ชวน SMEsเข้าโหมดเศรษฐกิจหมุนเวียน ปรับธุรกิจด้วย IoTเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม
กลุ่มบริษัท ดาว ผนึก กสอ. ติวเข้ม SMEs ดึงเทคโนโลยียกเครื่องประสิทธิภาพการผลิตเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ก้าวสู่ธุรกิจที่ยั่งยืนในยุคอุตสาหกรรม 4.0
กลุ่มบริษัท ดาว ผนึก กสอ. ติวเข้ม SMEs ดึงเทคโนโลยียกเครื่องประสิทธิภาพการผลิตเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ก้าวสู่ธุรกิจที่ยั่งยืนในยุคอุตสาหกรรม 4.0
นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานบริหารกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันพลาสติก เปิดตัวโครงการ "ดาว เพื่ออุตสาหกรรมยั่งยืน ปี 2562" เพื่อสนับสนุนให้วิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (SMEs)นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเทคโนโลยีมาปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อก้าวสู่ธุรกิจที่ยั่งยืนในยุคอุตสาหกรรม 4.0
ทั้งนี้จะเปิดรับสมัคร SMEsที่ต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตด้วย IoT(Internet of Things)โดยมุ่งเน้นผู้ประกอบการ กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกและอาหาร ด้วยการนำร่องปรับปรุงกระบวนการผลิตซึ่ง ดาว กสอ. และพันธมิตร จะส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าประเมินและวิเคราะห์เครื่องจักรในโรงงาน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ที่ช่วยให้เครื่องจักรในสายการผลิตรายงานคุณภาพของการทำงานได้อย่างเป็นระบบซึ่งจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการผลิต ให้คำแนะนำและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับพนักงาน เพื่อสร้างและพัฒนาบุคคลากรให้เกิดความเชี่ยวชาญในกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยจะใช้ระยะเวลาในการดำเนินงานรวมประมาณ 7 เดือน นอกจากนี้ โครงการฯ ยังได้จัดทำแนวทางการทำงานและเครื่องมือของแต่ละอุตสาหกรรมเพื่อก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 อีกด้วย
"ดาว ยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเรามีทั้งผู้เชี่ยวชาญที่มีองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่พร้อมจะสนับสนุน ดาวจึงร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับ SMEs ในกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นปรับปรุงเครื่องจักร การนำของเสียจากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ใหม่ ไปจนถึงการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน ลดการใช้พลังงาน และสามารถใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักการ Circular Economy” นายฉัตรชัย กล่าว
โครงการ ดาว เพื่ออุตสาหกรรมยั่งยืน ดำเนินงานมาเป็นปีที่ 8 ซึ่งเชื่อมโยงกับโครงการ"Big Brothers พี่ช่วยน้อง” ของกระทรวงอุตสาหกรรมที่มีเป้าหมายสนับสนุน SMEs ให้เกิดการพัฒนาศักยภาพเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะการมุ่งเน้นกระบวนการผลิตที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามภายใต้แนวคิด Circular Economyซึ่งเป็นแนวทางธุรกิจในระดับสากลเพื่อให้อุตสาหกรรมไทยก้าวสู่ความยั่งยืนสอดรับกับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0
อย่างไรก็ตามการดำเนินงาน 7 ปีที่ผ่านมามีสถานประกอบการ SMEs เข้าร่วมโครงการแล้ว 40 แห่ง ให้การอบรมเพื่อสร้างบุคลากรที่เข้าใจและตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการแล้วประมาณ 6,000 คน ส่งผลเชิงบวกให้กับชุมชนด้านสิ่งแวดล้อมอาทิ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ปริมาณ 1.5 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือเทียบเท่าการปลุกต้นไม้ 150,000 ต้น ช่วยลดต้นทุนการผลิตและต้นทุนด้านพลังงานได้ถึง 144 ล้านบาทต่อปี และช่วยให้ชุมชนโดยรอบมีความเป็นอยู่ดีจากสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นกว่า 922,000 คน
นายเดชา จาตุธนานันท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า โครงการ ดาว เพื่ออุตสาหกรรมยั่งยืน มุ่งเน้นการผลักดันให้ทุกภาคส่วนนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และการผสานเทคโนโลยี System Integration เป็นเครื่องมือในการดำเนินธุรกิจ โดยมีเป้าหมายให้ภาคธุรกิจเกิดความตระหนักเกี่ยวกับการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม การเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลดมลพิษ และผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน มีแนวคิดนี้จะเน้นให้อุตสาหกรรมออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) ที่ง่ายต่อการแปรรูปและนำกลับไปใช้ใหม่ เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงการแก้ปัญหาการใช้ทรัพยากรที่เกินความจำเป็น
นอกจากนี้ในด้านกระบวนการผลิต (Production Process)จะให้ความสำคัญในเรื่องของการใช้วัตถุดิบในการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการผลิต เช่น เทคโนโลยี Machine Visualization ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินโครงการ จรวด 3 ขั้น หรือ 3-Stage Rocket Approach ของ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม รวมถึงการพัฒนาผู้ประกอบการ และที่ปรึกษาให้นำแนวคิดเรื่อง Lean Management for Environment เข้ามาใช้ในการดำเนินธุรกิจเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นายมนตรี ชำนาญโรจน์ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2554 โดยมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้สามารถบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมถึงมีการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบรูณาการร่วมกับการบริหารจัดการแบบลีนเพื่อสิ่งแวดล้อม (Lean Management for Environment) เพื่อลดการสูญเปล่าที่เกิดขึ้นจากการกระบวนการผลิตและบริการที่มีความครอบคลุมทั้งการจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และความปลอดภัย
ขณะเดียวกันยังเพิ่มมูลค่าและพัฒนาขีดความสามารถของ SMEs ให้ก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 โดยขับเคลื่อนตามกลไกการพัฒนาประเทศตามแนวทางยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมไทย 4.0 ระยะ 20 ปี คือ การเปลี่ยนจากวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแบบเดิม (Traditional SMEs) ไปสู่การเป็น Smart Enterprises หรือ Smart SMEs ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือ การเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสู่อุตสาหกรรม 4.0 และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสู่แนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ได้ต่อไป


