posttoday

แคสเปอร์สกี้ เผยผู้ใช้โซเชียลมีเดียอาเซียน ห่วงภัยไซเบอร์งดเก็บข้อมูลการเงินในออนไลน์

07 พฤษภาคม 2564

แคสเปอร์สกี้ กางผลสำรวจการเงินชาวโซเชียลอาเซียน กว่า 75% งดใส่สารพัดข้อมูลบนเินเทอร์เน็ต แนะ 11 'ฮาว ทู' ป้องกันข้อมูลออนไลน์ส่วนตัวรั่ว

รายงานข่าวจาก แคสเปอร์สกี้ เผยผลการสำรวจเรื่อง “Making Sense of Our Place in the Digital Reputation Economy” โดยมีผู้เข้าร่วมการสำรวจส่วนมาก (76%) จากทั้งหมด 861 คนในภูมิภาคนี้ยืนยันความตั้งใจที่จะเก็บข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ เช่น รายละเอียดบัตรเดบิต บัตรเครดิต ให้ห่างจากอินเทอร์เน็ตเป็นอันดับหนึ่ง

สำหรับอัตราส่วนของกลุ่มคนที่เลือกที่จะไม่เก็บข้อมูลการเงินทางออนไลน์ มีอัตราสูงที่สุดในกลุ่ม Baby Boomers (85%) ตามด้วย Gen X (81%) และมิลเลนเนียล (75%) ในขณะที่เจเนเรชั่นที่เด็กที่สุด Gen Z นั้นเพียง 68% 

โดยสอดคล้องกับงานวิจัยหลายชิ้น ต่างระบุถึงประชากรรุ่นใหม่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ว่าเป็นตัวหลักสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่ระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์รวมไปถึงประชากรจำนวนมากในภูมิภาคที่ยังเข้าไม่ถึงบริการการเงินหรือยังไม่ได้โอกาสใช้บริการการเงินและอัตราการใช้งานอุปกรณ์โมบายที่เป็นที่นิยมรวมทั้งการผลักดันจากภาครัฐให้ใช้ระบบการชำระเงินแบบดิจิทัล

ขณะที่ประชากรในภูมิภาคนี้ที่ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์กยังไม่นิยมที่จะแสดงข้อมูลที่ระบุตัวตน (personally identifiable information หรือ PII) คิดเป็น 69%ไม่นิยมแสดงข้อมูลเกี่ยวกับญาติสนิทคนใกล้ตัว 64% ข้อมูลเกี่ยวกับจุดที่อยู่ 54%และข้อมูลเกี่ยวกับการงาน 47%

นอกจากนี้ กลุ่มที่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียต่างต้องการปกปิดข้อมูลด้วยกังวลว่าจะเป็นเป้าสายตาหรือถูกผู้ร้ายไซเบอร์โจรกรรมได้ง่าย (73%)และจากคนแปลกหน้าสุ่มทั่วไปทางออนไลน์ (61%)

ด้านนายคริส คอนเนลล์ กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้กล่าวว่าวิกฤตด้านสุขภาพเร่งผลักดันการปรับเปลี่ยนสู่สังคมไร้เงินสดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างรวดเร็วตีคู่ไปกันกับการปรับเปลี่ยนจากออฟไลน์สู่ออนไลน์ของกิจกรรมส่วนมากในภูมิภาคตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีต่อการที่ผู้ใช้งาน(ยูสเซอร์) ในภูมิภาคนี้ได้คิดไตร่ตรองถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจแชร์หรือไม่แชร์ข้อมูลก่อนทางออนไลน์ โดยส่วนมากตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลที่ไม่ควรตกอยู่ในมือของผู้ร้ายไซเบอร์หรือคนแปลกหน้าทางออนไลน์ 

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมการสำรวจส่วนมาก (71%)ใช้รหัสผ่านเพื่อป้องกันแล็ปท็อปหรือโทรศัพท์มือถือ มีผู้ใช้เพียง 5 ใน 10 คน (54%)ที่ตรวจเช็คและเปลี่ยนค่าความเป็นส่วนตัวบนอุปกรณ์ที่ใช้งาน แอป หรือบริการที่ใช้และผู้ใช้เพียง 4 ใน 10 คน (47%)ที่เลี่ยงการใช้ซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชั่นที่ไม่ถูกกฎหมาย

ขณะที่การสำรวจเดียวกันนี้ ดำเนินการไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 ยังเผยด้วยว่าเพียงครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (53%)ในภูมิภาคนี้ได้ติดตั้งซอฟต์แวร์ความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตบนอุปกรณ์ที่ใช้อยู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคในเอเชียแปซิฟิกที่มีการใช้อินเทอร์เน็ตที่เติบโตเร็วที่สุด

"เห็นได้ว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางสายดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้าใจได้ว่าบางคนอาจจะยังกลัวและไม่แน่ใจเมื่อใช้บริการต่างๆ เช่นชำระเงินแบบดิจิทัล เพราะว่ายังถือว่าใหม่อยู่มาก และย่อมมีความเสี่ยงและนี่คือความสำคัญของการที่เราต้องแปรความตระหนักรู้สู่การกระทำ”นายคริสกล่าวเสริม

