เจนขวัญ อินทะวงษ์ ความบังเอิญกลายเป็นธุรกิจสิบล้าน

  • วันที่ 03 เม.ย. 2561 เวลา 11:16 น.

เจนขวัญ อินทะวงษ์ ความบังเอิญกลายเป็นธุรกิจสิบล้าน

โดย...เจนขวัญ อินทะวงษ์ ความบังเอิญกลายเป็นธุรกิจสิบล้าน

เป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวย นี่เป็นเรื่องจริง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าความสวยเป็นสิ่งสำคัญและเป็นความปรารถนาของสาวๆ หลายคน ปัจจุบันนี้การทำศัลยกรรมเริ่มเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในสังคมไทย เพราะหน้าตาคือนามบัตรที่ดีอย่างหนึ่งนั่นเอง จนทำให้มีผู้ที่สนใจไปปรับภาพลักษณ์ให้ดูดีที่ประเทศเกาหลีกันมากมาย จนก่อให้เกิดธุรกิจขึ้นมา เช่นเดียวกับเธอคนนี้ เจนขวัญ อินทะวงษ์ ผู้บริหารบริษัท เอสเอส เอเจนซี่ เมดิคอล ทัวร์ริส บริษัทที่ทำธุรกิจในการเป็นเอเยนซีไปศัลยกรรมที่เกาหลี และมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายของประเทศเกาหลีและเป็นโรงพยาบาลชื่อดังที่ได้รางวัลมากมาย ก่อนหน้านี้เธอสนใจเรื่องความงามอ่านเรื่องความงามหาข้อมูลมาอย่างมากมาย จนต่อมาก็เขียนรีวิวด้านความงามทุกอย่างด้วยตัวเองจนมีคนติดตามเพจและเฟซบุ๊กของเธอเป็นจำนวนมาก

เธอเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้เธอเคยนำเข้าตุ๊กตาบลายธ์ มาก่อนเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังฮิต และเธอเป็น 1 ใน 4 เจ้าในประเทศไทยที่ได้ลิขสิทธิ์นำเข้าและเป็นตัวแทนจำหน่าย เริ่มจากเป็นผู้สะสมและเล่นเองมาก่อน แต่ด้วยความที่เธอชื่นชอบเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว จึงคิดว่าน่าจะนำเข้ามาขายให้เป็นเรื่องเป็นราวเสียเลย โดยลูกค้าที่ซื้อจากเธอจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่ค่อนข้างมีเงินในการซื้อทั้งตุ๊กตาและชุดแต่งกาย รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ จนทำให้เธอสามารถทำกำไรจากการขายตุ๊กตาได้เดือนละเป็นแสนบาท เธอทำธุรกิจนี้อยู่หลายปีจนถึงจุดอิ่มตัวจึงหยุด แล้วใช้เวลาไปในการเดินทางท่องเที่ยวและเขียนรีวิวต่างๆ เพื่อแนะนำสถานที่เที่ยวที่กิน พร้อมทั้งมีงานอดิเรกในการถ่ายรูปไปพร้อมๆ กัน

หลังจากที่เขียนรีวิวเรื่องกินเรื่องเที่ยวมา 2 ปี ทำให้มีเพื่อนมากพอสมควรในประเทศต่างๆ จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อ 3 ปีที่แล้วเธอก็เดินทางไปประเทศเกาหลีใต้อย่างไม่ตั้งใจ แล้วก็สนใจอยากไปทำศัลยกรรมจมูกที่เกาหลี โดยไปอยู่ที่เกาหลีอยู่เกือบเดือนเพื่อหาข้อมูลว่าคลินิกไหนทำได้สวยที่สุด ราคาดีที่สุด และเธอก็เขียนรีวิวตั้งแต่การเดินทางด้วยตัวเองว่าต้องมาอย่างไร นั่งรถไฟจากที่ไหน ไปอย่างไร หาที่พักอย่างไร ต้องเตรียมตัวอย่างไร หลังทำแล้วต้องดูแลตัวเองอย่างไร

