WHO ยกระดับ COVID-19 เป็น “การระบาดครั้งใหญ่ของโลก” มีผลต่อการส่งออกไทย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กางผลวิจัย สถานการณ์ COVID-19 ยากลำบากกว่าที่คิด แม้ในจีนจะคลี่คลาย แต่ทั่วโลกและไทยยังต้องรับมือคำสั่งซื้อต่างประเทศ ลดลงไปในไตรมาส 2 นี้
สถานการณ์ COVID-19 ในจีนมีสัญญาณว่าได้เริ่มคลี่คลายลงแล้ว แต่การที่ทั่วโลกกำลังรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสกลายเป็นความเสี่ยงที่หนักยิ่งขึ้นของธุรกิจไทยที่พึ่งพาการส่งออก โดยผู้ประกอบการไทยคงต้องเตรียมรับมือการคำสั่งซื้อสินค้าที่จะลดลงอีกในช่วงไตรมาสที่ 2/2563 ตามการแพร่กระจายของไวรัสไปยังแต่ละประเทศ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีตลาดหลักทั้งจีน สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่นคงต้องรับมือกับกำลังซื้อที่ลดลงยาวนานจนกว่า COVID-19 จะคลี่คลายลง
- การฟื้นตัวของจีนทำให้จีนเป็นประเทศเดียวที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะช่วยกู้วิกฤตไวรัสโลก โดยน่าจะได้เห็นการส่งออกของจีนไปตลาดโลกเร่งตัวขึ้นสูงในกลุ่มสินค้าเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ อานิสงส์ให้การส่งออกของไทยไปจีนกระเตื้องขึ้นในกลุ่มสินค้าขั้นกลางของไทยที่ช่วยสนับสนุนการผลิต โดยเฉพาะยางพารา เส้นใยสังเคราะห์ เม็ดพลาสติก และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น รวมทั้งสินค้าในกลุ่มอาหารและสินค้าจำเป็นของไทยก็น่าจะสามารถกลับมาฟื้นตัวได้อย่างโดดเด่นไม่ว่าจะเป็นผลไม้ไทย อุปกรณ์การแพทย์ ถุงมือทางการแพทย์ เป็นต้น
- อย่างไรก็ดี แม้การส่งออกไปจีนจะเริ่มฟื้นตัวได้ในไตรมาส 2/2563 แต่คงไม่เพียงพอที่ดึงภาพรวมการส่งออกของไทยไปจีนทั้งปีให้กลับมาเร่งตัว เนื่องจากบรรยากาศกำลังซื้อของจีนคงอ่อนแรงตลอดช่วงที่เหลือของปี
ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การส่งออกของไทยไปจีนปี 2563 ไม่ต่างไปจากที่คาดการณ์เดิมว่าจะหดตัวราวร้อยละ 6-9 ซึ่งการอาศัยเพียงตลาดจีนอย่างเดียวคงไม่สามารถกู้วิกฤตการส่งออกของไทยได้ให้ฟื้นกลับมาได้ในทันที โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงมองว่า การส่งออกของไทยไปตลาดโลกในปี 2563 จะยังหดตัวที่ร้อยละ 5.6


