จี้รัฐเร่งจัดหา-ฉีดวัคซีนโควิด หลังดัชนีเชื่อมั่นฯวูบ ต่ำสุดรอบ 8 เดือน

วันที่ 10 พ.ค. 2564 เวลา 12:15 น.
จี้รัฐเร่งจัดหา-ฉีดวัคซีนโควิด หลังดัชนีเชื่อมั่นฯวูบ ต่ำสุดรอบ 8 เดือน
ผู้ประกอบการกังวลโควิดรอบ 3 ยังไม่มีสัญญาณดีขึ้น ฉุดดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมลดลงต่อเนื่อง เหตุขั้นตอนฉีดวัคซีนยังล่าช้า ชี้มาตรการเยียวยาต้องมีทุกกลุ่ม

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนเมษายน 2564 อยู่ที่ระดับ 84.3 ปรับตัวลดลงจากระดับ 87.3 ในเดือนมีนาคม 2564 โดยค่าดัชนีฯ ปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 8 เดือน เนื่องจากผู้ประกอบการยังกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่สาม ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ ส่งผลให้ภาครัฐยกระดับมาตรการควบคุมโควิด-19 ให้เข้มงวดมากขึ้น

ทั้งนี้แม้ว่าภาครัฐจะไม่ได้ประกาศมาตรการล็อกดาวน์หรือเคอร์ฟิวส์เหมือนกับการระบาดในระลอกแรก แต่วิกฤตโควิด-19 ระลอกที่สาม ได้ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงทั้งการค้าการลงทุน การเดินทางท่องเที่ยว ประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ขณะที่มาตรการ Work From Home ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

สำหรับการสำรวจผู้ประกอบการ 1,035 ราย ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรมทั่วประเทศในเดือนเมษายน 2564 พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ สภาวะเศรษฐกิจโลก ร้อยละ 65.3, ราคาน้ำมัน ร้อยละ 54.2 และสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ ร้อยละ 50.1 ส่วนปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความกังวลลดลง ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยน (มุมมองผู้ส่งออก) โดยอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ร้อยละ 48.5 และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ร้อยละ 31.2 ตามลำดับ

ส่วนดัชนีฯคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวลดลงอยู่ที่ระดับ 91.8 จากระดับ 94.0 ในเดือนมีนาคม 2564 เนื่องจากผู้ประกอบการกังวลสถานการณ์โควิด-19 ระลอกที่สาม ที่อาจยืดเยื้อและต้องใช้ระยะเวลานานในการควบคุม ขณะที่การฉีดวัคซีนให้กับประชาชนยังมีความล่าช้า ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง  รวมถึงสถานการณ์โควิด-19 ในหลายประเทศยังไม่คลี่คลาย รวมทั้งสถานการณ์การเมืองของประเทศเพื่อนบ้านยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อภาคการส่งออกของไทย

นายสุพันธุ์  กล่าวว่า ตอนนี้ทางคณะกรรมการร่วมเอกชน  3 สถาบัน ทั้ง ส.อ.ท. หอการค้าไทยและสมาคมธนาคารไทย ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ในเรื่องของการดูแลในภาคเศรษฐกิจ โดยในเรื่องการจัดหาวัคซีนทางภาครัฐก็เร่งดำเนินการอยู่ แต่ในเรื่องของการฉีดวัคซีน ถ้าดูจากวิธีการในปัจจุบัน เชื่อว่าไม่ทัน  เพราะอย่างน้อยแค่เดือนละไม่กี่ล้านโดส แม้มีวัคซีนจัดหามาได้   สำหรับการสำรวจจำนวนผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมมีความต้องการฉีดวัคซีน จำนวน 6,174 บริษัท  คิดเป็นจำนวนบุคคลากร 1.036,847 ล้านกว่าคน  ซึ่งต้อการเริ่มฉีดให้ได้ภายในเดือนมิ.ย. โดยพร้อมออกค่าใช้จ่ายเอง

อย่างไรก็ตามได้จัดทำข้อเสนอแนะต่อภาครัฐต่อการบริหารประเทศดังนี้  1. ขอให้ภาครัฐเร่งควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่สามให้ได้โดยเร็ว โดยใช้มาตรการล็อกดาวน์เฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและมีการแพร่ระบาดสูง 2. เร่งจัดซื้อและกระจายวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัคซีน

3. ออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน ให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มและผู้ประกอบการเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ  4. เร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ยังเป็นปัญหาต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออก