มิสลิลลี่ แตกไลน์ธุรกิจใหม่จากขายดอกไม้ขยายสู่ธุรกิจอาหาร

วันที่ 17 มิ.ย. 2563 เวลา 15:47 น.
มิสลิลลี่ แตกไลน์ธุรกิจใหม่จากขายดอกไม้ขยายสู่ธุรกิจอาหาร
"เรวัติ จินดาพล" ซีอีโอ มิสลิลลี่ จากผู้ชายขายดอกไม้มานานกว่า 20ปี ขอทรานส์ฟอร์มธุรกิจใหม่ไปทำธุรกิจอาหาร เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่

“เรวัต จินดาพล” ผู้ให้กำเนิดแบรนด์มิสลิลลี่ฟลาวเวอร์ และบุกเบิกการสั่งดอกไม้ออนไลน์เจ้าแรกของไทย เตรียมเปิดตัวธุรกิจอาหาร ซึ่งเป็นไลน์ใหม่ภายใต้แบรนด์มิสลิลลี่ หลังจากเตรียมความพร้อมมาเกือบ 2 ปี หลังจากธุรกิจการจัดส่งดอกไม้เติบโตตามแผนและระบบที่ได้วางรากฐานไว้

เรวัติ กลาวว่า แม้ว่าช่วงโควิด-19 จะมีผลกระทบต่อกำลังซื้อและพบปัญหาเรื่องข้อจำกัดการจัดส่งอยู่บ้าง แต่มิสลิลลี่ สามารถแก้ปัญหาด้วยการทำแคมเปญต่างๆ โดยใช้ดอกไม้เป็นสื่อแทนความห่วงใยในช่วงเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ไม่เจอหน้ากันก็ใช้ดอกไม้เป็นสื่อกลาง ส่งดอกไม้ ส่งกำลังใจ ครอบคลุมทุกโอกาส ซึ่งขณะนี้หลายพื้นที่เริ่มผ่อนคลาย การจัดส่งก็ง่ายขึ้น

โดยตลอดเวลากว่า 2 ทศวรรษ มิสลิลลี่ลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง แต่อยู่บนสมมติฐานและการตั้งข้อสังเกตที่เป็นวิทยาศาสตร์ ทำให้แบรนด์มีความแตกต่าง ขณะที่จุดเริ่มต้น ธุรกิจไม่ได้มาจากดอกไม้ แต่เติบโตมาจากสายงานวิศวกรรมในธุรกิจรับซ่อมลิฟต์ และได้หันสู่การทำธุรกิจ E- commerce รับสั่งซื้อดอกไม้ทางอินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์ ด้วยมองเห็นศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจ

โดยมองธุรกิจดอกไม้ จะเป็นโอกาสให้เข้าไปเรียนรู้ ซึ่งในเวลานั้นยักษ์ใหญ่ของธุรกิจดอกไม้ยังไม่มี ซึ่ง เรวัต มองว่าด้วยระบบการบริหารจัดการที่ดี จะทำให้เป็นเบอร์ใหญ่ได้ไม่ยาก และข้อเท็จจริงก็เป็นตามนั้น พิสูจน์ได้จากการยืนหยัดบนเส้นทางนี้มายาวนานถึง 22 ปี

‘มิสลิลลี่ฟลาวเวอร์’ วางเป้าหมายสู่แบรนด์ "สถาบัน"

เรวัติ กล่าวว่า เมื่อเดินทางมาถึงจุดที่เป็นมากกว่าธุรกิจบริการจัดส่งดอกไม้ มิสลิลลี่วางเป้าหมายไว้ว่าต้องการเป็นสถาบัน ด้วยอยากให้ธุรกิจเติบโตและเดินได้แม้วันที่ ผู้ก่อตั้งเกษียณไปแล้ว เพราะมิสลิลลี่จะไม่ได้หยุดแค่ดอกไม้ แต่จะขยายไปได้ในสาขาของธุรกิจอื่นๆ โดยมีโมเดลธุรกิจที่เหมือนกัน บนรากฐานของระบบที่แข็งแรง

