ทำธุรกิจจากสิ่งที่ชอบ

วันที่ 21 ต.ค. 2563 เวลา 21:01 น.
ทำธุรกิจจากสิ่งที่ชอบ
คอลัมน์ Great Talk

สวัสดีค่ะ คุณปรมะ

ฉันชื่อ ส้มค่ะ พอดีมีเรื่องจะสอบถามว่า คือตอนนี้ ฉันเพิ่งทำสินค้าตัวนึงของตัวเองเป็นเทียนไขค่ะ ที่ทำเพราะชอบค่ะ คือ เป็นคนชอบกลิ่นเทียน และก็เวลาที่ฉันไปเห็นเทียนตามที่ต่างๆ ฉันว่าส่วนใหญ่ในตลาดเป็นเทียนแบบเดิมๆ สีเหลือง สีแดง กลิ่นไม่แตกต่างกัน

ฉันเลยมีไอเดียว่าอยากทำเทียนหลายสีแล้วก็มีหลากหลายกลิ่น ตามความชอบของแต่ละคนค่ะ ตอนนี้ฉันเริ่มทำเทียนออกมาแล้วแต่ตอนนี้ติดตรงที่ ยังไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มยังไงต่อ ต้องขายที่ไหน ขายเท่าไหร่ ขายยังไงค่ะ รบกวนช่วยบอกทีค่ะ

ขอบคุณค่ะ

ถึงคุณส้มครับ

การทำธุรกิจเริ่มจากที่เรารักหรือชอบก่อนย่อมเป็น ต้นทางที่ดีครับ ยินดีด้วยครับที่ได้เจอสิ่งที่ตัวเองชอบแล้วนำมาต่อยอดเป็นธุรกิจได้

สิ่งที่คุณส้มต้องเอาเป็นหลักการในช่วงแรกคือ 4 p ครับ

  • Product คือ สินค้าหรือบริการที่คุณส้มจะขาย
  • Price คือ ราคาสินค้าที่คุณส้มจะขาย
  • Place คือ สถานที่ที่คุณส้มจะขาย
  • Promotion คือ กิจกรรมการตลาดต่างๆที่คุณส้มต้องคิดมาเพื่อให้สินค้าตัวเองเป็นที่รู้จักและขายได้ครับ

สินค้าคุณส้มเป็นเทียนไข จำเป็นต้องมีจุดแตกต่างขอผลิตภัณฑ์ครับ ในกรณีนี้ คือ หลากหลายสีและมีหลากหลายกลิ่น เราต้องมาวิเคราะห์อย่างแท้จริงนะครับ ว่าสินค้าที่เรามีอยู่แตกต่างจากตลาดทั่วไปจริงหรือไม่ ถ้าแตกต่างจริงเราถือว่า สินค้าคุณมีจุดแตกต่าง อาจนำมาเป็น selling point ได้

ราคา การวางราคา โดยคร่าวๆมี อยู่ประมาณนี้ ครับ อย่างแรก ต้นทุน + กำไรที่คุณอยากได้

ต้นทุน ก็คือ ค่าสินค้า ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ รวมถึงต้นทุนต่างๆ ที่ตรงกับกับ เทียนไข หรือเป็นส่วนประกอบของเทียนไขรวมถึงค่าแพ๊คเกจ ทางอ้อมก็ค่าโทรศัพท์ พอได้มาแล้วก็มาหารเฉลี่ยเป็นต้นทุนต่อชิ้นครับ ส่วนกำไรก็แล้วแต่ คุณส้มเลยครับ ว่าอยากได้เท่าไหร่ แต่ควรมีตัวอ้างอิง จากราคาสินค้าที่คล้ายกันไม่ควรคิดกำไรมากนัก

สถานที่ขายหรือช่องทางการขาย จุดนี้ต้องดูว่าคุณส้มต้องการขายสินค้าแบบไหน ขายด้วยตัวเองหรือมีตัวแทนขาย หากต้องการขายด้วยตัวเอง ก็อาจขายผ่านออนไลน์หรือเปิดหน้าร้านเอง ง่ายสุดก็โทรหาเพื่อนๆลองขายดูเลยครับ

กิจกรรมการตลาด ทุกสินค้าหรือบริการย่อมมีจุดชะลอตัว จึงต้องมีกิจกรรมการตลาดมาช่วย เช่นช่องทางการโปรโมทสินค้า โปรโมชั่นในช่วงเปิดตัวหรือโปรโมชั่นในช่วงที่ขายไม่ดีมากนักและในจุดนี้เราอาจเอาจุดที่แตกต่างของสินค้ามาเป็นจุดขาย(selling point)ในการพรีเซนต์สินค้าได้ครับ

อันที่จริงตามทฤษฎียังมีอีกเยอะกว่านี้ จาก 4p ไปถึง 8P และต้องมีคู่ด้วย 4cเยอะแยะมากมายครับ แต่สำคัญสุดก็ยังเป็น 4p อยู่ดี Less its more ครับแค่คุณส้มFocus ตรงนี้ให้ชนะก่อนในช่วงแรกแล้วค่อยเขียนมาถามต่อนะครับ

ขอให้คุณส้มโชคดีครับ