'จุรินทร์'ตั้งเป้าปี'63 สร้างสมาร์ทโชว์ห่วย 2 หมื่นราย รุกตลาดอีคอมเมิร์ซ

วันที่ 10 ก.พ. 2563 เวลา 16:30 น.
'จุรินทร์'ตั้งเป้าปี'63 สร้างสมาร์ทโชว์ห่วย 2 หมื่นราย รุกตลาดอีคอมเมิร์ซ
"พาณิชย์" เดินหน้าปั้นสมาร์ทโชว์ห่วย 2 หมื่นราย แนะรุ่นเก่าต้องปรับตัว ขยายฐานมุ่งขายออนไลน์ มองหาคู่ค้าจีน-อินเดีย ผ่าน Tmallและ BigBasket

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในงานสัมมนา "เศรษฐกิจทันสมัยการค้าก้าวไกลไปกับดิจิทัล" ที่จังหวัดพัทลุง ว่า ในปี 2563 มีแผนสนับสนุนให้เกิดสมาร์ทโชวห่วย 20,000 ราย โดยพื้นที่ไหนที่มีโชวห่วยดั้งเดิมจะยกระดับขึ้นมา โดยมีค่าใช้จ่ายต่ำมากเกือบจะเรียกได้ว่าไม่มีค่าใช้จ่าย ยกเว้นการที่จะต้องกู้เงินไปบริหารจัดการมีแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้และองค์ความรู้การเข้าไปช่วยจัดการไม่มีค่าใช้จ่ายโดยกระทรวงและร้านค้าส่งขนาดใหญ่ของประเทศจะเข้าไปช่วยอยากให้ทุกท่านที่สนใจสามารถสมัครผ่านพาณิชย์จังหวัดได้

ทั้งนี้หากใครต้องการยกระดับรูปแบบจากร้านโชวห่วยแบบเดิมเป็นสมาร์ทโชวห่วยก็สามารถติดต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ หรือแจ้งพาณิชย์จังหวัดได้ ซึ่งมีงบประมาณเข้ามาช่วยและมีอาจารย์มาช่วยอบรม อย่างไรก็ตามการค้าขายในรูปแบบบอ๊อฟไลน์ยังคงอยู่ แต่การค้าขายแบบเดิมอย่างเดียวจะยกระดับมาเป็นสมาร์ทโชวห่วยหรือเป็นร้านค้าแบบสมาร์ท ยังมีจุดอ่อน คือ ต้องมีลูกค้ามาซื้อสินค้าที่ร้าน ถ้าคนไม่มาที่ร้านก็ขายของไม่ได้ แต่โลกยุคใหม่ มีระบบอีคอมเมิร์ซ หรือการค้าออนไลน์ ต่อไปนี้คนที่ซื้อของไม่ต้องเดินมาที่ร้านเราส่งของไปที่บ้านด้วยระบบขนส่งสั่งผ่านระบบออนไลน์บริการได้รวดเร็วทันใจ

ปัจจุบันคนใช้เทคโนโลยีมากขึ้น แม้แต่การผลิตสินค้าสมัยก่อนใช้แรงงานคนเป็นหลักวันนี้ก็เปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยี เข้ามาทดแทนแรงงานคน ดังนั้นคนต้องเปลี่ยนบทบาทของตัวเอง ถ้าคิดว่าจะต้องทำงานอยู่ในระบบเศรษฐกิจต่อไป ต้องปรับตัวเอง ต้องเรียนรู้ ปรับทักษะตัวเองจากเดิม ต้องเปลี่ยนมาทำกับเครื่องจักรแทนไม่เช่นนั้นจะไม่ทันโลก โรงงานอุตสาหกรรมไม่ต้องการใช้บริการ และบางส่วนต้อง เพิ่มทักษะจากทักษะระดับ 7 เป็น 10 ถึง 15 เพื่อให้ทันกับการผลิตยุคใหม่

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาเราได้ลงนามกับ BigBasKet เว็บไซต์ขายของออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย เปิดห้องให้สามารถขายสินค้าออนไลน์ในอินเดียได้ ขณะที่จีน มีเว็บไซต์ Tmall ได้ไปลงนามและทำพิธีเปิดแล้วเป็นส่วนหนึ่งของอาลีบาบาเปิดห้องไทยให้พัฒนาสินค้าไทยไปจีน สะดวกขึ้นด้วยระบบสินค้าออนไลน์ โดยจากนี้ไปเว็บไซด์ Tmall และ BigBasket ผู้ประกอบการสามารถ ซื้อขายสินค้าได้ทั้งจีนและอินเดีย ตลอดจนอีกหลายประเทศของโลก ส่วนทางไทย มีเว็บไซต์ที่เป็นระดับประเทศคือ ThaiTrade.com ถ้าสินค้าไหนมีศักยภาพมีโอกาสได้ผู้ซื้อระดับที่ส่งออกไปตลาดอื่นๆได้