คลังกรุงไทยเร่งเปิดเว็บจองเที่ยวปันสุข

วันที่ 17 มิ.ย. 2563 เวลา 14:39 น.
คลังกรุงไทยเร่งเปิดเว็บจองเที่ยวปันสุข
คลังแจงวิธีจองเที่ยวปันสุข 5 ล้านคืน ใครมาก่อนได้ก่อน คาดเปิดตัวเว็บไซต์จอง 1 ก.ค. นี้

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้กระทรวงการคลังจะหารือร่วมกับธนาคารกรุงไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อสรุปการทำเว็บไซต์ที่ใช้ในโครงการเที่ยวปันสุขฟื้นฟูการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 คาดว่าจะเปิดเว็บไซค์ 1 ก.ค. 2563 โดยก่อนเปิดตัวเว็บไซต์ จะต้องทำการชี้แจงสร้างความเข้าใจกับประชาชนที่จะมาใช้งานการจองในระบบเว็บไซต์ ที่ตอนนี้อยู่ระหว่างการตั้งชื่อเว็บไซค์ให้คนจำได้ง่ายๆ

สำหรับเว็บไซต์จะใช้สำหรับการจองเที่ยวในโครงเราไปเที่ยวกัน ที่ให้สิทธิ์ 1 คนต่อการค้างคืนได้ 5 คืน โดยไม่จำกัดราคาค่าห้อง ราคาจะแพงเท่าไหร่ก็ได้ โดยรัฐบาลจะช่วยจ่ายให้ 40% หรือไม่เกิน 3 พันบาทต่อคืน ประชาชนที่สนใจจะต้องเข้ามาดูรายชื่อโรงแรมที่พักที่เข้าร่วมโครงการในเว็บไซด์ที่จะเปิดตัว และทำการจองตรงกับโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ และจะต้องจ่ายเงินให้กับโรงแรมที่พักทันทีในอัตรา 60% เพื่อให้โรงแรมมีเงินไปหมุนเวียน

หลังจองโรงแรมได้แล้ว ประชาชนจะต้องมาลงทะเบียนในระบบของเว็บไซด์เดิมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่เป็นการยืนยันตัวตนว่าจะไปท่องเที่ยว และระบบจะโอนเงิน 40% ค่าที่พักให้กับโรงแรม พร้อมกับโอนวงเงิน 600 บาทต่อคืน ให้กับผู้ไปเที่ยวผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตุง ในวันที่ผู้จองเข้าเช็คอินที่โรงแรมที่พักวันแรก โดยเงินจะจ่ายทุกวัน วันละ 600 บาท แต่ต้องใช้ให้หมดภายในวันที่เช็คเอ้าท์ก่อนเวลาเที่ยงคืน

นายลวรณ กล่าวว่า สิทธิ์จองเที่ยว 1 คน ต่อคน 5 คืน สามารถกระจายใช้ได้ เช่น อาจจะไปพักหัวหิน 2 คืน และไปพักเชียงใหม่ 3 คืน ขอให้อยู่ในระยะเวลาของโครงการ คือ เดือน ก.ค. – ต.ค. (4 เดือน) เท่านั้น ระบบนี้ใครมาลงทะเบียนก่อนสามารถได้สิทธิ์ก่อน เพราะโครงการมีการจำกัดสิทธิ์ อยู่ที่ 5 ล้านคืน ซึ่งระบบได้ออกแบบมาเพื่อให้มีการกระจายการท่องเที่ยวไปทั่วทุกจังหวัดของประเทศ และให้กับผู้ที่ตั้งใจจะเที่ยวจริง ๆ จึงให้มีการจ่ายเงินทันทีกับผู้ประกอบการโรงแรม ส่วนหนึ่งเพื่อต้องการช่วยให้โรงแรมมีเงินไปหมุนเวียนก่อน

สำหรับวงเงิน 600 บาทต่อคืน ที่รัฐบาลให้กับผู้ไปเที่ยว ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้ สามารถใช้ได้ 3 ที่ คือ 1. ร้านอาหารในโรงแรมที่เข้าพัก 2. ร้านอาหารนอกโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะมีทั้งร้านอาหารขนาดใหญ่ เล็ก และร้านอาหารริมทาง ซึ่งจะมีรายชื่อปรากฎในเว็บไซต์ และ 3. การแสดงที่ต้องซื้อบัตรเข้าชม โดยการใช้ต้องเป็นการร่วมจ่ายกับรัฐบาล คือ รัฐบาลจ่ายให้ 40% เช่น ทานอาหารในโรงแรม 1 พันบาท ระบบจะคิดเงิน 600 บาท ส่วนอีก 400 บาทระบบจะตัดจากวงเงินที่ได้ 600 บาทเอง อัตโนมัติ

นอกจากนี้ เว็บไซต์ที่จะเปิดตัว ยังใช้ในโครงการเที่ยวปันสุข ให้ผู้จองสิทธิ์ในโครงการเราไปเที่ยวกัน สามารถจองตั๋วสายการบินที่เป็นลักษณะการร่วมจ่าย จะมีสายการบินเข้าร่วมโครงการในเว็บไซต์ เป็นสายการบินทั่วไป ไม่ได้จำกัดแค่สายการบินต้นทุนต่ำ โดยรัฐบาลจะร่วมจ่ายให้ 40% แต่ไม่เกิน 1,000 บาท และได้สิทธิ์คนเดียวครั้งเดียว โดยตอนนี้กำลังหารือกับสายการบินว่าจะสามารถจ่ายเงินในลักษณะของโรงแรมได้หรือไม่ คือให้ประชาชนจ่าย 60% ของราคาตั๋ว ส่วน 40% ไม่เกิน 1,000 บาท รัฐบาลจะโอนตรงให้กับสายการบิน หรือประชาชนรับผิดชอบจ่ายทั้งหมด 100% ก่อนและรัฐบาลจะจ่ายส่วนลดคืนให้ประชาชนโดยตรง ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการหารือ ในส่วนสายการบินมีแค่ 2 ล้านสิทธิ์เท่านั้น

“คลังเป็นผู้สนับสนุนระบบให้กับการ ททท. ที่เป็นผู้คิดและออกมาตรการ โดยจะมีการหารือกันอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา และให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างแท้จริง ซึ่งคาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนในธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อช่วยผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องได้ในระดับหนึ่ง คาดว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนหลายหมื่นล้านบาทในธุรกิจท่องเที่ยวช่วงโลว์ซีซั่น ช่วยผู้ประกอบการต่อลมหายใจได้ก่อนถึงช่วงไฮซีซั่นต่อไป” นายลวรณ กล่าว

นายลวรณ กล่าวว่า การเปิดเว็บไซต์ให้จองเที่ยว ได้พยายามออกแบบให้ใช้ได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว มีการออกแบบเพื่อป้องกันการรั่วไหลและทำให้เกิดการท่องเที่ยวจริงๆ จึงให้มีการเริ่มต้นจากจองโรงแรมที่พักก่อนและให้มีการจ่ายเงินเลย ถึงมาลงทะเบียนในระบบเพื่อยืนยันตัวตนรับสิทธิ์วงเงิน 600 บาทต่อวัน และการจองเที่ยวก็ไม่ได้บังคับต้องไป 5 คืนติด สามารถแบ่งไปเที่ยวในจังหวัดต่างๆ ภาคต่างๆ ตามที่ประชาชนสนใจไปเที่ยวได้ ทำให้การท่องเที่ยวมีการกระจายตัวมากขึ้น