ผ่านจุดพีคแล้ว! 'กอบศักดิ์' แย้มข่าวดี 'เงินเฟ้อโลก' ปรับตัวลดลงช่วงครึ่งปีหลัง

วันที่ 20 ก.ค. 2565 เวลา 12:47 น.
ผ่านจุดพีคแล้ว! 'กอบศักดิ์' แย้มข่าวดี 'เงินเฟ้อโลก' ปรับตัวลดลงช่วงครึ่งปีหลัง
'กอบศักดิ์' อธิบายสาเหตุสำคัญที่จะทำให้เงินเฟ้ออยู่ในสถานการณ์ที่ดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี และจะเป็นจุดเริ่มต้นคลี่คลายวิกฤตเศรษฐกิจลูกใหญ่นี้

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ และอุปนายก สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า

"ข่าวดีท่ามกลางมรสุม Perfect Storm !!!โดยเงินเฟ้อจะดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีเขากล่าวว่า ที่ทุกคนรอคอยมาแต่ต้นปีก็คือ เงินเฟ้อจะ Peak เมื่อไหร่ จากข้อมูลต่างๆ ล่าสุด

ถ้าไม่มีอะไรที่พลิกผันเกินคาด เช่น สงครามลุกลามบานปลาย เปิดแนวรบใหม่ เงินเฟ้อโลกน่าจะเริ่มลงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่จะช่วยสะสางปัญหาอันยุ่งเหยิงของ Perfect Storm ให้ค่อยๆ คลี่คลายลงบ้างที่คาดว่า "เงินเฟ้อจะเริ่มลง" ก็เพราะปัจจัยต่างๆ ได้เปลี่ยนไปจากช่วงต้นปี ที่สำคัญสุดก็คือ ราคาน้ำมันโลกเริ่มลงมาบ้างแล้ว แม้จะปรับตัวขึ้นลงบ้างในแต่ละสัปดาห์ แต่ก็อยู่ในระดับประมาณ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ใกล้ๆ กับช่วงก่อนที่เปิดฉากสงคราม (ไม่ใช่ 130-140 ดอลลาร์/บาร์เรล) 

ผลดีที่เราเริ่มเห็นตามมาก็คือ ราคาหน้าปั๊มลดลงในไทย เบนซิน 95 จาก 52 บาท/ลิตร ตอนนี้อยู่ที่ 45 บาท/ลิตร

ในสหรัฐ ราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่เคยขึ้นไปที่มากกว่า 5 ดอลลาร์/แกลลอน ตอนนี้ ได้ลดลงต่ำกว่า 4.5 ดอลลาร์/แกลลอน เป็นครั้งแรกนับแต่เดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา   

เรื่องนี้มีนัยต่อไปที่เงินเฟ้อ Headline Inflation ของสหรัฐ เพราะว่าองค์ประกอบหมวด Energy ที่มีสัดส่วน 8.7% ของทั้งหมด และหมวดย่อย Energy Commodities ที่มีสัดส่วน 5.2% นั้น เป็นหัวใจหลักที่ทำให้เงินเฟ้อพุ่งในช่วงที่ผ่านมา

อย่างเดือนมิถุนายน ที่เงินเฟ้อสหรัฐ +9.1% มาจากการที่หมวด Energy +42% หมวดย่อย Energy Commodities +61% !!!

ถ้าราคาน้ำมันหน้าปั๊มสหรัฐยังอยู่ในระดับนี้ หรือลดลงต่ออีกเล็กน้อย แรงกดดันต่อเงินเฟ้อรวม ที่มาจากหมวดย่อย Energy Commodities นี้ จะลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี ถ้าอยู่ที่ 4.5 ดอลลาร์/แกลลอน หมวดย่อยนี้จะอยู่ที่ +30% ในต้นไตรมาส 4 ถ้าอยู่ที่ 4.0 ดอลลาร์/แกลลอน หมวดย่อยนี้จะอยู่ที่ +20% ในต้นไตรมาส 4

ถ้าอยู่ที่ 3.5 ดอลลาร์/แกลลอน หมวดย่อยนี้จะอยู่ที่ +3% ในต้นไตรมาส 4 ช่วยให้เงินเฟ้อสหรัฐเริ่มปรับตัวลดลงได้

