู้ชายมาดูแลธุรกิจบิวตี้ ผมกับพี่ชายก็มีโจทย์ครับว่าทำอย่างไร ให้ผู้ชายเดินเข้าร้านเราเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ด้วย ทุกวันนี้เครื่องสำอางคือปัจจัยหลักที่ทุกคนต้องใช้ ไม่จำกัดเพศ ผู้หญิงไม่เขียนคิ้วก็เดินออกจากบ้านไม่ได้แน่นอนนะครับ

ผู้ชายก็ต้องใช้ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ หรือพวกเจล-แวกซ์จัดแต่งทรงผม สายสปอร์ตลุยๆ ขนาดไหนก็ขาดครีมกันแดดไม่ได้ มันกลายเป็นความมั่นใจในการสร้างเสริมบุคลิกภาพ

ถ้าถามว่าผู้ชายมาขายเครื่องสำอางสนุกไหม? ผมกับพี่ชายก็แฮปปี้มากๆ นะครับ แต่คำว่าธุรกิจรีเทลสิ่งที่ตามติดมาด้วยคือ ดีเทล ก็มีเครียดกัน (บอกพร้อมรอยยิ้ม) ไม่มีวันไหนที่เราทั้งคู่ไม่เคยเครียดเลย แต่เราก็ต้องผ่านพ้นไปให้ได้นะครับ (คราวนี้บอกพร้อมเสียงหัวเราะ)

นอกจากสินค้าครบครันแล้ว ยังให้ความสำคัญในเรื่องของการบริการครับ เข้ามาในร้านแล้วเกิดความรู้สึกมีความสุข และสนุกถือเป็นหัวใจสำคัญที่เน้นทำเรื่องนี้มาตลอด เพราะเราเชื่อว่าการบริการที่ดีจะช่วยพัฒนาให้ธุรกิจของเราเติบโตขึ้นได้ดีที่สุด”

อติโรจน์ บอกอย่างมีความสุขว่าแบรนด์ไฮไลต์ ลิปสติก เอ็นวายเอ็กซ์ ต้องมาจัดไปสวยๆ สาขาที่ซีคอนสแควร์เคาน์เตอร์ใหญ่ที่สุด หรือไลม์คราม ก็มีให้ช็อปทุกสาขา โดยมีพี่ชาย บอย จิรวุฒิ เก็บรายละเอียดเช็กภาพรวมที่ต้องเป็นไปตามที่กำหนดไว้ การเติบโตของร้านมัลติแบรนด์ก้าวสู่เป้าตามที่ตั้งเอาไว้ได้ดังใจ

ฝีมือคู่พี่น้องนักธุรกิจวงการความงามไปได้สดสวย แม้สภาพเศรษฐกิจโดยรวมในวันนี้ที่จะทำให้มู้ดสาวๆ ช็อปของฟุ่มเฟือย มีการจับจ่ายชะลอตัวลงไปบ้าง