กำชับผู้รับสัมปทานปิโตรฯร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจ จ้างคนไทย จัดซื้อสินค้าเฉพาะในประเทศ

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 19:13 น.
กำชับผู้รับสัมปทานปิโตรฯร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจ จ้างคนไทย จัดซื้อสินค้าเฉพาะในประเทศ
กรมเชื้อเพลิงฯ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการด้านปิโตรเลียม หนุนจ้างงานคนไทยต่อเนื่อง พร้อมจัดซื้อจัดจ้างวัสดุอุปกรณ์ในประเทศเป็นหลัก หวังช่วยฟื้นเศรษฐกิจจากพิษโควิด 19

ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า กรมเชื้อเพลิงฯขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการด้านปิโตรเลียม ดำเนินการโครงการต่างๆเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด 19 ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ ทำให้ภาครัฐและเอกชนร่วมผนึกกำลังเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้บริษัทผู้ประกอบการด้านปิโตรเลียมในประเทศไทย ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติยังคงให้ความร่วมมือ ในการดำเนินการเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากวิกฤติดังกล่าว โดยการสนับสนุนและส่งเสริมการจ้างคนไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการสร้างอาชีพและสร้างรายได้แก่ประชาชน รวมถึงสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม

นอกจากนี้ได้ขอความร่วมมือจากผู้รับสัมปทาน ผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต และผู้รับจ้างซึ่งได้ทำสัญญาจ้างเหมาโดยตรงกับผู้รับสัมปทานหรือผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต ในการพิจารณาให้การสนับสนุนใช้บริการด้านยานพาหนะ การก่อสร้าง วัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักร เครื่องมือ และอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม การสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจากผู้รับจ้างหรือวัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่ในประเทศเป็นอันดับแรก เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศด้วย

อย่างไรก็ตามกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนการจ้างงานคนไทย ในอุตสาหกรรมการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมมาโดยตลอด ซึ่งปัจจุบันบริษัทผู้ประกอบการด้านปิโตรเลียม มีการจ้างพนักงานคนไทยในสัดส่วนที่มากกว่าร้อยละ 90 และในช่วงวิกฤติโควิด 19 นี้ บริษัทต่างๆได้ให้ความร่วมมือในการลดอัตราการเลิกจ้างงานพนักงานคนไทย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากการว่างงาน

ขณะเดียวกันในการดำเนินการของแปลงสัมปทานแหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณและบงกช ซึ่งจะสิ้นอายุในปี 2565 และจะมีการเปลี่ยนระบบการบริหารจัดการจากระบบสัมปทาน เป็นระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต หรือ PSC ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการจ้างพนักงานคนไทยเช่นกัน โดยมีข้อกำหนดในสัญญาแบ่งปันผลผลิตให้ผู้รับสัญญาต้องจ้างพนักงานไทยในสัดส่วนที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 นับว่าเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ในการส่งเสริมให้มีการจ้างงานคนไทยอย่างต่อเนื่องในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม