แท็กซี่สุวรรณภูมิ เตรียมบุกกระทรวงคมนาคม 7 พ.ย.นี้ ขอขึ้นค่าแท็กซี่สนามบิน-ต่ออายุรถแท็กซี่

วันที่ 26 ต.ค. 2562 เวลา 16:30 น.
แท็กซี่สุวรรณภูมิ เตรียมบุกกระทรวงคมนาคม 7 พ.ย.นี้ ขอขึ้นค่าแท็กซี่สนามบิน-ต่ออายุรถแท็กซี่
กลุ่มแท็กซี่สุวรรณภูมิ บุกกระทรวงคมนาคมทวงถามความคืบหน้าการปรับขึ้นค่าโดยสาร ค่าเซอร์ชาร์จ และแก้ไขปัญหาแกร็บ หลังก่อนหน้านี้เจ้ากระทรวงคมนาคม สั่งการให้ ขบ.เร่งศึกษาแก้ไขปัญหาแกร็บภายใน 1 เดือน รายงานข่าว เผยว่าหลังจากเพจเฟซบุ๊กกรมการขนส่งทางบก โพสต์ภาพ พร้อมข้อความระบุว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการให้บริการรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอปพลิเคชันว่า

ขณะนี้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้ประชุมและกำหนดกรอบแล้ว เช่น กำหนดรายละเอียด ของผู้ให้บริการตัวแอปพลิเคชัน และผู้ประกอบการรถรับจ้างสาธารณะที่จะเข้ามาใช้แอปฯ คาดว่าเดือนนี้ (ต.ค.) จะยกร่างกฎกระทรวงเสร็จ และเสนอกระทรวงคมนาคมในต้นเดือนพฤศจิกายนเพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็น

จากนั้นจึงจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดว่า จะสามารถลงนามประกาศได้ภายในเดือนมีนาคมปีหน้า

นายพัลลภ ฉายินธุ คณะทำงานจัดระเบียบรถบริการสาธารณะภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ขณะนี้ถือว่าครบเวลาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรับปากว่าจะแก้ไขปัญหา แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อจากกรมการขนส่งทางบก พร้อมยอมรับว่า ไม่เห็นด้วย กับการที่ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันสามารถกำหนดราคาเองได้ เพราะอาจจะเป็นการเปิดช่องให้เกิดการแทรกแซงราคาค่าโดยสารนอกจากนี้ ยังขอให้มีการพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสาร หลังจากยังไม่ได้ปรับขึ้นมานานถึง 6 ปีแล้ว โดยกิโลเมตรแรกจากเดิมอยู่ที่ 6 บาท เป็น 6 บาท 50 สตางค์ รวมถึงการปรับค่าเซอร์ชาร์จในสนามบิน ตลอดจนการยกเลิกแท็กซี่โอเค และแท็กซี่วีไอพี รวมถึงขยายอายุรถแท็กซี่ให้บริการในปัจจุบันจาก 9 ปีเป็น 12 ปี

ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ขัดข้องหากให้แอปพลิเคชันแกร็บดำเนินการถูกกฎหมาย แต่ต้องรับผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันเท่านั้น และไม่สามารถจอดรอรับส่งผู้โดยสารที่สนามบินและสถานีขนส่งได้ โดยจะเดินทางไปทวงถามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา ในวันที่ 7 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. ที่กระทรวงคมนาคม

ขณะที่นายศดิส ใจเที่ยง นายกสมาคมแท็กซี่สาธารณะไทย กล่าวว่า หลังจากที่ดำเนินการเรียกร้องค่าโดยสารและค่าเซอร์ชาร์จแต่ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาทางกลุ่มแท็กซี่สุวรรณภูมิจะดำเนินการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ โดยจะไม่ให้บรรทุกกระเป๋าเพิ่ม โดยจำนวนผู้โดยสารและกระเป๋าจะต้องเท่ากัน หากมากกว่านั้นจะต้องเรียกคันใหม่เพิ่ม

ด้านนายสันติ ปฎิภาณรัตน์ ผู้ประสานงานกลุ่มคณะทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนรถรับจ้างสาธารณะ เปิดเผยว่า ขณะนี้ถือว่าเลยกำหนดเวลา 1 เดือนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสั่งการให้ ตั้งคณะทำงานร่วมกับกรมการขนส่งทางบกแล้ว ซึ่งจนถึงตอนนี้ไม่ได้มีการสอบถามความคิดเห็นจากกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง

ขณะที่การสั่งการให้กรมการขนส่งทางบกประสานไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องแอปพลิเคชันที่กระทำผิดกฎหมาย ว่าเป็นการดำเนินการถูกต้องหรือไม่ กลับมีหนังสือตอบกลับจากกรมการขนส่งทางบกว่า จะต้องดำเนินการเอง

จึงมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหา พร้อมยืนยันว่ากรมการขนส่งทางบกต้องดำเนินการตามกฎหมาย และให้มีตัวแทนกลุ่มเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาด้วย