ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจไทยยังต่ำกว่า 50

วันที่ 03 ส.ค. 2563 เวลา 16:17 น.
ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจไทยยังต่ำกว่า 50
ธปท. รายงานความเชื่อมั่นธุรกิจไทยยังต่ำกว่า 50 แม้ว่าปรับตัวดีขึ้น 3 เดือนติด

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนกรกฎาคม 2563 เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 จากเดือนก่อนที่ 38.5 มาอยู่ที่ระดับ 42.9 โดยปรับดีขึ้นในเกือบทุกธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ดัชนีรวมและดัชนีย่อยยังต่ำกว่า 50 ในทุกภาคธุรกิจ สะท้อนความเชื่อมั่นที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ แต่ทยอยมีสัญญาณปรับดีขึ้น

ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีฯ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 47.0 มาอยู่ที่ 48.6 โดยปรับดีขึ้นในเกือบทุกภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ผลิตยานยนต์ที่ดัชนีอยู่สูงกว่า 50 ได้ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2

ในเดือนกรกฎาคม 2563 ดัชนีฯ ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 มาอยู่ที่ 42.9 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในเกือบทุกธุรกิจ ยกเว้นกลุ่มผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ดัชนีฯ ลดลง หลังจากปรับดีขึ้นมากในเดือนก่อน โดยดัชนีฯ ของภาคการผลิตปรับเพิ่มขึ้นจากกลุ่มผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์และกลุ่มผลิตยานยนต์เป็นสำคัญ คาดว่าส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์จากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในงาน Motor show

ขณะที่ดัชนีฯ ของภาคที่มิใช่การผลิตปรับดีขึ้น นำโดยกลุ่มขนส่งและภาคก่อสร้างที่มีความเชื่อมั่นดีขึ้นในทุกองค์ประกอบ อย่างไรก็ตาม ดัชนีรวมและดัชนีย่อยยังคงต่ำกว่า 50 ในทุกภาคธุรกิจ สะท้อนว่าแม้ความเชื่อมั่นมีสัญญาณปรับดีขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับต่ำโดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังกังวลต่อภาวะธุรกิจที่เปราะบาง จากทั้งกำลังซื้อที่ซบเซาและความเสี่ยงของการระบาดระลอกสองที่สูงขึ้น

ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีฯ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนมาอยู่ที่ 48.6 ซึ่งปรับดีขึ้นในเกือบทุกภาคธุรกิจ โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของกลุ่มผลิตยานยนต์ที่ดีขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนจากดัชนีฯ ที่อยู่เหนือระดับ 50 ได้เป็นเดือนที่สอง ส่วนหนึ่งเป็นผลดีจากการจัดงาน Motor show ที่จะช่วยกระตุ้นคำสั่งซื้อในระยะข้างหน้าได้บ้าง เช่นเดียวกับกลุ่มโรงแรมและร้านอาหาร รวมถึงกลุ่มขนส่ง ที่ดัชนีฯ ปรับดีขึ้นมากจากทุกองค์ประกอบ เป็นผลจากนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ดัชนีฯ ของกลุ่มโรงแรมและร้านอาหารยังต่ำกว่า 50 สะท้อนว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงคาดว่าภาวะธุรกิจจะไม่ดีนักจากปัจจุบัน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะรายได้จากการท่องเที่ยวภายในประเทศไม่สามารถชดเชยรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติได้

บทความแนะนำ