กสศ.จับมือเจดีเซ็นทรัล เปิดแคมเปญ “ชวนกันมา ช้อป น้องๆ สุขใจ”

วันที่ 05 พ.ค. 2563 เวลา 20:37 น.
กสศ.จับมือเจดีเซ็นทรัล เปิดแคมเปญ “ชวนกันมา ช้อป น้องๆ สุขใจ”
กสศ.จับมือ เจดีเซ็นทรัล เปิดแคมเปญ “ชวนกันมา ช้อป น้องๆ สุขใจ” จำหน่าย10 ผลิตภัณฑ์บนแพลทฟอร์มสุดยอดสินค้าไอเดียสร้างสรรค์นำร่องสร้างอาชีพ สู่อนาคต

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แถลงเปิดแคมเปญ “ชวนกันมาช้อป น้องๆ สุขใจ” เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ภายใต้โครงการพัฒนานวัตกรรมเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (Equity Partnership’s School Network) เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง กสศ. โรงเรียนนานาชาติ Shrewsbury โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และแพลทฟอร์มเจดีเซ็นทรัล ที่ต้องการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยี e-commerce และการพัฒนาทักษะการเป็นผู้ประกอบการในศตวรรษที่ 21 (Entrepreneurial Skill) ระหว่างเครือข่ายโรงเรียนในโครงการตลาดวาดฝัน

ทั้งนี้ กสศ.สนับสนุนให้โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 10 แห่ง เข้าร่วมโครงการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบที่มีในชุมชน ร่วมกับนักเรียนโรงเรียนนานาชาติ Shrewsbury และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน เพื่อนำออกจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ของเจดีเซ็นทรัล รายได้จากการจำหน่ายจะไม่หักค่าใช้จ่าย ทั้งหมด จะมอบให้กับนักเรียนทุนเสมอภาคในโรงเรียนสังกัด สพฐ. ที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อนำไปต่อยอดโครงการส่งเสริมทักษะอาชีพ และกิจกรรมลดความเหลื่อมล้ำอย่างมีขั้นตอน ให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

ดร.ไกรยส ภัทราวาส รองผู้จัดการ กสศ. เปิดเผยว่า แนวคิดความร่วมมือดังกล่าว กสศ.ดำเนินโครงการฯ มาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ก่อนที่จะเกิดโควิด-19 จึงได้ปรับกิจกรรมให้น้องๆ ได้ทำงานผ่านแพลทฟอร์มออนไลน์ โดยการนำเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านระบบสไกป์มาใช้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนของโครงการฯ ซึ่งเป็นการพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้เพิ่มเติมให้น้องนักเรียนอีกทางหนึ่งด้วย

นอกจากนั้น วัตถุประสงค์ของโครงการพัฒนานวัตกรรมฯ ต้องการให้ความร่วมมือครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้น หรือเป็นโมเดลต้นแบบของการสร้างโอกาสทางการศึกษา ที่ทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนสามารถประสานความร่วมมือร่วมกันได้ แม้จะมีหน่วยงานของภาครัฐที่รับผิดชอบสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้เกิดขึ้น แต่ทุกภาคส่วนในสังคม ล้วนช่วยสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้

“แคมเปญ “ชวนกันมาช้อป น้องๆ สุขใจ” ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญในภาวะวิกฤตที่สร้างโอกาสให้กับเด็กและเยาวชน ได้แสดงศักยภาพไปสู่อาชีพในการจัดจำหน่ายสินค้า จะคัดเลือกโรงเรียนที่ชนะเลิศจากโครงการครั้งนี้ โดยกำหนดเกณฑ์การให้คะแนน 100 คะแนน พิจารณาจาก 1.ยอดขายและระยะเวลาที่ใช้ในการขาย 20 คะแนน 2.ผลกำไร 20 คะแนน 3.ความคิดสร้างสรรค์ 20 คะแนน 4.กระบวนการทำงาน 20 คะแนน 5.ความร่วมมือในการทำงานเป็นทีม 20 คะแนน โรงเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะได้รับโล่รางวัลและประกาศนียบัตร ความสำเร็จที่เกิดขึ้น คือสังคมแห่งความเสมอภาคที่เด็กทุกคนต่างได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ โดยไม่มีเด็กคนไหนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพียงลำพัง” รองผู้จัดการ กสศ. กล่าว

ด้าน น.ส.รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด JD CENTRAL กล่าวว่า JD CENTRAL รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนานวัตกรรมฯ ในครั้งนี้ เพราะเป็นโครงการที่มีความตั้งใจ แนวคิด และวิธีการทำงาน มุ่งมั่นในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างมีขั้นตอน และเป็นรูปธรรม โดยสินค้าที่ได้รับมาจากทั้ง 10 โรงเรียนถือเป็นสินค้าที่ล้วนแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการนำสิ่งของในชุมชนมาแปรรูป พัฒนา และต่อยอดความคิดซึ่งถือเป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้า (Value Added) ได้ดีมาก

น.ส.รวิศรา กล่าวว่า JD CENTRAL เล็งเห็นถึงศักยภาพของเยาวชนไทย และประสิทธิภาพการจัดการในโครงการพัฒนานวัตกรรมเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (Equity Partnership’s School Network) ครั้งนี้ และพร้อมจะเป็นเวทีเปิดกว้างให้เยาวชนไทยได้มาร่วมกันเรียนรู้ แสดงความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้การทำงานร่วมกัน รวมถึงพัฒนาทักษะต่างๆ ที่เป็นประโยชน์

อย่างไรก็ตาม JD CENTRAL คาดหวังว่า กิจกรรมครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และเป็นกำลังใจในการสร้างรายได้ให้กับเยาวชนไทย ทั้งนี้ สินค้าจากไอเดียสร้างสรรค์ทั้งหมดนี้ จะถูกจำหน่ายแบบพิเศษสุด (Exclusive) บนแพลทฟอร์ม JD CENTRAL สามารถเข้าไปเลือกซื้อสินค้าได้ที่ www.jd.co.th หรือดาวน์โหลด แอพพลิเคชั่น JD CENTRAL ได้จากทั้ง Play Store และ Apple Store จึงขอเชิญชวนเข้ามาร่วมรับชมช๊อปสินค้า ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า ใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิตของน้องๆ ทั้ง 10 โรงเรียนได้ตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค.-5 มิ.ย. 63 โดยสินค้าที่จัดจำหน่ายมีเพียงอย่างละ 100 ชิ้นเท่านั้น