‘บีทีเอส’ อวดกำไรสุทธิ ทะลุ 8.2 พันล้านบาท ทำสถิติสูงสุด

วันที่ 02 มิ.ย. 2563 เวลา 12:20 น.
‘บีทีเอส’ อวดกำไรสุทธิ ทะลุ 8.2 พันล้านบาท ทำสถิติสูงสุด
‘บีทีเอส กรุ๊ป’ ชี้ผลประกอบการปีงบ 62/63 ยังเติบโตสวนวิกฤตโควิด-19 ทำสถิติกำไรสุทธิพุ่ง 184% จาก 3 ธุรกิจหลัก รถไฟฟ้า-สื่อโฆษณา-อสังหาริมทรัพย์

นายกวิน กาญจนพาสน์  กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บีทีเอส กรุ๊ป เปิดเผยถึง ผลประกอบการปีงบประมาณ 2562/63 (เม.ย. 2562 ถึงมี.ค. 2563) แม้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ แต่สามารถทำกำไรสุทธิในปีนี้เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น 184% จากปีก่อน แตะ 8.2 พันล้านบาท

ขณะที่กำไรสุทธิหลังหักภาษีจากรายการที่เกิดขึ้นเป็นประจำสร้างสถิติสูงสุด ที่ 4.8 พันล้านบาท เติบโต 47% จากปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในธุรกิจระบบขนส่งมวลชน ธุรกิจสื่อโฆษณาและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น รายได้รวมจำนวน 4.2 หมื่นล้านบาท โดยมีรายได้จากธุรกิจระบบขนส่งมวลชนเป็นรายได้หลัก ในส่วนธุรกิจสื่อโฆษณา มีผลการดำเนินงานเติบโตแข็งแกร่งแสดงกำไรสุทธิสูงสุดใหม่ ที่ 1,400  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากปีก่อน

สำหรับธุรกิจระบบขนส่งมวลชน โครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางรางที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาของเรายังคงมีพัฒนาการรุดหน้าต่อเนื่องเป็นอย่างมาก โดยในปี 2562/63 มีรายได้ค่าก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลืองและรายได้จากการให้บริการติดตั้งงานระบบและจัดหารถไฟฟ้าขบวนใหม่ภายใต้สัญญาสัมปทาน  ของโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวใต้และเหนือ จำนวน 2.52 หมื่นล้านบาท

ด้านรายได้จากการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) ประจำปี 2562/63 เพิ่มขึ้น 65% YoY เป็น 3,800  ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่ 3,400  ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากการเปิดให้บริการโครงการส่วนต่อขยายสายสีเขียวใต้ทั้งสาย ตั้งแต่เดือนธ.ค.2561 รวมถึงการทยอยเปิดให้บริการ 5 สถานีแรกของโครงการส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือในปี 2562

นอกจากนี้ เรายังตั้งเป้าหมายการทดลองเปิดให้บริการโครงการดังกล่าวอีก 4 สถานี ถึงสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ในเดือนมิ.ย. 2563 และคาดว่าจะเปิดให้บริการสถานีที่เหลือภายในสิ้นปี 2563

ทั้งนี้การเปิดให้บริการสถานีใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยหนุนหลักของการเติบโตของรายได้ O&M ในอนาคต สำหรับโครงการคมนาคมขนส่งอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาและโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองนั้น คาดว่าจะเห็นความคืบหน้าเป็นอย่างมากในปี 2563/64 ภายหลังการลงนามในสัญญาที่คาดว่าโครงการสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาจะสามารถลงนามได้ในเดือนมิ.ย. 2563 และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองในเดือนก.ค. 2563

ส่วนธุรกิจสื่อโฆษณา บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ซึ่งเป็นผู้ให้บริการแบบ Offline-to-Online (O2O) โซลูชั่นส์ สามารถสร้างสถิติรายได้และกำไรสุทธิสูงสุดใหม่ โดยมีรายได้ 4,000 ล้านบาท เติบโต 11% YoY และกำไรสุทธิ 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1.1 พันล้านบาทในปี

“ในปี 2563/64 จะเป็นอีกปีแห่งความท้าทายเมื่อโลกของเราเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สภาวะปกติแบบใหม่ (new normal)โดยเชื่อว่าปีงบประมาณใหม่ จะเป็นปีที่น่าตื่นใจ ด้วยโครงการใหม่ๆ ที่กำลังจะเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นโครงการสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา หรือโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง อีกทั้ง เรายังเปิดกว้างในการหาพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรมเพื่อสร้าง Synergy และเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจของเรา”นายกวิน กล่าว