ครม.เห็นชอบมาตรการชุดใหญ่ดูแลศก.โดนพิษโควิด

วันที่ 03 เม.ย. 2563 เวลา 13:04 น.
ครม.เห็นชอบมาตรการชุดใหญ่ดูแลศก.โดนพิษโควิด
ครม. เห็นชอบ ธปท. ออก พ.ร.ก. 2 ฉบับ พ.ร.ก. ออกซอฟโลนมากกว่า 2 แสนล้านบาท และพ.ร.ก. ให้ธปท. ซื้อตราสารหนี้เอกชนได้โดยตรง

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม. ประชุมนัดพิเศษ เสนอมาตรการเยียวยาและดูแลเศรษฐกิจไทยชุดที่ 3 พิเศษชุดใหญ่ คุมช่วงเวลา 6 เดือน เพื่อให้มีมาตรการดูแลประชาชน ผู้ประกอบการ และทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ประกอบด้วย 

กลุ่ม 1 มาตรการเข้าไปเยียวยาภาคประชาชนและธุรกิจที่ยังขาดให้ครอบคลุม

กลุ่ม 2 มาตรการที่ดูแลให้มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงทุกอย่างติดขัด ไม่ให้เศรษฐกิจไทยหยุดชะงักใน 3-4 เดือนข้างหน้า และชุดสุดท้ายดูแลภาคเศรษฐกิจการเงิน ทุกครั้งที่เกิดปัญหาจริง ย่อมเกี่ยวพันภาคการเงิน ตอนนี้ไม่มีปัญหา แต่เพื่อไม่ประมาทรัฐบาลได้คิดมาตรการเหล่านี้ให้ครอบคลุมภาคการเงินด้วย

กลุ่มที่ 3 ดูแลเศรษฐกิจตลาดการเงิน ตอนนี้ไม่มีปัญหา แต่ไม่ประมาทจึงได้มีการเตรียมไว้เลย

"คลัง และ ธปท. จะไปดูแหล่งเงินที่มาใช้ บางส่วนมาจากงบประมาณ บางส่วนมาจากการกู้ยืม การเตรียมการในรายละเอียดกำลังทำ ถ้าทันจะเข้า ครม. อังคารหน้า การใช้เงินทั้งหมดจะใกล้เคียงกับประเทศอื่นที่ทำกัน คือ 10% ของจีดีพี แต่ทางส่วนหนึ่งจะมาจากงบประมาณ พราะต้องการให้งบถูกนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาบบ้านเมือง คาดใก้ 10% ของงบที่ใช้ได้ บางส่วนเรื่องเงินเดือนแตะต้องไม่ได้ ส่วนที่เหลือ ส่วนที่เหลือที่งบทำไม่ได้จะมีการกู้ยืม โดยกระทรวงการคลัง เพื่อใช้หล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจและดูแลประชาชน และการกู้ยืมโดย ธปท. ให้ออกซอฟโลน เพื่อดดูแลผู้ประกอบการ พูดได้แค่นี้ เท่าไหร่เป็นอย่างไรขอให้ผ่าน ครม ต้องเจรจาสำนักงบประมาณ ต้องดูว่าใช้เท่าไหร่ แต่ทั้งหมดจะสามารถสร้างความมั่นใจให้ประชาชน ภาคธุรกิจก้าวข้ามวิกฤติการณ์ครั้งนี้ไปได้" นายสมคิด กล่าว

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เปิดเผยว่า มาตรการระยะที่ 3 ในกลุ่มที่ 1 ต้องดูประชาชนดูแลเกษตรกร ผู้ประกอบการลูกจ้างทั้งที่อยู่ในระบบประกันสังคมและนอกประกัน ดูแลลดภาระการผ่อนสินเชื่อเพิ่มเติมจากที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมาแล้ว ในกลุ่มนอนแบงก์

กลุ่มที่ 2 ดูแลเศรษฐกิจและโครงสร้างสังคม งบประมาณดูแลการสู้โควิด งบประมาณดูแลเศรษฐกิจฐานราก เพราะมีแรงงานกลับบ้านมาก สภาพการทำธุรกิจเปลี่ยนไป รัฐบาลจะมีชุดมาตรการดูแล มีการเร่งโครงสร้างพื้นฐานในระดับชุมชน

กลุ่มที่ 3 ดูแลผู้ประกอบการ ภาระที่เกิดจากการกู้ยืมให้มีสถาพคล่องเพียงพอ จะมีมาตรการเพิ่มเติม

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท. เปิดเผยว่า ธปท.จะออกมาตรการพักเงินต้นให้ครอบคุมผู้ประกอบการมากขึ้น การให้สภาพคล่อง ธปท. จะขอ ครม. ออก พ.ร.ก. ให้ธปท.ทำซอฟโลนโดยตรงได้ จะมีขนาดจำนวนมากกว่าซอฟโลนกว่า 2 แสนล้านบาท ที่ธนาคารออมสินทำในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังจะออก พ.ร.ก. ให้ ธปท. ซื้อตราสารหนี้ของเอกชนที่ครบกำหนดชำระ ที่มีคุณภาพดีและต้องมีนักลงทุนลงทุนมากกว่าครึ่งหนึ่ง เนื่องตลาดตราสารหนี้มีมูลค่ามากกว่า 3.5 ล้านล้านบาท มีประชาชน สหกรณ์ออมทรัพย์ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) การทุนประกันสังคม จะได้ไม่กระทบกับกลุ่มนักลงทุนเหล่านี้

นายวิรไท กล่าวว่า ธปท. ยังออกอีก 2 มาตรการ ได้แก่ขยายเวลาคุ้มครองเงินฝากจาก 5 ล้านบาท เป็น 1 ล้านบาท ในเดือน ส.ค. ให้ยืดออกไปเป็นเดือนส.ค. 2564

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการให้สถาบันการเงินลดเงินนำส่งให้ ธปท. เพื่อที่จะไปลดดอกเบี้ยให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