กฟผ.รุกพลังงานหมุนเวียน 24 ชม. หนุนแบตเตอรี่เสริม รับเทรนด์โลก

วันที่ 14 ก.ย. 2564 เวลา 17:40 น.
กฟผ.รุกพลังงานหมุนเวียน 24 ชม. หนุนแบตเตอรี่เสริม รับเทรนด์โลก
กฟผ.ตอบโจทย์ทิศทางพลังงานสะอาด ผลักดันโซลาร์เซลล์ - น้ำ 24 ชั่วโมง เสริมระบบส่งเชื่อมอาเซียน

นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษในหัวข้อ “ASEAN Utilities and Age of Transformation” ในการประชุมด้านพลังงานและการแสดงนิทรรศการพลังงานที่สำคัญแห่งอาเซียน ASEAN Energy Business Forum 2021 (AEBF2021) ว่า กฟผ. เตรียมพัฒนาพลังงานหมุนเวียน 24 ชั่วโมง ในรูปแบบ Solar-Hydro-Battery Energy Storage (SHB) ที่ได้นำ Battery มาเสริมความมั่นคงด้านพลังงานหมุนเวียน ด้วยราคาของแบตเตอรี่และแผงโซลาร์เซลล์ที่ลดลงในอนาคต จะส่งผลดีต่อต้นทุนโครงการ ภายหลังได้ยประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำแบบไฮบริดที่ใหญ่ที่สุดในโลก (Hydro Floating Solar Hybrid) กำลังผลิต 45 เมกะวัตต์และภายใน 10 ปีข้างหน้าอีก 15 โครงการ ในพื้นที่เขื่อน 8 แห่ง มีกำลังผลิตรวม 2,680 เมกะวัตต์

ทั้งนี้แม้ว่าการเติบโตของพลังงานหมุนเวียนจะทำให้ระบบไฟฟ้ามีความซับซ้อน เนื่องจากความไม่แน่นอนของปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียน แต่ก็สร้างโอกาสในการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความทันสมัย (Grid Modernization) ซึ่งจะช่วยรองรับการเติบโตของพลังงานหมุนเวียนและช่วยยกระดับความมั่นคงของระบบไฟฟ้า โดย กฟผ. มีแผนพัฒนาศูนย์พยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน, การปรับปรุงโรงไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่น, สถานีไฟฟ้าแรงสูงดิจิทัล, ศูนย์ควบคุมสั่งการตอบสนองด้านโหลด, ระบบกักเก็บพลังงานจากแบตเตอรี่ และโรงไฟฟ้าเสมือน เพื่อให้พลังงานหมุนเวียนมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้การสร้างความเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าข้ามพรมแดน เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการนำพลังงานหมุนเวียนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบไฟฟ้า และเป็นภารกิจลำดับต้น ๆ ของ กฟผ. ในช่วง 2 – 3 ปีข้างหน้า เพื่อจะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางซื้อขายไฟฟ้าในภูมิภาค และสนับสนุนการเติบโตของตลาดพลังงานหมุนเวียน กฟผ.ได้นำกลไกตลาดพลังงานสีเขียวมาใช้ ซึ่งรู้จักในชื่อว่า ตลาดซื้อขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: REC) ที่จะช่วยให้ผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถอ้างสิทธิ์การผลิตและการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน รวมทั้งเพื่อดึงดูดการลงทุนจากบริษัทระดับโลก