ไทยต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ จัดงบจ้างงานใหม่ฟื้นจากโควิด

วันที่ 24 พ.ย. 2563 เวลา 18:44 น.
ไทยต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ จัดงบจ้างงานใหม่ฟื้นจากโควิด
แนะรัฐมุ่งจ้างงานใหม่บรรเทาผลกระทบโควิด เชื่อแจกเงินไม่ยั่งยืน ถึงเวลาปรับโครงสร้างเศรษฐกิจรองรับการเปลี่ยนแปลง "หมอยง"ชี้ต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่เกี่ยวกับม๊อบ เหตุต้องให้อำนาจผู้ว่าฯสั่งการหากมีโควิดระบาด

ดร.วิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยในงานเสวนา "COVID-19: จะจบอย่างไร? What's the End Game ? เรียนรู้ที่จะปรับตัวให้อยู่กับ New Normal จากมุมมองของแพทย์และนักเศรษฐศาสตร์" ซึ่งจัดโดยสถาบันปิโตรเลียม ว่า รัฐบาลต้องใช้โอกาสนี้ในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากวิกฤตโควิด ที่ผ่านมาไทยพึ่งเศรษฐกิจจากต่างประเทศ ทั้งเรื่องท่องเที่ยวและส่งออก แม้ว่าช่วงแรกจะมีมาตรการเข้าไปบรรเทาผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น เช่น การแจกเงิน 5,000 บาท การพักชำระหนี้ ก็เป็นเพียงแก้ปัญหาระยะสั้น

ทั้งนี้สิ่งสำคัญควรส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานดีกว่าใช้เงินเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย ซึ่งมองว่าไม่ยั่งยืน วันนี้รัฐบาลมีเงินกู้จำนวนมาก ถ้านำไปใช้จ้างคนสร้างงาน 1-2 ล้านตำแหน่งในช่วง 2 ปี น่าจะช่วยบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจได้ เพราะผลกระทบจากโควิดทำให้มีแรงงานกลับคืนสู่ท้องถิ่น หากช่วยสร้างทักษะใหม่ สร้างโอกาส ให้มีอาชีพนอกจากนี้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ปัจจุบันใช้ไปเพียง 1 หมื่นกว่าล้านบาทเท่านั้น ดังนั้นจะทำอย่างไรให้เงินออกไปตรงกับความต้องการพร้อมๆกับการสร้างรากฐานในอนาคต

"หลายคนมองว่าการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ เป็นเรื่องของกระทรวงการคลัง แต่จริงๆแล้วกระทรวงอื่น ต้องมีบทบาทในการนำเงินไปใช้ให้เกิดประโยชน์สอดคล้องกับบทเรียนจากโควิด เช่น กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีโครงการจ้างเด็กจบใหม่ ซึ่งน่าจะทำได้อีกมาก "นายวิรไทกล่าว

อย่างไรก็ตามแนวโน้มเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้จะเป็นในลักษณะไนกี้เชฟ และในระหว่างทางมีขึ้นลง หากมีโควิดรอบ2 หรือรอบ 3 ดังนั้นการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ทางหน่วยงานรัฐทุกคนต้องทำให้เกิดการจ้างาน ลดความเหลื่อมล้ำ และปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปพร้อมๆกัน

ขณะที่ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" กล่าวว่า ตอนนี้ถือว่าครบรอบ1ปีของไวรัสโควิด-19 หลายประเทศกำลังคิดค้นเรื่องวัคซีนป้องกัน โดยทางเลือกของไทยมี 3 ด้านคือ 1.พัฒนาเองตั้งแต่เริ่มต้น 2. ร่วมกับประเทศอื่นและ 3.รอซื้อ ซึ่งไทยน่าจะเลือกทุกวิธี

สำหรับข้อเสนอที่ต้องการลดจำนวนวันในการกักตัวเหลือ10 วันนั้นจะต้องทำแบบมีเงื่อนไข และยอมรับได้เป็นมาตรการทีละขั้น ส่วนการต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไปอีก1 เดือนนั้น ไม่ใช่ต้องการไปควบคุมม๊อบ แต่เพื่อให้การบริหารจัดการในเรื่องโรคระบาดทำได้คล่องตัวมากขึ้น ไม่เช่นนั้นจะไม่มีกฏหมายไหนที่จะให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดดำนินการได้เลย และ และไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว

ศ.กิตติคุณนพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานกองทุนส่งเสริมวิทยาศาตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่า วิกฤตโควิดที่เกิดขึ้นทำให้ไทยได้บทเรียนในการรีฟอร์ม ระบบบริการสุขภาพที่ต้องมององค์รวมทั้งภาครัฐและเอกชน การที่รัฐบาลใช้มาตรการแจกเงิน 5,000 บาทไม่ได้ผลอะไรมากนัก แต่ต้องทำให้มีการจ้างงานเพื่อให้มีเรียนรู้ใหม่ ทักษะใหม่ สร้างประสบการณ์ทำงานร่วมกับชุมชน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญ เราควรอาศัยการคุมโควิดได้ดีเป็นข้อได้เปรียบ ในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ หลังโควิดคิดว่าคนที่กลับไปต่างจังหวัดจะไม่กลับมาทำงานในเมืองเหมือนเดิม ทำอย่างไรจะทำให้ใช้วิกฤตเป็นโอกาส ทำให้เกิดการจ้างงานในต่างจังหวัดให้ได้ เพราะถ้าไม่ทำอะไรจะเกิดปัญหา

ดร.ชัยพัฒน์ สหัสกุล อดีตประธานกรรมการตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า กล่าวว่า ไทยมีปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจตั้งแต่ก่อนเกิดโควิด และเริ่มแย่ลง จากการแพร่ระบาดโควิด การฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยจะป็นในรูปของไนกี้ เชื่อว่า ต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 2 ปี กว่าจะกลับคืนสู่ปกติได้