'ซีพีเอ็น' สู่ทศวรรษที่5 ผ่าน 6คีย์แมน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ลงทุน 1.2 แสนล.ใน5ปี

วันที่ 19 พ.ค. 2565 เวลา 17:33 น.
'ซีพีเอ็น' สู่ทศวรรษที่5 ผ่าน 6คีย์แมน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ลงทุน 1.2 แสนล.ใน5ปี
เซ็นทรัลพัฒนา เปิดวิสัยทัศน์5 ปีผ่าน 6ผู้บริหาร เชื่อมโยง4 ธุรกิจหลัก 'ศูนย์การค้า-ที่อยู่อาศัย-โรงแรม สำนักงาน' ผ่านกลยุทธ์ 'มิกซ์ยูส' 180 โครงการลงทุนต่อเนื่อง1.2 แสนล้านบาท

นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา (ซีพีเอ็น)?กล่าวว่า หลังจากเซ็นทรัลพัฒนาดำเนินธุรกิจครบรอบ40 ปี และพร้อมเข้าสู่ทศวรรษที่ 5 ภายใต้กการเปลี่ยนแปลงใหม่พร้อมรีแบรนดิงศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า และ เซ็นทรัล เฟสติวัล เป็น “เซ็นทรัล” ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพื่อตอกย้ำตำแหน่งผู้ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน 

นอกจากนี้ ซีพีเอ็น ยังเตรียมแผนการลงทุนธุรกิจ 5 ปี(2565-2570) โดยใช้งบลงทุน120,000 ล้านบาท พัฒนาโครงการ Retail-Led Mixed-Use Development ครอบคลุมกว่า 30 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีรายละเอียดการพัฒนา 4 ธุรกิจหลัก คือ ศูนย์การค้า, ที่อยู่อาศัย, อาคารสำนักงาน และโรงแรมให้ประสบความสำเร็จครอบคลุมกว่า 30 จังหวัดทั่วประเทศ 

โดยภายในปี 2569 เซ็นทรัลพัฒนาจะมีโครงการจากทุกธุรกิจรวมกันกว่า 180 โครงการ สร้างปราฏการณ์ทางอสังหาริมทรัพย์ครั้งสำคัญ พร้อมขยาย Sustainable Ecosystem เติมเต็ม Imagining better futures for all ให้สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการใช้ชีวิตได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ในอีก 5 ปีข้างหน้า 

ทั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนาจะมีการเติบโตใน 4 ธุรกิจอย่างคู่ขนานด้วยสัดส่วน Retail Property 72% และ Non-Retail 28% โดยมีพื้นที่รีเทลรวม 2.7 ล้านตร.ม., พื้นที่อาคารสำนักงานรวม 0.5 ล้านตร.ม., โรงแรมมีทั้งหมดรวม 4,000 ห้อง และโครงการที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและแนวสูงรวม 68 โครงการภายใต้อย่างน้อย 6 แบรนด์ที่ตอบโจทย์ทุกเซ็กเมนต์

“การพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสของเราจึงไม่ได้มองแค่การเป็น shopping center เท่านั้น แต่เรามองไปถึงการเริ่มต้นชีวิตที่บ้าน คิดไปถึงการทำงานที่ที่ทำงาน และการไปพักผ่อนที่โรงแรมด้วย” นางสาววัลยา กล่าว 

ธุรกิจศูนย์การค้า 50 แห่งทั้งใน/ต่างประเทศ

นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและโครงการ กล่าวว่า “เซ็นทรัลพัฒนามีจุดแข็งในการเป็น Center of Life ทำให้มีความเข้าใจหัวใจสำคัญของการพัฒนามิกซ์ยูส ซึ่งส่วนรีเทล เป็นหัวใจสำคัญที่เชื่อมโยงทุกองค์ประกอบ Synergy เข้าหากัน มอบ new solutions ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ชุมชน และประเทศ ด้วยกลยุทธสำคัญคือ 

1. Develop District: บุกเบิกสร้างย่าน เปิดเมือง นำพาความเจริญไปยังทุกที่ที่เราไปถึง 2. Strong Synergy and Ecosystem: การมี Ecosystem ระหว่างทุกองค์ประกอบในโครงการ มอบความสะดวกสบายและ privilege ให้กับผู้ใช้งานในทุกส่วน รวมไปถึงการผนึกกำลังในกลุ่มเซ็นทรัลทั้งการแบ่งปันความเชี่ยวชาญและการใช้ Big Data จาก The 1 ทำให้เราเข้าใจตลาดทั่วประเทศ 

