พลังงานกระทุ้งเชฟรอน-ปตท.สผ. ต้องจบปัญหาเข้าพื้นที่ผลิตก๊าซแหล่งเอราวัณ

วันที่ 01 มี.ค. 2564 เวลา 11:54 น.
พลังงานกระทุ้งเชฟรอน-ปตท.สผ. ต้องจบปัญหาเข้าพื้นที่ผลิตก๊าซแหล่งเอราวัณ
กรมเชื้อเพลิงฯ กำชับเชฟรอน- ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ฯ เร่งประสานแก้ความล่าช้าการเข้าพื้นที่แหล่งเอราวัณเพื่อผลิตก๊าซ ยันต้องไม่กระทบการบริหารพลังงานของประเทศ

นายสราวุธ  แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า ได้เร่งประสานให้ บริษัทเชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด (ในฐานะผุู้รับสัมปทานปัจจุบัน) กับบริษัทปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตหรือ PSC ในแปลงG1/61 หรือแหล่งกลุ่มเอราวัณเดิม เจรจาแก้ปัญหาความล่าช้าในการเข้าพื้นที่เพื่อเตรียมการต่างๆในช่วงเปลี่ยนผ่าน(Transition period) ก่อนที่ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ฯ จะเริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติให้มีความต่อเนื่อง และรักษาระดับการผลิตก๊าซฯได้ตามเป้าหมายวันละ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุต (ลบ.ฟุต)

สำหรับกรณีที่มีข่าวว่าค่าไฟฟ้าอาจจะแพงขึ้นจากกรณีการผลิตก๊าซฯจากแหล่งกลุ่มเอราวัณมีความล่าช้า นั้น เรื่องดังกล่าวมีสาเหตุจากการเจรจาหารือในการเข้าพื้นที่ระหว่าง บริษัท เชฟรอนฯในฐานะผุู้รับสัมปทานเดิม กับบริษัท ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ฯดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ซึ่งระบบสัมปทานเดิมจะสิ้นสุดระยะเวลาในเดือนเมษายน พ.ศ. 2565 โดยบริษัท ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ฯ ในฐานะผู้ดำเนินงานรายใหม่จะต้องเริ่มดำเนินการต่อเพื่อให้มีความต่อเนื่อง

“ทางกรมไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเรื่องดังกล่าว ทั้งเร่งประสานให้ทั้ง 2 ฝ่ายให้มีการเจรจาโดยเร็วที่สุด และขอเรียนชี้แจงเพิ่มเติมว่าการเข้าพื้นที่ล่าช้าดังกล่าว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นที่อยู่ในกระบวนการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ เพราะเรื่องดังกล่าวก็เป็นไปตามกระบวนการทางข้อกฎหมาย ซึ่งอาจมีความเห็นไม่ตรงกันได้และสามารถเกิดขึ้นได้โดยทั่วไปแล้วแต่กรณี แต่การเข้าพื้นที่ของผู้รับสัญญารายใหม่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition period) นั้น เป็นความจำเป็นที่เราต้องได้รับความร่วมมืออย่างเร่งด่วนและจริงใจของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งรายปัจจุบันและรายใหม่ที่จะเข้ามาดำเนินการ เพื่อการบริหารพลังงานของประเทศจะไม่มีการสะดุด และไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งกระทรวงพลังงานโดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจะพยายามเร่งให้ทั้ง 2 ฝ่ายเจรจาหารือโดยเร็วที่สุด เพราะเชื่อมั่นว่าทุกฝ่ายต้องยึดประโยชน์ของคนไทยเป็นหลัก"