“คือหนูเขียนละเอียดมากที่สุด เพราะเราไปเองไม่ผ่านเอเยนต์ แล้วไปคนเดียว ปรากฏว่าหนูโชคดีได้คลินิกที่ทำออกมาแล้วดี ราคาสมเหตุสมผล ก็มีคนติดตามเป็นหลักหมื่น แล้วก็มีคนติดต่อสอบถามรายละเอียดเป็นการส่วนตัวเข้ามาเยอะมาก บังเอิญตอนนั้นหนูเพิ่งเลิกกับแฟน ก็เลยไม่อยากกลับประเทศไทยก็อยู่ที่เกาหลีต่อเกือบ 3 เดือน ก็มีคนสนใจตามมาทำจมูกที่คลินิกเดียวกับหนู หนูก็ช่วยประสานงานให้ ติดต่อหมอให้ ไปเป็นเพื่อนเขาด้วย ช่วยหาที่พักให้เขาอยู่พักฟื้นต่ออีก 2-3 วัน โดยที่ไม่ได้คิดอะไรกับเขา เหมือนช่วยๆ กันไป ตอนนั้นเราว่างๆ ก็หาเรื่องทำเพลินๆ ไป ปรากฏว่ามีคนตามรีวิวเรามาเรื่อยๆ ตลอด จนหมอที่คลินิกเรียกเข้าไปคุยและเสนอให้ทำธุรกิจร่วมกัน โดยให้เราเป็นผู้ประสานงานจากประเทศไทยให้เปิดบริษัทเป็นเรื่องเป็นราวมาเกือบ 3 ปีแล้ว” เธอเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจของเธอด้วยความบังเอิญ

เธอเล่าว่า การที่อยากไปทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี เพราะเคยไปทำที่หมอไทยแห่งหนึ่งแล้วออกมาไม่สวย จมูกมันโตมันแบน แล้วคับข้องใจกับคำพูดของหมอว่า ก็หน้าคุณเป็นแบบนี้ มันได้แค่นี้ คำที่หมอพูดมันติดอยู่ในใจเธอมาก จึงอยากจะพิสูจน์ว่ามันต้องทำแล้วสวยดูดีขึ้นได้สิ เป็นคำที่ฝังใจเธอมาก จึงตัดสินใจไปเกาหลี เธอเล่าว่าครั้งแรกไม่เคยคิดว่าจะจริงจังกับการทำศัลยกรรมเพราะค่อนข้างกลัว และไม่เคยคิดจะทำเป็นธุรกิจแค่จะทำของตัวเองพอ เธอคิดแค่ว่าเวลาเธอชอบอะไรเธอมักจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเลือกกล้อง เลือกบ้าน ทุกอย่างต้องดีที่สุด ไหนๆ ถ้าจะทำแล้วก็เลือกให้ดีๆ ไปเลย

เธอบอกว่า เมื่อ 4 ปีก่อน คนในสังคมยังไม่ค่อยมีความรู้และมองว่าการทำศัลยกรรมเป็นเรื่องอันตราย ข้อมูลก็หายากคนยังไม่รีวิวกันเยอะเหมือนตอนนี้ ตอนนั้นมักจะได้ข้อมูลจากเว็บต่างประเทศ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง มีที่เป็นคนไทยรีวิวเองมีน้อยนิด เธอจึงรีวิวอย่างละเอียดเอาประสบการณ์จริงของตัวเองไปเขียนเลย เธอเขียนชื่อเพจดั้งโด่งดอทคอม ผู้อ่านก็นำไปแชร์ต่อเยอะมาก ไปเชื่อมต่อกับพวกเพจศัลยกรรม เอารูปของเธอไปให้แพทย์ดูบอกจะเอาแบบนี้

ในสังคมเกาหลีคนที่ไม่ได้จดทะเบียน เขาจะเรียกว่าโบรกเกอร์หรือเอเยนซีส่วนบุคคล จะมาในนามล่ามหรือเพื่อนพามา ส่วนเธอเป็นอาชีพเอเยนซีมีหลักการที่ชัดเจน มีบริษัทที่จดทะเบียนเป็นหลักแหล่งและดูแลลูกค้าเองตลอดขั้นตอน ซึ่งเธออยู่ที่เกาหลีเป็นหลัก กลับประเทศไทยแค่ปีละ 2 ครั้ง การทำงานของเธอเน้นกลุ่มเป้าหมายระดับบนที่มีกำลังจ่ายสูง เพราะคลินิกที่เธอทำงานด้วยเป็นระดับท็อปของเกาหลี ฝีมือดีราคาจึงสูง และจะบอกกับลูกค้าอย่างชัดเจนให้เข้าใจตรงกันแต่แรก ว่าอย่างไหนทำได้และอย่างไหนทำไม่ได้ เธอมักจะบอกตามความจริงทำแล้วจะออกมาอย่างไร

