‘เอสซีจี-ดาว’ ขยายกำลังผลิตโอเลฟินส์ ตอบโจทย์เทรนด์อุตสาหกรรมโลก

วันที่ 06 พ.ค. 2564 เวลา 20:06 น.
‘เอสซีจี-ดาว’ ขยายกำลังผลิตโอเลฟินส์ ตอบโจทย์เทรนด์อุตสาหกรรมโลก
เอสซีจี-ดาว เดินหน้าเพิ่มศักยภาพการแข่งขันเพิ่มกำลังผลิตโอเลฟินส์ 3.5 แสนตัน เริ่มผลิตเดือนพ.ค.นี้ ยกระดับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย

นายรุ่งโรจน์  รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่าธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี และ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ได้ขยายกำลังการผลิตของโรงงานมาบตาพุดโอเลฟินส์ (MOC Debottleneck หรือ MOCD) เป็น 3.5 แสนตันต่อปี คาดจะผลิตได้เต็มกำลังภายในเดือนพฤษภาคม 2564  ซึ่งจะช่วยเพิ่มศัยภาพการแข่งขัน ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นของอุตสาหกรรมทั่วโลก และยังเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย โดยมีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ทำให้กระบวนการผลิตมีต้นทุนลงทุนที่ต่ำลง และยังช่วยประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้โครงการ MOCD เป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดของโรงงานมาบตาพุดโอเลฟินส์  ทั้งในแง่การลงทุนและความท้าทายด้านเทคโนโลยี โครงการนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดีโดยใช้เวลาเร็วกว่าเแผน แม้จะมีสถานการณ์การระบาดของโควิด 19 แต่ด้วยมาตรการป้องกันการระบาดของโควิด 19 อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ผนวกกับความสามารถและความเชี่ยวชาญของบุคลากร ส่งผลให้โครงการเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย พร้อมตอบสนองความต้องการลูกค้าทั้งภายในและต่างประเทศ

นายธนวงษ์  อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี กล่าวว่า โครงการ MOCDเป็นความร่วมมือระหว่างธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี และ Dow เพิ่มศักยภาพของธุรกิจให้มีขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลกมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้มีกำลังการผลิต โอเลฟินส์เพิ่มขึ้น 3.5แสนตันต่อปี มีความยืดหยุ่นในการเลือกใช้วัตถุดิบ และยังใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ทำให้กระบวนการผลิตมีต้นทุนการลงทุนที่ต่ำลง และยังประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Process) คาดว่าจะผลิตได้เต็มกำลังภายในเดือนพฤษภาคม 2564

นายบัมบัง จันดรา รองประธานฝ่ายธุรกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ธุรกิจบรรจุภัณฑ์และพลาสติกชนิดพิเศษของ Dow  กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างของ Dow ในตลาดบรรจุภัณฑ์และพลาสติกชนิดพิเศษมีการเติบโตเป็นอย่างมากในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เป็นผลจากเมกะเทรนด์ เช่น ความยั่งยืน อุตสาหกรรม 4.0 และการดูแลสุขภาพที่ผู้คนให้ความใส่ใจ ความสำเร็จของโครงการขยายกำลังการผลิต (Debottleneck) ในครั้งนี้ทำให้เราได้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นซึ่งจะช่วยให้ Dow สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจที่ตอบโจทย์เทคโนโลยีและความยั่งยืนนี้ได้อย่างต่อเนื่อง

นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า การที่ Dow ร่วมมือกับเอสซีจีในการลงทุนและนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มกำลังการผลิตในครั้งนี้ นอกจากเป็นการตอกย้ำพันธสัญญาของ Dow ที่มีต่อลูกค้าของเราในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก และส่งเสริมการเติบโตทางธุรกิจให้กับลูกค้าของเราแล้ว ยังเป็นการช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ภาคอุตสาหกรรมไทยในด้านเทคโนโลยีและศักยภาพการแข่งขัน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไปอีกด้วย