3. Community at heart: ยึดหลักการ co-create กับท้องถิ่น ทั้งในด้านการสร้าง Local Wealth และการส่งเสริม Local Essence ของท้องถิ่นนั้นๆ” นายชนวัฒน์ กล่าว

นายวุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัฒน์ Head of Community Mall Business กล่าวว่า  สำหรับธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ ได้ปรับกลยุทธ์และต่อยอดให้ดีขึ้นด้วยแนวคิด Center of Life พร้อมยกระดับไลฟ์สไตล์ให้เข้าถึงลูกค้าและชุมชนมากขึ้น 

โดยธุรกิจ Small Retail นี้จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงการขนาดใหญ่ที่มีอยู่แล้ว ทำให้ขยายไปสู่ทำเลศักยภาพสูงและย่าน CBD ได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น โครงการใหม่ที่จะเปิดให้บริการในไตรมาส 4/65 นี้คือ โครงการ Marche Thonglor ที่จะตอบโจทย์ neighborhood ที่ดีที่สุดในย่านทองหล่อ

สำหรับแผนขยายโครงการในต่างประเทศ เซ็นทรัลพัฒนาตั้งเป้าเป็น Regional Retail Platform ที่นำพาธุรกิจต่างๆ ต่อยอดความสำเร็จร่วมกัน ปัจจุบันได้เปิดโครงการศูนย์การค้าไทยแห่งแรกคือเซ็นทรัล ไอ-ซิตี้ ที่มาเลเซีย 

นอกจากนี้ ยังคงศึกษาโอกาสใหม่ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะมาเลเซียและเวียดนาม ต่อยอดจากที่กลุ่มเซ็นทรัลได้เข้าไปบุกเบิกการทำธุรกิจ

ธุรกิจที่อยู่อาศัย ทำเลติดศูนย์ฯ

ร.อ. กรี เดชชัย President of Residential Business กล่าวว่า “ธุรกิจ Residential เป็นหนึ่งในธุรกิจที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับเซ็นทรัลพัฒนามากกว่า 8 ปี วันนี้เราพร้อมก้าวสู่การเป็น Top Developer พัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ ครอบคลุมทั้งแนวราบและแนวสูง 

โดยมีกลยุทธ์ในการพัฒนาต่อยอดกับโลเคชั่นของศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนา และจับมือกับโครงการต่างๆ ร่วมกับเครือกลุ่มเซ็นทรัล รวมถึงการพัฒนาโครงการเดี่ยวอีกมาก เราเป็นผู้นำคอนโดมิเนียมและโครงการหมู่บ้านจัดสรรบนทำเลศักยภาพสูงที่อยู่ติดหรือใกล้กับศูนย์การค้า ซึ่งมอบความสะดวกสบายครบทุกไลฟ์สไตล์ให้กับลูกบ้าน อีกทั้งมุ่งมั่นที่จะส่งมอบโครงการคุณภาพภายใต้แบรนด์และฟอร์แมตที่หลากหลายทั้งแนวสูงและแนวราบ 

ได้แก่ คอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และโฮมออฟฟิศ นอกจากนี้ เรายังเลือกทำเลที่ดีที่สุดของย่านและเมืองนั้นๆ ซึ่งมั่นใจได้ว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเสมอ เรียกว่าการเป็นลูกบ้านเซ็นทรัลแตกต่างด้วย ‘คุณภาพการอยู่อาศัยที่ดี ลงทุนก็มั่นคง’ ให้บ้านเซ็นทรัลเป็นบ้านที่ดีที่สุดในทุกย่าน ทุกเมือง และทุกจังหวัดของไทย”

ปัจจุบัน Central Pattana Residential มีทั้งหมด 22 โครงการรวมมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งมียอดโอนแล้ว 10,000 ล้านบาท และยอดรอรับรู้รายได้ 3,700 ล้านบาท มีลูกบ้านเซ็นทรัลแล้วกว่า 10,000 ราย

ธุรกิจ “โรงแรม” 37 โครงการ 4,000 ห้อง 

นายภูมิ จิราธิวัฒน์ Head of Hotel Property กล่าวว่า “ธุรกิจโรงแรมเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เซ็นทรัลพัฒนามีความเชี่ยวชาญ ปัจจุบันมีแบรนด์เซ็นทารา อุดรธานี และฮิลตัน พัทยา ด้วยเล็งเห็นถึงการเพิ่มศักยภาพของธุรกิจโรงแรมในทุกจังหวัดให้มีมาตรฐาน ยกระดับให้เป็นเมืองท่องเที่ยวได้ โดยมีความมั่นใจในการขยายธุรกิจโรงแรมทั่วประเทศ 

ด้วยจุดแข็งของทำเลที่ตั้งอยู่บนทำเลโดดเด่นใจกลางเมืองเป็นจุดเริ่มต้นของทุกการเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน อีกทั้งการเชื่อมโยงกับศูนย์การค้ายังมอบความสะดวกสบายครบครัน โดยมุ่งตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าในแต่ละพื้นที่ภายใต้ 3 แบรนด์ 

ได้แก่ Centara  แบรนด์ระดับ Upscale ที่มาพร้อมส่วนสัมมนาและการจัดเลี้ยง, แบรนด์ Lifestyle Midscale ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกแบบทั้งทำงานและพักผ่อน และอีกแบรนด์เป็น Premium budget อยู่ในทำเลที่โดดเด่น สะดวก สะอาด ปลอดภัย 

ทั้งนี้ ซีพีเอ็นจะพัฒนาโรงแรมที่ได้ระดับมาตรฐาน พร้อมทั้งคุณภาพและการให้บริการ ภายใต้การบริหารของเชนโรงแรมให้กับทุกจังหวัด โดยมีทั้งแผนเปิดในโครงการศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนาในจังหวัดต่างๆ และพัฒนาร่วมกับศูนย์การค้าในเซ็นทรัลกรุ๊ปด้วย

ธุรกิจ “อาคารสำนักงาน”  เป้าความเป็นที่สุดคนทำงาน 

นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ Chief Financial Officer and Senior Executive Vice President, Finance, Accounting and Risk Management กล่าวว่า “ด้วยประสบการณ์กว่า 40 ปี ธุรกิจออฟฟิศของเราได้รับความเชื่อมั่นจากธุรกิจชั้นนำตั้งแต่องค์กร Corporate ขนาดใหญ่ไปจนถึงบริษัทและสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ โดยเราครองความเป็น Leading Player ในย่าน Bangkok CBD และ Prime Locations เชื่อมต่อเข้ากับพื้นที่ศูนย์การค้าที่ตั้งอยู่บน Financial & Business District ที่สำคัญ 

โดยที่ผ่านมาอาคารสำนักงานของเรารักษา Occupancy Rate ได้มากกว่า 90% มาโดยตลอด พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาและปรับปรุงโครงการของเราอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การทำงานยุคใหม่ด้วยความเชี่ยวชาญในการพัฒนา Space รูปแบบใหม่ๆ และความใส่ใจในคุณภาพชีวิตทุกคนที่ต้องเข้ามาใช้พื้นที่ นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นพัฒนาอาคารสำนักงานเป็น LEED Green Building ภายใต้วิสัยทัศน์ด้าน Sustainability ของเราด้วย

ในปีนี้โฟกัสสำคัญคือการปรับโฉม The Offices at centralwOrld และวางแผนขยายโปรเจ็คในอนาคต ได้แก่ Central Park Office ภายในโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ที่จะพลิกโฉมสู่ Professional Hub ระดับโลก และโครงการภายใต้บริษัท GLAND ในย่านพระราม 9 CBD ศักยภาพสูงเพื่อตอบรับเทรนด์แห่งอนาคต 

นอกจาก 4 ธุรกิจหลักภายใต้ Retail-Led Mixed-Use Development เซ็นทรัลพัฒนายังมีกลุ่มธุรกิจ Alternative Assets เพื่อมองหาโอกาสในการขยายและลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ที่จะเติมเต็ม Ecosystem และเชื่อมโยงกับธุรกิจหลัก อาทิ การร่วมทุน Grab ที่เป็น Delivery Platform และ Common Ground ที่เป็น Co-Working Space และเตรียมศึกษาการลงทุนใน Venture Capital ที่เตรียมเปิดเผยรายละเอียดเร็วๆ นี้