ส่งออกไทยอาการน่าเป็นห่วง ไวรัสโควิด-19 พ่นพิษ คาดไตรมาสแรกติดลบ3.6%
สรท.ประเมินส่งออกไทยเผชิญปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ชี้ไวรัสโควิด-19 กดส่งออกไปจีนติดลบหนักสุด ส่งผลภาพรวมไตรมาสแรกยังติดลบ3.6% ชงรัฐขอเงินกู้เสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการ ตั้งทีม Social Media หรือ Call Center อัพเดทสถานการณ์ในจีน
น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การส่งออกเดือนม.ค. ขยายตัว 3.35% มูลค่า 19,626 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้าเดือนม.ค. มีมูลค่า 21,181 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 7.86% ส่งผลให้ ไทยขาดดุลการค้า 1,556 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยคาดการณ์ปีนี้การส่งออกไทยในปี 2563 เติบโต 0-1%
ทั้งนี้ยังมี ปัจจัยเสี่ยงในเรื่องตลาดหดตัวลงจากผลกระทบไวรัสโควิด-19 ทั้งด้านการผลิตและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศและในจีน โดยผลกระทบต่อซัพพลายเชนกับจีนที่ต้องหยุดชะงัก โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วน เม็ดพลาสติก เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ผักผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง ซึ่งอาจทำให้ขาดแคลนวัตถุดิบและกระทบต่อการผลิตทั้งของไทยและจีน โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นผลกระทบชัดเจนจากการส่งออกในเดือนก.พ.
นอกจากนี้ยังมีเรื่อง Disrupt ในระบบโลจิสติกส์ทั้งทางเรือทางอากาศ และทางถนน ถึงแม้โรงงานและระบบศุลกากรจีนจะเริ่มกลับมาทำงานบ้างแล้วแต่พนักงานยังไม่สามารถกลับมาทำงานได้เต็มจำนวน ทำให้เกิดปัญหาความแออัดในท่าเรือและการตกค้างของสินค้า ประกอบกับเกิดต้นทุนส่วนเพิ่มจากการเรียกสเก็บค่า congestion surcharge โดยเฉพาะตู้ Reefer ที่ต้องใช้ในกลุ่มผักและผลไม้สด เป็นต้น และ
นอกจากนี้ยังมีผลกระทบของภัยแล้งที่คาดว่าจะรุนแรงในปี 2563 ส่งผลต่อปริมาณสินค้าเกษตรที่ออกสู่ตลาดลดลง ไม่เพียงพอต่ออุปสงค์ทั้งภายในและต่างประเทศ อาทิ ข้าว มันสำปะหลัง และผลไม้ตามฤดูกาล เป็นต้น
สำหรับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบันจะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อการส่งออกและนำเข้าของไทย ภายใต้สมมติฐานว่าถ้าการส่งออกไปจีนได้รับผลกระทบ -75% ถึง -25% เรียงจากเดือนกุมภาพันธ์ที่คาดว่าน่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดที่ -75% เดือนมีนาคม ได้รับผลกระทบ -50% และเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ได้รับผลกระทบ -25% ตามลำดับ จะทำให้การส่งออกของไทยในช่วงไตรมาส 1/2563 หดตัวประมาณ -3.6% ไตรมาส 2/2563 หดตัวประมาณ -2.91% และครึ่งปีหลัง 2563 หดตัวประมาณ -3.3%
อย่างไรก็ตามมีข้อเสนอให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้แก่1. การปล่อยสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการในดำเนินธุรกิจ อาทิ การสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำระยะ 6 เดือน และการขยายระยะเวลาการชำระคืนสินเชื่อเพื่อการส่งออก ระยะเวลา 12 เดือน การหยุดพักชำระหนี้
2. กระทรวงพาณิชย์ ควรจัดให้มีทีม Social Media หรือ Call Center เพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อสอบถามและรายงานสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถสอบถามข้อมูลสำหรับประกอบการวางแผนในการดำเนินธุรกิจ และควรเป็นสื่อกลางในการแจ้งข้อมูลข่าวสารล่าสุดเพื่อประกอบการการตัดสินใจของผู้ประกอบการเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศจีนรายมณฑล จุดขนส่งสินค้าต่างๆ ที่สามารถดำเนินการได้
3. กระทรวงพาณิชย์ควรประสานขอความร่วมมือกับรัฐบาลจีนทั้งส่วนกลางและรายมณฑล ในเรื่อง 3.1 ผ่อนปรนกฎระเบียบการนำเข้าและส่งออกสินค้า 3.2 ยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ อาทิ congestion surcharge และ storage charge
4. ขอให้เร่งเจรจาเขตการค้าเสรี FTA อาทิ Thai-EU, RCEP, Thai – United Kingdom, Thai – Pakistan, Thai – Turkey, Thai – EFTA และ Thai – Sri Lanka เพื่อชดเชยการพึ่งพาตลาดจีนและเป็นการกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดใหม่เพิ่มมูลค่าการส่งออก และเพื่อไม่ให้ไทยเสียตลาดหลักให้กับคู่แข่งที่ได้มีการทำ FTA ไปกับกลุ่มประเทศดังกล่าวก่อนหน้า