"อย่างที่เกริ่นไปช่วงต้นว่า ตอนนี้มิสลิลลี่กำลังเตรียมตัวธุรกิจอาหารรูปแบบใหม่ ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ให้อร่อยได้ทุกวัน ปลอดภัยอย่างมีสุขภาพดี" เรวัติ กล่าว

ขณะที่ธุรกิจดอกไม้ ยังคงเติบโตต่อ โดยเพิ่มกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ให้อายุน้อยลง ขยายฐานลูกค้ากลุ่ม คนรุ่นใหม่วัยเริ่มทำงานมากขึ้น รูปแบบการจัดดอกไม้ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในราคาที่น่ารัก เพื่อให้เข้ามาทำความรู้จักกับเรา โดยยังคงคุณภาพของแบรนด์ไว้ครบถ้วน โดยคาดหวังว่าคนรุ่นใหม่ที่มีโอกาสได้ใช้บริการของมิสลิลลี่แล้วจะได้รู้จัก และเชื่อมั่น

นอกจากนี้ มิสลิลลี่ ยังได้ จัดแคมเปญส่งดอกไม้ทั่วไทย 7 วัน 7 สี ในราคาเริ่มต้น 999 บาท เพื่อเป็นตัวแทนของความคิดถึง ความรัก ความห่วงใย กำลังใจ และเมื่อซื้อช่อดอกไม้จากมิสลิลลี่ ในราคา 999 ขึ้นไป รับบัตรกำนัล (Gift Voucher) เท่ากับราคาดอกไม้ เพื่อเป็นสิทธิ์ในการซื้อครั้งต่อไป โดยแคมเปญนี้จะเริ่มกลางเดือนมิถุนายน -15 กรกฎาคม นี้

"คน" ยังมีความสำคัญในระบบทำงาน

เรวัติ กล่าวว่า หัวใจสำคัญต่อมาของความสำเร็จ คือ “คน” บริษัทใหญ่ๆ จำนวนมากบอกว่าประสบความสำเร็จได้เพราะคน แต่มิสลิลลี่ ยังยืนยันว่าการมีระบบแข็งแรงเป็นพื้นฐานจะทำให้คนในองค์กรปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง

“เราจึงเตรียมพร้อมเรื่องระบบซอฟต์แวร์ ไม่ใช้กระดาษ เราเก็บข้อมูลบนดาต้าเบส เรามีฐานข้อมูลมาจัดการตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว การฝึกคนให้ทำงานอย่างมีระบบ มีการสร้างคุณภาพอย่างมีมาตรฐาน คุณภาพเดียวกันทั่วประเทศ วิสัยทัศน์เรื่องธุรกิจและโอกาส คนของเราจะถูกฝึกให้มองอนาคตเรื่องการทำธุรกิจ เพื่อให้สามารถโยกย้ายคนที่ทำดอกไม้ มาทำธุรกิจอาหารได้เลย หากมีการเปลี่ยนแปลง คนของเราก็พร้อมเปลี่ยน” เรวัติ อธิบาย

นอกจากนี้ มิสลิลลี่ ยังย้ำจุดยืนของแบรนด์ด้วย 2 เรื่อง คือ แบรนด์มิสลิลลี่ต้องสามารถกำหนดสถานะทางสังคมให้กับลูกค้าได้อย่างชัดเจน จากตำแหน่งของแบรนด์มิสลิลลี่ไว้ที่ระดับบน 3-4 เป็นกลุ่มครอบครัว กลุ่มธุรกิจ ผู้บริหาร ฯลฯ

แต่เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มลูกค้ามีหลายระดับ แบรนด์จึงขยายฐานลูกค้าให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มที่เริ่มต้นทำงาน (First Jobber) ให้สามารถซื้อได้