DITP ชูจุดขายสินค้าปลอดเชื้อโควิด หนุนส่งออกอาหารแช่เยือกแข็งไทย ปีนี้แตะ1.4 แสนล้านบาท

วันที่ 06 พ.ค. 2564 เวลา 13:35 น.
DITP ชูจุดขายสินค้าปลอดเชื้อโควิด หนุนส่งออกอาหารแช่เยือกแข็งไทย ปีนี้แตะ1.4 แสนล้านบาท
DITP คุมเข้มมาตรฐานส่งออกอาหารแช่เยือกแข็งไทย สร้างความเชื่อมั่นสินค้าไทยปลอดเชื้อโควิด - 19 เอกชนขานรับพร้อมเป็นผู้ส่งออกสินค้าเพื่อความปลอดภัย รับแนวโน้มส่งออกอาหารแช่เยือกแข็งไทยปีนี้ แนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้น

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)เปิดเผยว่า ทิศทางการส่งออกอาหารแช่เยือกแข็งในปี 2564 นี้ คาดว่ายังมีการเติบโตเพิ่มขึ้น โดยวางเป้าหมายการส่งออกอยู่ที่ 140,256.75 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 แม้ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยจะเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 จนส่งผลให้เกิดการชะลอการสั่งซื้อและชะลอการส่งมอบสินค้า

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ออกมาตรการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในกระบวนการผลิตอาหารเพื่อการส่งออกอย่างเข้มงวด เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ผลิต ผู้ส่งออก ผู้ประกอบการ ผู้จัดส่งวัตถุดิบ อาหารแช่เยือกแข็ง รวมถึงผู้ประกอบการโลจิสติกส์ ให้ปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคมากขึ้น และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าทั่วโลก

ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย พร้อมดำเนินการตามมาตรการอย่างเข้มงวด โดยขอความร่วมมือสมาชิกในสมาคม ฯ ให้เข้มงวดในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด – 19 อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้กระทบกับความเชื่อมั่นของลูกค้า

นายสมเด็จ กล่าวว่าแม้ว่าในหลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 แต่สำหรับประเทศไทยยังคงมีศักยภาพในการเป็นผู้ผลิตอาหารและมีเทคโนโลยีในการผลิตที่ทันสมัยมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่หลากหลาย ซึ่งกรมฯ ได้จัดตั้ง “โครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” (Thailand Delivers with Safety) พร้อมคุมเข้มมาตรการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออก ผู้ประกอบการ ผู้จัดส่งวัตถุดิบ อาหารแช่เยือกแข็ง รวมถึงผู้ประกอบการโลจิสติกส์ ปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าทั่วโลก เป็นการตอกย้ำศักยภาพและคุณภาพของสินค้าไทยว่ามีความปลอดภัยทุกขั้นตอน ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ การเก็บเกี่ยว การขนส่ง มีระบบป้องกันตนเองของพนักงานในโรงงาน การบรรจุ และการขนส่งจนถึงมือผู้บริโภค” นายสมเด็จกล่าว

สำหรับภาพรวมการส่งออกอาหารแช่เยือกแข็งในเดือน ม.ค. 64 มีการส่งออกอาหารทะเลสด แช่เย็น แช่แข็ง กระป๋อง และแปรรูป (รวมทูน่ากระป๋องและแปรรูปแต่ไม่รวมกุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป) คิดเป็นมูลค่า 9,480.46 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.59 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยสินค้าส่งออกสำคัญของกลุ่มนี้ ได้แก่ ทูน่ากระป๋อง มูลค่า 4,557.11 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.07

ขณะที่ปริมาณการส่งออกอาหารทะเลรวม 78,056 ตัน แบ่งเป็นอาหารทะเลสด แช่เย็น แช่แข็ง อยู่ที่ 18,217 ตัน ลดลงร้อยละ 16.48 อาหารทะเลกระป๋อง อยู่ที่ 50,386 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.85 โดยส่วนใหญ่เป็นทูน่ากระป๋อง อยู่ที่ 38,990 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.48 และอาหารทะเลแปรรูป อยู่ที่ 9,453 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.25 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่วนประเทศที่นำเข้าอาหารแช่เยือกแข็งจากไทยมากที่สุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อียิปต์ และแคนาดา คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 57.37

ส่วนตลาดที่มีอัตราการขยายตัวสูง ได้แก่ อาร์เจนตินา ร้อยละ 194.18 อียิปต์ ร้อยละ 80.90 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ร้อยละ 45.13 อิสราเอล ร้อยละ 42.11 ไต้หวัน ร้อยละ 40.56 โดย อาหารแช่เยือกแข็งที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด 5 อันดับ ในปี 2563 ได้แก่ 1.ทูน่ากระป๋อง 2.ปลาแปรรูป (ทูน่า+ปลาอื่นๆ) 3.กุ้งกระป๋อง 4.อาหารทะเลกระป๋องอื่น ๆ 5.ปลาหมึกมีชีวิต สด แช่เย็น แช่แข็ง