"บิ๊กป้อม"แนะใช้ 5จี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แจ้งเกิดโรงพยาบาลอัจฉริยะ- สมาร์ทฟาร์มมิ่ง
"ประวิตร"ควง รมว.ดีอีเอส ถกกสทช. ขับเคลื่อนประเทศด้วย 5G ทุกภาคส่วน คาดช่วง 3 ปี เงินทุนสะพัดเศรษฐกิจกว่า 9 แสนล้านบาท
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวง ดีอีเอส) และคณะได้เข้าประชุมร่วมกับ พลเอกสุกิจ ขมะสุนทร ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) กสทช. และนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เรื่องนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยเทคโนโลยี 5G เพื่อให้ลงสู่ทุกภาคส่วนของสังคมให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการจัดประมูลคลื่น 5G นอกจากจะก่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจอย่างมากแล้ว สิ่งที่รัฐบาลมีความกังวลและห่วงใยมากที่สุดคือ นั่นคือจะนำเทคโนโลยี 5G ไปใช้งานต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับประชาชนได้โดยเร็วที่สุดได้เมื่อใด ซึ่งหวังว่า กสทช. และภาคเอกชน จะช่วยกันผลักดันให้เกิดการใช้งานเทคโนโลยี 5G โดยเร็ว ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนให้ กระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันในการดำเนินการให้เกิดการใช้งานเทคโนโลยี 5G อย่างเต็มที่
ทั้งนี้รัฐบาลต้องการเห็นการใช้งานเทคโนโลยี 5G เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในด้านที่สำคัญอย่างยั่งยืน อาทิ ภาคสาธารณสุข รัฐบาลอยากให้เกิดระบบโรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Hospital)โดยเฉพาะในกลุ่มโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. ในการรักษาทางไกลด้วยเทคโนโลยี 5G สำหรับ 4 โรค ได้แก่ เบาหวาน ความดัน โรคตา และผิวหนัง ประชาชนสามารถรับการวินิจฉัยโรคและขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ช่วยให้ประหยัดทั้งเวลาและค่าเดินทาง ลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงบริการทางการแพทย์
สำหรับภาคการเกษตร รัฐบาลต้องการให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยนำเทคโนโลยี 5G มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เป็นสมาร์ทฟาร์มมิ่ง (smart farming)ในการวางแผนการผลิตและบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ภาคการศึกษา รัฐบาลส่งเสริมให้มีการยกระดับการศึกษา มาโดยตลอด และหวังว่า 5G จะเกิดประโยชน์ในการส่งเสริมให้ประชาชนได้เข้าถึงการเรียนการสอนที่มีมาตรฐานสูง จากผู้เชี่ยวชาญ และสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง ได้รับการยอมรับอย่างทั่วกัน
ด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลต้องการให้มีการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ โอกาส และรายได้ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน การส่งเสริมให้มี Start Up ในท้องถิ่นเพื่อการส่งเสริมให้ประชาชนได้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี 5G ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมศักยภาพของชุมชน และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน อันนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เริ่มจากการพัฒนาจากชุมชนท้องถิ่นไปสู่ระดับชาติ โดยการพัฒนาจากฐานของศักยภาพของท้องถิ่น ซึ่งหากเกิดขึ้นแล้ว เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากภาคชนบท ไปสู่ระดับเศรษฐกิจของประเทศต่อไป แต่ทั้งนี้การนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ต้องคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งานของประชาชน อันเป็นรากฐานที่แข็งแรงของเศรษฐกิจไทยในอนาคตด้วย
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. กล่าวว่า ได้รายงานความคืบหน้าของการประมูล 5G หลังเปิดให้ผู้ประกอบการยื่นคำขอรับใบอนุญาตคลื่นความถี่ 700 MHz 1800 MHz 2600 MHz และ 26 GHz โดยมีผู้มายื่นคำขอรับใบอนุญาตทั้งหมด จำนวน 5 ราย ได้แก่ บริษัท ทรู มูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด และได้รายงานกระบวนการต่างๆ หลังจากนี้ โดยสำนักงาน กสทช. จะดำเนินการพิจารณาคุณสมบัติ และจะมีการชี้แจงรายละเอียดและการประมูลรอบสาธิต (Mock Auction)ในวันที่ 10 และ 14 ก.พ. 2563 โดยจะจัดการประมูลในวันที่ 16 ก.พ. 2563
อย่างไรก็ตามกสทช.รับทราบนโยบายของรัฐบาล และพร้อมดำเนินการสนับสนุน ผลักดันนโยบายของรัฐบาลเหล่านั้นเกิดขึ้นโดยเร็ว โดยเสนอให้มีการผลักดันคณะกรรมการขับเคลื่อน 5G เพื่อต่อยอดการใช้งาน 5G ให้เกิดการใช้งานในภาคการผลิต-อุตสาหกรรม ขนส่ง การแพทย์ การศึกษา การเกษตร และด้านอื่นๆ เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมเพื่อรองรับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป เพิ่มศักยภาพของประเทศพร้อมรองรับการย้ายฐาน เพื่อให้ประเทศไทยเป็นตัวเลือกที่ดีในการลงทุน เพื่อสร้างโอกาส สร้างเศรษฐกิจใหม่
ทั้งนี้ จากการประมาณการของสำนักงาน กสทช. พบว่าเมื่อมี 5G เกิดขึ้น ในเบื้องต้นจะทำให้จะทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ 177,039 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 1.02 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ส่วนปี 2564 เมื่อภาคเอกชนเพิ่มขนาดการลงทุนในคลื่น 5G จะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 332,000 ล้านบาท และในปี 2565 ผลของการประมูลคลื่น 5G จะเกิดมูลค่าเพิ่มอีก 476,000 ล้านบาท รวมแล้วปี 2563-2565 จะเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 985,720 ล้านบาท ซึ่งหากการขับเคลื่อนของคณะกรรมการ 5G แห่งชาติประสบผลสำเร็จตามแนวทางที่วางไว้ตัวเลขมูลค่าทางเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ประมาณการไว้


