สั่งเตรียมพร้อม ICAO ตรวจความปลอดภัยด้านการบิน ลุ้น FAAสหรัฐขยับสถานะไทยปีนี้
กบร.เคาะแผนความปลอดภัยการบิน รอ ICAO ตรวจการบ้าน 11-21 ก.พ.นี้ พร้อมเร่งแก้ข้อบกพร่องปลดล็อคกฏเหล็กการบินสหรัฐ
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) ครั้งที่ 1/2563 ว่า ที่ประชุมอนุมัติการแก้ไขปรับปรุงแผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติฉบับแก้ไขครั้งที่ 1 พ.ศ. 2561 และแก้ไขปรับปรุงแผนอำนวยความสะดวกในการบินพลเรือนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 ซึ่งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) จะนำเสนอร่างประกาศคณะกรรมการการบินพลเรือน เรื่อง แผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ พ.ศ. 2563 แผนรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนแห่งชาติ ฉบับแก้ไขครั้งที่ 2 พ.ศ. 2563 และแผนอำนวยความสะดวกในการบินพลเรือนแห่งชาติ พ.ศ. 2563 ให้รมว.คมนาคมลงนามในประกาศฯ เพื่อประกาศใช้แผนฯ ต่อไป ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และเตรียมความพร้อมรับการตรวจสอบจาก ICAO ระหว่างวันที่ 11–21ก.พ. 2563
นอกจากนี้ที่ประชุมยังรับทราบผลการเข้าร่วมการประชุมภายใต้โครงการ Technical Assistance กับองค์การบริหารการบินแห่งสหรัฐ (FAA) ตามที่ FAA ได้เข้าดำเนินการตรวจสอบประเมินความปลอดภัยการบินระหว่างประเทศกพท. ในปี 2558 และได้ประกาศให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มที่ 2 (Category 2 Rating) จากผลการตรวจสอบในเดือนมีนาคม 2562 พบว่า กพท. มีข้อบกพร่องจำนวน 26 ข้อ ซึ่ง กพท. ได้จัดทำแผนการแก้ไขข้อบกพร่อง นำเสนอความคืบหน้าการแก้ไขข้อบกพร่องและแสดงความพร้อมก่อนรับการตรวจสอบประเมินความปลอดภัยการบินระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ได้ดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จจำนวน 11 ข้อ ส่วนข้อบกพร่องที่เหลือคาดว่าจะสามารถดำเนินการแก้ไขได้ตามกำหนดเพื่อปรับระดับการจัดกลุ่มของประเทศให้อยู่ใน Category 1 ซึ่งได้สั่งการให้ กพท. จัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ในการดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าวด้วย ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำการแก้ไขข้อบกพร่องต่อ FAA และปรับมาตรฐานจากระดับ 2 (Category 2) เป็นมาตรฐานระดับ 1 (Category 1) ภายในปี 2563
นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ได้หารือถึงการดำเนินงานเพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ได้กำชับในมาตรการเฝ้าระวัง กับทุกสายการบินที่มีเที่ยวบินเข้าออกประเทศไทยและทุกสนามบินให้รับทราบ หากพบผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อให้ปฏิบัติตามวิธีการและหลักเกณฑ์ กพท.กำหนด และให้บูรณาการกับทุกหน่วยงาน เช่น กระทรวงสาธารณสุข กรมแพทย์ทหาร เพื่อเข้ามาช่วยกันดูแลป้องกัน