นโยบายในการทำงานของบริษัทของเธอนั้นก็คือ เปลี่ยนลูกค้าให้เป็นเพื่อน โดยที่จะไม่ทำเป็นธุรกิจจนเกินไป มักจะไม่รับลูกค้าที่ส่งต่อจากคนอื่น จะรับลูกค้าที่ติดต่อกับเธอโดยตรงเท่านั้น และด้วยความที่เป็นคนที่ชอบศึกษา ถ้าสนใจหรือชอบอะไรจะศึกษาจนทะลุปรุโปร่ง ทำให้เธอรู้ว่าหมอคนนั้นคนนี้เป็นอย่างไร บวกกับการเจอปัญหาที่ใบหน้าของเธอเอง ทำให้เริ่มหันมาศึกษาที่จะดูซีทีสแกนให้เป็นเพื่อวิเคราะห์ใบหน้าเบื้องต้นให้ได้ระดับหนึ่งก่อน เพื่อหาความรู้เพื่อให้คำปรึกษากับลูกค้าและคนทั่วไป เมื่อทำแบบนี้นานเข้าจึงทำให้เธอได้ประสบการณ์ทางด้านนี้มากขึ้นไปอีก เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดให้เหลือให้น้อยที่สุด และคลินิกนี้ติด 1 ใน 5 ของเกาหลี เธอเป็นคนไทยคนแรกที่จดทะเบียนเป็นเอเยนซี นอกนั้นเจ้าของจริงๆ จะเป็นเกาหลี แต่นี่เป็นเอเยนซีของคนไทยจริงๆ ไม่ผ่านงานให้ใคร ซึ่งเธอจะมีขีดจำกัดของการรับคนไข้ โดยจะพิจารณาดูก่อนว่าควรให้คำแนะนำแบบไหนควรทำ ไม่ควรทำ

นอกจากนั้น เธอยังทำโครงการพิเศษเพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาบนใบหน้ามากๆ แต่ไม่มีกำลังทรัพย์ หรือบางคนที่มีเงินไม่พอ แต่จำเป็นต้องทำ “เราก็ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดถือว่าเป็นการคืนกำไรให้สังคม ถึงคราวให้ได้ควรจะให้ในแบบที่เราพอทำได้จากงานของเราเอง แต่ถ้าคนไข้ที่มีความวิตกกังวลมากเกินไป เราอย่ารับและอย่าให้ความหวัง อะไรได้ก็คือได้ ถ้าไม่ได้คือไม่ได้ ถ้าเราไปหลอกเขามาแล้วเขาเสียความรู้สึก มันไม่ดี ซึ่งคนที่ทำมาแล้วไม่พอใจ มีน้อยมาก เราเลยโตไวเพราะเจนบอกคนไข้ตามความจริงตลอดว่าบางทีต้องรอนะ ทำแล้วหน้าพี่จะเป็นแบบนี้นะ พี่ทำแล้วหน้าจะเป็นแบบนี้ก่อน ต้องรอยุบก่อนเราเลยกลายเป็นคนที่ลูกค้ามั่นใจได้ ฐานลูกค้าจึงแน่น” เธอกล่าวอย่างจริงใจ

เธอทิ้งท้ายว่า การบริหารงานที่ดี ต้องมีความจริงใจให้กับลูกค้าทำทุกอย่างตรงไปตรงมา แม้บางทีอาจจะทำให้ลูกค้ารู้สึกไม่พอใจกับคำปรึกษา แต่มันก็คือความจริง เพราะการทำศัลยกรรม แม้จะขยายกว้างมากเท่าไร แต่การเชื่อผู้ที่มีประสบการณ์มีความเชี่ยวชาญย่อมดีกว่าการที่จะดันทุรังจะทำในสิ่งที่ตนคิด เพราะเมื่อทำไปแล้วการจะแก้กลับมาให้เป็นเหมือนเดิม ก็จะเสียทั้งเวลาและเสียเงินเพิ่มเข้าไปอีก

สำหรับทัศนคติประจำตัว คือทำทุกอย่างให้เต็มที่และดีที่สุด จะทำทุกอย่างให้สุดทางไปเลยไม่มีกั๊ก นอกจากนี้เธอมีความสนใจเรื่องท่องเที่ยว ถ่ายรูป ทำอาหาร แฟชั่น เรียนแต่งหน้า เรียนภาษา และบอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวหนังสือ เขียนเพจและรีวิวต่างๆ รวมทั้งสะสมกล้องถ่ายภาพ เลนส์ และอุปกรณ์การถ่ายรูป ตุ๊กตาบลายธ์ และตุ๊กตา BJD

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