ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพเอเปคปี’65 รับไม้ต่อจากนิวซีแลนด์

วันที่ 17 พ.ค. 2564 เวลา 14:16 น.
ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพเอเปคปี’65 รับไม้ต่อจากนิวซีแลนด์
'จุรินทร์’ ถกนิวซีแลนด์ เตรียมพร้อมไทยเจ้าภาพประชุมเอเปค หนุนแถลงการณ์ร่วมเอเปค 3 ฉบับ เสนอนำเข้าสินค้าจำเป็นจากไทยในช่วงโควิดทั้ง สินค้าเกษตร ลิ้นจี่ ทุเรียน ลำไย และมังคุด เพิ่มขึ้น

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยหลังการหารือผ่านระบบทางไกล กับนายเดเมียน โอ คอนเนอร์ รัฐมนตรีการค้าและการเติบโตทางการส่งออกของนิวซีแลนด์ ว่า พร้อมสนับสนุนนิวซีแลนด์ในการจัดทำแถลงการณ์ร่วมรัฐมนตรีการค้าเอเปค ปฏิญญาเอเปคเรื่องห่วงโซ่อุปทานวัคซีนโควิด-19 และร่างปฏิญญาเอเปคเรื่องการบริการเพื่อสนับสนุนการเคลื่อนย้ายสินค้าที่มีความจำเป็น เนื่องจากแถลงการณ์ฯ และปฏิญญาข้างต้น มีเนื้อหาที่กำหนดให้การค้าเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยแก้ปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ควบคู่กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจในเอเปค

ทั้งนี้ในปีหน้าไทยจะรับไม้ต่อจากนิวซีแลนด์โดยการเป็นเจ้าภาพของประเทศไทยจะเริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีนี้เป็นต้นไป โดยเอเปคนั้นเป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจร่วมกันของกลุ่มประเทศในเอเชียและแปซิฟิคจำนวน 21 ประเทศ ก่อตั้งตั้งแต่ปี 2532 มูลค่าการค้าของไทยกับเอเปคปีละประมาณ 10 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 70 ของมูลค่าการค้าของไทยต่อการค้ารวมกับทุกประเทศในโลก

นอกจากนี้ยังได้แจ้งต่อรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ว่าได้ตอบรับการเข้าร่วมการประชุมกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจเอเปค (ภาคเอกชนเอเปค) ในประเด็นการรับมือเศรษฐกิจต่อวิกฤติโควิดร่วมกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจเอเปค และการประชุมรัฐมนตรีการค้า เพื่อร่วมกำหนดแนวทางเชิงนโยบายในการรับมือและฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับภูมิภาคต่อไป ระหว่างวันที่ 4 - 5 มิถุนายนนี้

ขณะเดียวกัน ได้เพิ่มเติมในประเด็นความสัมพันธ์ทางการค้าไทย-นิวซีแลนด์ โดยได้ไขข้อกังวลของนิวซีแลนด์เรื่องการยกเลิกมาตรการนำเข้าหอมหัวใหญ่จากนิวซีแลนด์ภายใต้ TNZCEP ซึ่งได้แจ้งว่า ที่ผ่านมา ไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ดำเนินการในเรื่องนี้มาตลอด โดยคาดว่าจะสามารถเสนอเรื่องการยกเลิกมาตรการนำเข้าให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ในเดือนกรกฎาคมนี้

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในโอกาสนี้ ไทยได้ขอให้นิวซีแลนด์เพิ่มการนำเข้าสินค้าผลไม้ อาทิ ลิ้นจี่ ทุเรียน ลำไย และมังคุด ซึ่งเป็นสินค้าที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสุขอนามัยพืชและทางนิวซีแลนด์แล้ว และยังมีกลุ่มอาหารแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง รวมทั้งสินค้าที่ใช้ในทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์ยางจากไทย เช่น ถุงมือยาง ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นในช่วงโควิดและจะช่วยขยายการค้าระหว่างกันให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามในปี 2563 การค้ารวมระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ มีมูลค่า 1,941.07 ล้านเหรียญสหรัฐ (60,357.88 ล้านบาท) โดยไทยส่งออกไปนิวซีแลนด์ มูลค่า 1,250.12 ล้านเหรียญสหรัฐ (38,628.99 ล้านบาท) และนำเข้าจากนิวซีแลนด์ มูลค่า 690.95 ล้านเหรียญสหรัฐ (21,728.90 ล้านบาท) สำหรับในช่วงไตรมาสแรก (ม.ค. – มี.ค.) ปี 2564 การค้าระหว่างไทย-นิวซีแลนด์อยู่ที่ 645.74 ล้านเหรียญสหรัฐ (19,278.54 ล้านบาท) โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 12.11 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563 ซึ่งเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญของไทย เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป เป็นต้น

ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญจากนิวซีแลนด์ เช่น นมและผลิตภัณฑ์นม ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ กระดาษและผลิตภัณฑกระดาษ อาหารปรุงแต่งสำหรับใช้เลี้ยงทารก เนื้อสัตว์ เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ เป็นต้น