นอกจากนี้ ที่คาดว่าเงินเฟ้อจะ Peak เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มาช่วยลดแรงกดดันต่อเงินเฟ้อเพิ่มเติมด้วย

(1) ราคาสินค้าโลหะโลก ที่ได้ปรับลดลงในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งโลหะมีความสำคัญอย่างยิ่งกับการผลิตอุปกรณ์ และเครื่องจักรต่างๆ รวมไปถึงภาคก่อสร้าง

(2) ราคาธัญพืช และอาหารโลกที่เริ่มปรับตัวลดลงบ้าง ในบางหมวดสินค้า

(3) ดอกเบี้ยที่เริ่มเพิ่มขึ้น จากการเร่งปรับดอกเบี้ยของธนาคารกลางประเทศต่างๆ ช่วยส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในบางด้านเริ่มชะลอลง เช่น ภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่เริ่มร้อนแรงลดลงมาก หลังดอกเบี้ย Mortgage ปรับตัวขึ้นสูง

(4) ที่สำคัญสุดก็คือ ความกังวลใจของทุกคนว่า "สงครามของธนาคารกลางกับเงินเฟ้อ" จะนำไปสู่ Recession ในอนาคต และอาจจะลุกลามเป็น Global Recessions ทำให้ทุกคนเริ่มลดการใช้จ่าย ชะลอการจ้างงาน บางแห่งประกาศลดคนงานลง!!!

ทั้งหมดนี้ หมายความว่า ปัจจัยสำคัญๆ ที่เป็นแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ เริ่มคลี่คลาย และจะนำไปสู่การปรับตัวลดลงของเงินเฟ้อในช่วงครึ่งหลังของปี

หลายคนมีคำถามต่อไปว่า หลัง Peak แล้ว ทุกอย่างจะจบหรือไม่ การเริ่ม Peak จะเป็นเพียง "ก้าวแรก" เท่านั้น หลังจากนั้น ก้าวต่อไปที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ก็คือ

ก้าวสอง - เงินเฟ้อลดลงเร็วแค่ไหน หรือค่อยๆ ลดลงจาก Peak

ก้าวสาม - เงินเฟ้อจะกลับมาที่ 3-4% เมื่อไหร่

ก้าวสี่ - เงินเฟ้อกลับมาที่เป้าหมาย 2% หรือไม่

พัฒนาการของทั้งสี่ก้าวนี้ จะมีนัยต่อการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลาง เพราะสิ่งที่เป็นเป้าหมายของธนาคารกลาง 

ไม่ใช่เงินเฟ้อ Peak

ไม่ใช่เงินเฟ้อลด

ไม่ใช่เงินเฟ้อที่ 3-4%

แต่เป็นการกดเงินเฟ้อกลับมาที่ 2% อีกครั้ง

ช่วงที่ยากสุด น่าจะเป็นการลดลงจาก 3-4% กลับมาที่ 2% เพราะเงินเฟ้อ 3-4% สุดท้าย น่าจะมาจากหมวดอื่นๆ ใน Core inflation 

หากเงินเฟ้อดื้อแพ่ง ไม่ยอมลง ธนาคารกลางก็ต้องขึ้นดอกเบี้ยไป จนกระทั่งเงินเฟ้อยอมสยบ กลับมาที่ 2% 

หมายความว่า แม้เงินเฟ้อจะ Peak แต่เรายังจะเห็นธนาคารกลาง "จ่ายยาแรง" ไปอีกระยะ 

ที่สำคัญ ธนาคารกลางอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยไปไกลกว่าที่ทุกคนคาด จากที่เคยพูดกันว่า เฟดจะขึ้นไปที่ 3.8% แล้วจบ อาจจะไม่พอสำหรับความท้าทายรอบนี้ 

แต่ทั้งหมดนี้ แม้หนทางจะยังอีกยาวไกล อย่างน้อยที่สุด เงินเฟ้อที่ Peak จะเป็นข่าวดีแรกที่นำไปสู่การคลี่คลายวิกฤติ Perfect Storm ครับ"