ชงบอร์ดบีโอไอออกมาตรการกระตุ้นลงทุน-เพิ่มจ้างงาน

วันที่ 29 ก.ย. 2563 เวลา 17:20 น.
ชงบอร์ดบีโอไอออกมาตรการกระตุ้นลงทุน-เพิ่มจ้างงาน
บีโอไอเตรียมออกแพจเกจกระตุ้นลงทุนรอบใหม่ หวังรักษาอัตราจ้างงาน ประคองเศรษฐกิจไทย ชี้อุตสาหกรรมแพทย์มาแรง นักลงทุนแห่ยื่นช่วง6เดือนแรก 52 โครงการ วงเงิน 1.3 หมื่นล้าน โต 174%

น.ส.ดวงใจ  อัศวจินตจิตร์  เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)   เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  เป็นประธาน  ในเดือนต.ค.นี้ ทางบีโอไอเตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นการลงทุนเพื่อพยุงเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19  โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาอัตราการจ้างงานภายในประเทศ  ซึ่งจะมีทั้งการเพิ่มประเภทกิจการใหม่และการทบทวนมาตรการ  Thailan plus  ที่ได้ประกาศออกไปก่อนหน้านี้และกำลังจะสิ้นสุดในปี 2563 

ทั้งนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง Global  Supply Chain  ของอุตสาหกรรมหลายอย่าง  เนื่องจากประเทศต่างๆมีมาตรการล็อคดาวน์   แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดโอกาสการลงทุนที่เปลี่ยนไป  เช่นอุตสาหกรรมทางแพทย์ ถือเป็นอุตสาหกรรมที่มมีความจำเป็นมากขึ้น โดยเฉพาะจากสถานการณ์โควิด-19  ทำให้ต้องเร่งผลักดันให้ไทยเป็นเมดิคัลฮับในภูมิภาคนี้

อย่างไรก็ตามในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ ม.ค. 2561-มิ.ย.2563  มีโครงการอุตสาหกรรมการแพทย์เสนอขอส่งเสริมการลงทุน รวม 116 โครงการ วงเงินรวม 2.92  หมื่นล้านบาท    โดยมาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วง6 เดือนแรกของปีนี้(ม.ค.-มิ.ย.) จากมาตรการเร่งรัดการลงทุนในอุตสาหกรรมการแพทย์ โดยมีโครงการที่เสนอเข้ามา 52 โครงการมูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 174% มูลค่าเพิ่มขึ้น 123%

นอกจากนี้ยังมี อุตสาหกรรมBCG (Bio,Circular,Green) รวมถึงอุตฯดิจิทัล ซึ่งบีโอไอจะเดินหน้าต่อในเรื่องของการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตโดยระบบอัตโนมัติที่ขณะนี้มีการติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องและกำลังมองให้การนำระบบดิจิทัลมาปรับปรุงการผลิตให้ได้รับสิทธิประโยชน์ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามการขอรับส่งเสริมฯครึ่งปีแรกปีนี้(ม.ค.– มิ.ย. 2563 )มีการขอรับการส่งเสริมทั้งสิ้น  754 โครงการ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 7% มีมูลค่าเงินลงทุน 158,890 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน  17%จากผลกระทบโควิด-19 และปีที่ผ่านมามีโครงการขนาดใหญ่ขอรับฯจำนวนมาก โดยครึ่งปีแรกเป็นการขอรับในอุตสาหกรรมเป้าหมาย  371 โครงการ คิดเป็น 49%  ของจำนวนโครงการที่ขอรับการส่งเสริมทั้งหมด โดยทั้งปี 2563 มั่นใจว่าการคำขอรับส่งเสริมฯจะไม่ต่ำไปกว่าปี 2558 ที่ถือว่าปีที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์