ดัชนีครองชีพครัวเรือนไทย ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

วันที่ 13 ก.ย. 2564 เวลา 21:46 น.
ดัชนีครองชีพครัวเรือนไทย ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์จากมาตรการควบคุมการระบาด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในเดือนส.ค.64 ครัวเรือนยังคงมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนต่อเนื่อง โดยดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือน (KR-ECI) อยู่ที่ 33.0 ซึ่งยังคงเป็นระดับที่ต่ำกว่าในช่วงล็อกดาวน์ทั้งประเทศในปีก่อน ครัวเรือนส่วนมากมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่ไม่รวมภาระหนี้ ขณะที่ความกังวลด้านรายได้และการจ้างงานยังคงมีอยู่

อย่างไรก็ตามมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการและลูกจ้างใน 9 กิจการที่ได้รับผลกระทบและจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันที่เริ่มทรงตัวในช่วงปลายเดือนช่วยสนับสนุนให้ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือน (KR-ECI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับเพิ่มขึ้นได้เล็กน้อยอยู่ที่ 35.5 จาก 33.8 ในเดือนก.ค. แต่ยังอยู่ในระดับที่ต่ำเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้จัดทำผลสำรวจเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ พบว่าครัวเรือนส่วนใหญ่มองมาตรการลดค่าน้ำค่าไฟเป็นโครงการที่เข้าถึงและช่วยเหลือในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้เป็นโครงการที่ครัวเรือนส่วนใหญ่ไม่รู้จักและมองว่าไม่สามารถบรรเทากระทบที่เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามมาตรการเหล่านี้ของภาครัฐออกมาในช่วงที่สถานการณ์ระบาดยังไม่รุนแรงและยังไม่มีการยกระดับการคุมเข้มมาตรการระบาด

ในช่วงต้นเดือนก.ย. ภาครัฐได้ผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มการระบาดใน 29 จังหวัดสีแดงเข้ม อาจส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วนเริ่มกลับมาได้บ้าง อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อัตราการฉีดวัคซีนที่ยังอยู่ในระดับต่ำและกระจุกตัวอยู่ในบางพื้นที่ทำให้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จะยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนในระยะข้างหน้า ดังนั้นมาตรการเยียวยาอย่างเข้าถึงได้และตรงจุด รวมถึงการจัดหาและการเร่งฉีดวัคซีนยังคงมีจำเป็นต่อเนื่อง

โดยสรุปแล้ว ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) ในระดับปัจจุบัน (ส.ค. 64) และ 3 เดือนข้างหน้ายังบ่งชี้ถึงความกังวลต่อการครองชีพของภาคครัวเรือน ภาครัฐควรมีมาตรการเยียวยาที่ตรงจุดและเข้าถึงง่ายพร้อมกับเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์รวมถึงในเรื่องของวัคซีนเพื่อให้สถานการณ์การระบาดบรรเทาลง และเร่งสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคเศรษฐกิจต่อเนื่อง