พาณิชย์ช่วยผู้ส่งออกไปญี่ปุ่น

วันที่ 13 มี.ค. 2554 เวลา 11:25 น.
พรทิวาสั่งตั้งสายด่วน 1169 ช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออกสินค้าไปญี่ปุ่น ประสานธปท.ผ่อนผันระยะเวลาตัดแพ็กกิ้งเครดิต

นายฉัตรชัย ชูแก้ว โฆษกประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้จัดตั้งสายด่วน1169 เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ส่งออกสินค้าไปประเทศญี่ปุ่น หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว และสึนามิ หากมีสินค้าตกค้าง หรือสินค้าส่งออกไม่ได้ ผู้ส่งออกสามารถโทร.ขอความช่วยเหลือได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สำหรับสินค้าที่จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ คือสินค้าที่ไทยส่งออกไปญี่ปุ่นมาก เช่น ยางพารา, รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์, แผงวงจรไฟฟ้า, เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ, ไก่แปรรูป,เครื่องซักผ้าและเครื่องซักแห้ง, เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว, อาหารทะเลกระป๋องและอาหารแปรรูป, ผลิตภัณฑ์พลาสติก เป็นต้น

นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า กระทรวงพาณิชย์จะขอความช่วยเหลือไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อประสานงานกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ผ่อนผันกฎระเบียบต่างๆ ให้กับผู้ส่งออก โดยให้ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ อนุญาตให้เลื่อนกำหนดระยะเวลาตัดแพ็กกิ้ง เครดิต จาก 4 เดือนเป็น 6 เดือน จากปกติที่เมื่อถึงกำหนดของการส่งมอบสินค้าตามระยะเวลาที่กำหนดในแพ็กกิ้ง เครดิต ต้องไม่เกิน 4-6 เดือน แต่กรณีดังกล่าวเกิดปัญหาจากภัยธรรมชาติ ธนาคารพณิชย์ควรยืดเวลาการส่งออกออกไปอีก 2 เดือนจากกำหนดเดิม ซึ่งจะทำให้ผู้ส่งออก ลดผลกระทบได้มาก

ขณะเดียวกัน ยังได้สั่งการให้หน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) หรือกลุ่มผู้ส่งออกรายใหญ่ กรณีสินค้าตกค้างที่ท่าเรือญี่ปุ่น และไม่สามารถติดต่อกับใครได้ กระทรวงพาณิชย์ก็จะประสานให้ทูตพาณิชย์ไทยที่ประจำอยู่ในญี่ปุ่น แจ้งปัญหาไปยังสายการเดินเรือต่างๆ อีกครั้ง เพื่อช่วยตรวจสอบ และเก็บรักษาสินค้าให้กับผู้ส่งออกอย่างปลอดภัย รวมถึงได้ปรับแผนการส่งออกในระยะกลางและยาวเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการส่ง ออกในปี54

นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า กระทรวงพาณิชย์ ยังจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือในเรื่องมนุษย์ธรรม ทั้งเรื่องของการรับบริจาคช่วยเหลือคนไทยในญี่ปุ่น หรือชาวญี่ปุ่นที่ประสบภัย โดยการส่งความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ เช่น เงิน ข้าวและอื่นๆ ตามความต้องการ