รอวัน..อุตฯการบินฟื้น ปักธงไทยฮับภูมิภาค
เอกชนมั่นใจอุตสาหกรรมการบิน-โลจิสติกส์ได้ไปต่อ คาดปลายปีเริ่มทยอยเปิดเที่ยวบินตามปกติ จี้รัฐจัดระเบียบกม.ล้าสมัย ควานหาเจ้าภาพด้านโลจิสติกส์ ก่อนสู่เป้าหมายฮับในภูมิภาค
พลอากาศเอก ศิริพล ศิริทรัพย์ อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด กล่าวในงานสัมมนาออนไลน์ ผู้ประกอบการแสดงสินค้า...อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (Aviation and Logistics) หัวข้อ “Takeoff สู่โอกาสอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ไทย”ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมการบินได้รับผลกระทบ เกิดความปั่นป่วน สนามบินหยุดให้บริการ ผู้ประกอบการการบินปิดกิจการ รวมถึงการปลดบุคลลากรออกจากระบบ แต่ก็ยังคาดการณ์กันว่าอุตสาหกรรมการบินจะกลับมาฟื้นได้ภายใน 4-5 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ในภาพรวมหากมองบุคคลากรด้านการบินเมื่อเจอกับวิกฤตรอบนี้หลายคนต้องหาอาชีพใหม่ทดแทน เนื่องจากสายการบินต้องหยุดบินชั่วคราว ส่งผลให้กัปตัน ตกงานกว่า 40% แต่ในระยะยาวเชื่อว่าวิชาชีพด้านการบินยังมีความจำเป็นเพราะต้องอาศัยทักษะวิชาชีพโดยเฉพาะ คาดว่าหลังจากมีการเริ่มฉีดวัคซีนแล้ว การเดินทางระหว่างประเทศจะเริ่มกลับมาได้ภายในเดือนพ.ย.ปีนี้แน่นอน
อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมการบินเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ การยกระดับเพื่อให้มีศักยภาพการแข่งขัน รัฐบาลต้องมีนโยบายที่ชัดเจนและต้องผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ มีการเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและมีการลงทุนเพิ่ม ตลอดจนทุกภาคส่วนต้องมาร่วมมือกัน
การผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินได้ ประกอบไปด้วย1.การพัฒนาและขยายสายการบิน 2. การพัฒนาให้ไทยเป็นAviation Cargo 3. การพัฒนาศูนย์ซ่อมสร้างMRO ที่ไทยให้มีศักยภาพพัฒนาเป็นศูนย์กระจายสินคาที่มีขนาดใหญ่
ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย กล่าวว่า การปรับตัวของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึง New Normal under Post Covid-19” จะทำให้เกิดการผลักดันนำเทคโนโลยีก้าวหน้ามาใช้เร็วกว่าที่คาด ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการบริโภคและกาคการผลิตที่เปลี่ยนแปลงไป
ขณะที่ปัญหาของการให้บริการโลจิสติสก์ ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย 85% ส่วนที่เหลือเป็นรายกลางถึงรายใหญ่ และครึ่งหนึ่งเป็นของต่างชาติ การที่มีผู้ประกอบการรายย่อยหรือเอสเอ็มอีที่มาก และมีความสามารถในการให้บริการที่ต่างกัน ไม่มีแผนงาน และ ขาดวิสัยทัศน์ ในการพัฒนาธุรกิจให้เข้าถึงโอกาส การบริหารจัดการเป็นรูปแบบ ดั้งเดิมขาดกลยุทธ์ และการเข้าถึงเทคโนโลยีมีข้อจํากัด ดังนั้นจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการเหล่านี้เป็นสมาร์ทเอสเอ็มอี ต้องสร้างจุดแข็งขอตัวเองขึ้นมา
การพัฒนาพื้นที่เขตนโยบายพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี เป็นแต้มต่อคนไทย รัฐบาลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหลายแสนล้านบาท แต่ที่ต้องดำเนินกาดรให้ได้จริงๆ คือ การแก้ไขกฏหมายโลจิสติกส์ ที่ล้าสมัย รวมถึงการหาหน่วยงานเจ้าภาพที่ดูแลโลจิสติกส์โดยตรง
