ฟิลิปปินส์หวังไทยถอนฟ้องบุหรี่ ก่อนตัดสินใจขึ้นภาษีรถยนต์จากไทย

วันที่ 23 ม.ค. 2563 เวลา 09:22 น.
ฟิลิปปินส์หวังไทยถอนฟ้องบุหรี่ ก่อนตัดสินใจขึ้นภาษีรถยนต์จากไทย
ฟิลิปปินส์ยังหวังเจรจาไทย กรณีพิพาทภาษีบุหรี่นำเข้า โดยไม่ต้องตอบโต้การค้าขึ้นภาษีรถยนต์นำเข้าจากไทย

นายรามอน เอ็ม. โลเปซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมฟิลิปปินส์ (DTI) ยังคงมีท่าทีใจเย็น หลังส่งจดหมายเจรจาต่อรองถึงฝ่ายไทย เพื่อแสดงความหวังว่าในที่สุดแล้วประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนแห่งนี้จะเคารพในการตัดสินขององค์การการค้าโลก (WTO) โดยยุติการเลือกปฏิบัติปรพเด็นภาษีกับบุหรี่นำเข้าจากฟิลิปปินส์

“เราได้เขียนจดหมายเจรจาต่อรองถึงฝ่ายไทย” นายโลเปซกล่าวเมื่อผู้สื่อข่าวถามเกี่ยวกับสถานการณ์เกี่ยวกับมาตรการตอบโต้ทางการค้าต่อประเทศไทยที่รัฐบาลวางแผนไว้ เขาระบุว่าจดหมายถูกส่งไปตั้งแต่สัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม DTI มีแผนที่จะกำหนดอัตราสำหรับมาตรการลงโทษทางภาษีสำหรับรถยนต์นำเข้าจากประเทศไทยหากประเทศไทยยังคงไม่ปฏิบัติตามคำตัดสินขององค์การการค้าโลก

จากกรณีที่ศาลอาญาไทยได้กำหนดโทษปรับ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,200 ล้านบาท) กับฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) จากข้อกล่าวหาการสำแดงราคาบุหรี่นำเข้าจากฟิลลิป มอร์ริส ฟิลิปปินส์ ต่ำกว่าความเป็นจริง นายโลเปซกล่าวว่ารัฐบาลฟิลิปปินส์สามารถใช้คำตัดสินดังกล่าวเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงขัดขืนต่อคำตัดสินของ WTO อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี นายโลเปซ กล่าวว่า DTI ยังไม่ได้แจ้ง WTO อย่างเป็นทางการในเรื่องการตัดสินใจที่จะใช้สิทธิ์มาตรการตอบโต้จากการที่ประเทศไทยไม่ปฏิบัติตามคำตัดสินก่อนหน้านี้นายโลเปซกล่าวว่าฟิลิปปินส์ต้องการรอให้ถึงไตรมาสแรกของปี 2563 เพื่อให้โอกาสประเทศไทยในการดำเนินการยกเลิกการเลือกปฏิบัติทางภาษีในการส่งออกยาสูบของพวกตน ในความพยายามครั้งสุดท้ายก่อนที่ประเทศฟิลิปปินส์จะใช้สิทธิตอบโต้การค้ากับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนแห่งนี้

“เราจะทำงานนี้ให้แล้วเสร็จในปีหน้า หรือภายในเดือนมกราคมปีหน้าเราน่าจะเตรียมการบางอย่างได้พร้อม” เขาระบุด้วยว่านี่จะเป็นความพยายามครั้งสุดท้ายที่จะทำให้ประเทศไทยปฏิบัติตามคำตัดสินดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้แทนฟิลิปปินส์ประจำองค์การการค้าโลกในกรุงเจนีวาได้รับแจ้งถึงแผนของประเทศในการออกมาตรการตอบโต้ประเทศไทยแล้ว

ทั้งนี้ รัฐบาลฟิลิปปินส์กำลังศึกษาวิธีการตอบโต้ทางการค้าที่เป็นไปได้อย่างจริงจัง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นมาตรการภาษีอากรสำหรับการส่งออกรถยนต์ของไทยไปยังฟิลิปปินส์ เพื่อตอบโต้ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนนี้ที่ยังคงปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำตัดสินของ WTO ในเรื่องภาษีบุหรี่

ขณะที่ นายเซเฟอร์ริโน เอส. โรดอลโฟ ปลัดกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม (DTI) ของฟิลิปปินส์กล่าวว่ากระบวนการดำเนินการตอบโต้นั้นสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว แต่นายโลเปซ เน้นย้ำว่า “เราต้องศึกษาให้ดี” โดยระบุว่าจะยังคงมีการเจรจาก่อนและหวังว่าประเทศไทยจะชดเชยความเสียหายที่เกิดจากการส่งออกบุหรี่

นายโรดอลโฟกล่าวเพิ่มเติมว่ารัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ทำตามข้อตกลงตามลำดับทั้งหมดกับประเทศไทยที่ลงนามร่วมกันใน พ.ศ. 2555 เกี่ยวกับการระงับข้อพิพาทภาษีบุหรี่ หรือ DS 371 ต่อหน้า WTO ฟิลิปปินส์ชนะคดีที่มีกับไทยทุกคดีจากการตัดสินของ WTO แต่ประเทศไทยก็ยังคงไม่ยอมปฏิบัติตามคำตัดสินดังกล่าว

ตามกฎของ WTO ประเทศฟิลิปปินส์มีสิทธิ์ที่จะตอบโต้ โดยทั่วไปผู้ร้องเรียนอาจทำการระงับสิทธิประโยชน์หรือข้อผูกพันในภาคธุรกิจเดียวกันที่พบว่ามีการละเมิดหรือบกพร่อง อย่างไรก็ตามหากผู้ร้องเรียนเห็นว่าไม่สามารถทำได้หรือไม่ได้ผลเพียงพอหากตอบโต้ในภาคอุตสาหกรรมเดียวกัน การลงโทษทางการค้าอาจทำในภาคอุตสาหกรรมที่ต่างกันได้นายโรดอลโฟอธิบายว่าเนื่องจากฟิลิปปินส์ไม่ได้นำเข้ายาสูบประเทศไทยมากนัก การตอบโต้ด้วยผลิตภัณฑ์เดียวกันนั้นจะไม่ยุติธรรมต่อความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการที่ประเทศไทยลงโทษทางการค้ากับสินค้าส่งออกของฟิลิปปินส์อย่างผิดกฎหมาย

“เราจึงมุ่งไปที่ยานยนต์ เพราะนั่นคือสินค้าที่เรานำเข้าจากไทยมากที่สุด” เขากล่าวประเทศไทยเป็นแหล่งนำเข้ารถยนต์อันดับหนึ่งของฟิลิปปินส์ จากปี 2557 ถึงปี 2561 ฟิลิปปินส์นำเข้ารถ 428,000 คันจากประเทศไทย เหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้มาตรา HS 8703 และ 8704 หรือพิกัดภาษีสำหรับรถยนต์ที่ใช้สำหรับการขนส่งของบุคคลและสินค้า สินค้าที่ฟิลิปปินส์นำเข้าจากประเทศไทยมากเป็นอันดับที่สามคือข้าว

“เรากำลังพิจารณาสิทธิในการตอบโต้การส่งออกผลิตภัณฑ์ยานยนต์จากประเทศไทยอย่างจริงจัง” นายโรดอลโฟกล่าว ภายใต้ข้อตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน ผลิตภัณฑ์ยานยนต์ที่ผลิตภายในภูมิภาคและการค้าขายระหว่าง 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนจะไม่มีภาษี