ผู้เชี่ยวชาญจากแคสเปอร์สกี้ กล่าวว่าแนะนำขั้นตอนต่างๆ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลทางการเงินและข้อมูลอ่อนไหวส่วนตัวต่างๆทางช่องทางออนไลน์ ดังต่อไปนี้ ระวังสิ่งที่แชร์ทางโซเชียลมีเดีย การโพสต์ข้อมูลต่างๆมากมายเกินไปบนโซเชียลมีเดียเท่ากับเปิดช่องทางให้อาชญากรไซเบอร์ปะติดปะต่อข้อมูลเกี่ยวกับตัวคุณได้ เพื่อเป็นการเพิ่มความเป็นส่วนตัวทางออนไลน์เป็นความคิดที่ดีที่จะทำดังต่อไปนี้

  • หลีกเลี่ยงการป่าวประกาศความเคลื่อนไหวต่างๆ ของคุณ เช่นแผนการท่องเที่ยว เพราะผู้คนก็จะรู้ว่าคุณไม่อยู่บ้านในช่วงเวลาดังกล่าว
  • หลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลมากเกินไป เช่น วันเกิดหรือสถานที่ทำงานลงไว้ใน About Us หรือเซ็คชั่นข้อมูลส่วนตัวในโปรไฟล์โซเชียลมีเดีย เลี่ยงการโพสต์ที่อยู่ที่บ้านหรือเบอร์โทรศัพท์ลงไว้ตามฟอรั่มสาธารณะต่างๆ
  • ตรวจสอบการตั้งค่าบนโซเชียลมีเดียว่าใส่ข้อมูลโลเคชั่นลงตามโพสต์ต่างๆของตัวเองหรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น แนะนำให้ยกเลิกค่านั้นไปเสียเพราะไม่มีความจำเป็นที่คุณจะต้องแชร์โลเคชั่นให้คนทั้งโลกร่วมรับรู้
  • หลีกเลี่ยงการเล่นตอบคำถามทายใจต่างๆ ตามโซเชียลมีเดียโดยมากมักเป็นคำถาม เช่น สัตว์เลี้ยงที่ชื่นชอบ หรือโรงเรียนเก่าคำถามประเภทเดียวกับที่ใช้สำหรับการตั้งค่าความปลอดภัยดังนั้นคำตอบเหล่านี้ก็อาจจะเป็นการเปิดช่องให้แฮ็คกกอร์เจาะบัญชีออนไลน์ของเราได้
  • ระวังพวกของแจกและเกมแข่งขัน บางอย่างก็ถูกต้อง หลายๆงานก็เป็นงานปลอมตัวมา หากคุณส่งต่อๆ กันไปก็อาจจะเป็นการช่วยแพร่กระจายมัลแวร์หรือล่อให้คนหลงกลให้ข้อมูลส่วนตัวได้ง่ายๆเพิ่มการป้องกันความปลอดภัยให้แก่ โมบายดีไวซ์ของคุณ
  • รหัสที่คุณใช้เข้าโทรศัพท์ของคุณนั้นต้องเป็นรหัสที่ไม่สามารถเดาได้ง่ายและต้องดาวน์โหลดแอปและเกมจากแอปสโตร์ก็เป็นอีกข้อที่พึงกระทำเป็นพื้นฐาน
  • ห้ามเจลเบรคหรือรูทโทรศัพท์เพราะจะเปิดทางให้แฮ็กเกอร์เข้ามาโอเวอร์ไรท์ค่าเซ็ตติ้งเพื่อลงมัลแวร์นั่นเอง
  • พิจารณาติดตั้งแอปที่เปิดให้คุณสามารถลบข้อมูลทั้งหมดบนโทรศัพท์ได้จากระยะไกล กรณีที่โทรศัพท์ถูกขโมยหรือสูญหาย ก็จะสามารถลบทิ้งได้ง่ายๆ
  • ตั้งค่าการอัพเดทต่างๆ ของซอฟต์แวร์ที่ใช้งานอยู่เสมอและต้องระวังเมื่อจะคลิกลิ้งก์ออนไลน์ใดๆแบบเดียวกับที่คุณต้องระวังเมื่อใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ
  • ใช้ทั้งโซลูชั่นเพื่อความปลอดภัยและขั้นตอนการป้องกันความปลอดภัยที่เหมาะสมไปพร้อมๆกันจะช่วยลดภัยคุกคามและป้องกันข้อมูลของคุณให้ปลอดภัยได้ทางออนไลน์
  • ใช้โซลูชั่นเพื่อความปลอดภัยที่วางใจได้เพื่อการป้องกันที่ครบถ้วนพ้นภัยคุกคามทุกประเภท เช่น Kaspersky Security Cloud และ Kaspersky InternetSecurity ควบคู่ไปกับการใช้ Kaspersky Password Manager

ทั้งนี้ เพื่อเก็บข้อมูลดิจิทัลที่มีค่าของคุณซึ่งสามารถช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลส่วนตัวให้ได้ปลอดภัย

ข่าวล่าสุด

เอกนิติ เซ็นแล้ว ให้อำนาจ ธปท.คุมเทรดทองออนไลน์ สกัดบาทแข็ง-เงินเทา