“ยุทธศาสตร์นิวเอสเคิร์ฟ ในอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ ต้องมีความชัดเจนของนโยบาย มากกว่านี้ โดยเฉพาะ คำว่าโลจิสติกส์ไปเกี่ยวข้องเฉพาะการบินหรือไม่ หรือเป็นอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ด้านบริการ
นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยเวียตเจ็ท กล่าวว่า วิกฤตโควิดที่เกิดขึ้นหากมองพื้นฐานการบินไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก แต่ปัญหาที่สำคัญคือการจ้างงาน ปีที่แล้ว มีสายการบินต้องปิดกิจการไป 31 บริษัท ส่งผลให้เกิดการว่างงานของธุรกิจการบินมากขึ้น
ทั้งนี้เรื่องของวัคซีน ถือเป็นยุทธศาสตร์ประเทศ คาดกันว่าช่วง 6 เดือนถึง 1 ปีข้างหน้า ใครฉีดวัคซีนได้เร็วก็สามารถเปิดประเทศได้เร็วและจุดนี้จะนำไปใช้เป็นเงื่อนไขในการทำธุรกิจ อย่างสิงคโปร์ ฉีดวัคซีนไปแล้ว 10 % ไม่เกินกลางปีฉีดได้ 60-70% ขณะที่ไทยต้องดูว่ากระจาจยวัคซีนได้มากน้อยแค่ไหน ใครฉีดวัคซีนได้ก่อนก็ได้เปรียบ หรือในด้านการท่องเที่ยวหากลดจำนวนวันกักตัว หรือรัฐบาลฉีดวัคซีนใหักับคนในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวก่อนพื้นที่อื่นๆเพื่อเปิดประเทศ จะเป็นการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันได้ หากไปรอเปิดทั้งประเทศคงไม่ได้
อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมการบินอยู่คู่กับวิกฤตมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้แรงและนาน มีการประเมินกันว่า ภาพรวมธุรกิจการบินขาดทุนจากวิกฤตโควิด 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และในปีนี้ ยังขาดทุนรวมกันอยู่ที่ 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
“ผมมั่นใจไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางของทุกสายการบิน เรายังเป็นเค้กก้อนใหญ่ของภูมิภาค ในทางกลับกันจะทำให้เกิดการแข่งขันสายการบินที่รุนแรงขึ้น และเป็นโอกาสของผู้ประกอบการสายการบินรายเล็กเข้ามาทำตลาดได้มากขึ้น เราผ่านจุดต่ำสุดของโควิดมาแล้วจากนี้ไปธุรกิจการบินจะกลับมาดีขึ้นใน 2 ไตรมาส ข้างหน้า การเดินทางจะกลับมา และทำให้เกิดธุรกิจใหม่ขึ้น สายการบินใหญ่จะลดขนาดลง”
วราภรณ์ ธรรมจรีย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยยังโชคดีที่สามารถจัดการกับการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ได้ดี เมื่อเทียบกับประเทศอื่น เนื่องจากยังสามารถจัดงานแสดงสินค้าได้บ้างแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีชาวต่างชาติบินเข้ามาร่วมงาน และได้ปรับตัวโดยนำดิจิตอลเข้ามาใช้เพิ่มการเจรจาคู่ค้าผ่านหน้าจอออนไลน์ ดังนั้นผู้ประกอบการต้องทำความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีใหม่ โดยในเดือนส.ค.นี้จะจัดงานไทล็อก-โลจิสติกส์ งานแฟร์ที่เกี่ยวข้องกับด้านโลจิสติกส์โดยเฉพาะ
อย่างไรก็ตามผุู้ประกอบการธุรกิจเองก็ต้องปรับตัวให้เร็ว ซึ่งมองว่าโอกาสมีอยู่ตลอดเวลาและ งานแสดงสินค้าไม่ว่าจะเป็นหมวดใดก็เป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญว่าอุตสาหกรรมนั้นแข็งแรงแค่ไหน


