'สนธิรัตน์' ขันน๊อตข้าราชการพลังงาน อีก 3 เดือนนโยบายเร่งด่วนต้องเสร็จ
รมว.พลังงานระดมสมองผู้บริหาร สั่งการบ้านนโยบายเร่งด่วน ปีนี้ต้องเห็นโรงไฟฟ้าชุมชน กำชับกฟผ.ร่นเวลาสร้างโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ฯเร็วขึ้น
รมว.พลังงานระดมสมองผู้บริหาร สั่งการบ้านนโยบายเร่งด่วน ปีนี้ต้องเห็นโรงไฟฟ้าชุมชน กำชับกฟผ.ร่นเวลาสร้างโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ฯเร็วขึ้น
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงพลังงานถึงแผนขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วน (Policy Quick Start)ว่า นโยบายหลักของกระทรวงพลังงานคือ Energy for All ซึ่งในภาพรวมมีประเด็นที่ต้องดำเนินการจำนวนมากหลายประเด็น โดยโครงการเร่งด่วน จะต้องแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน
ทั้งนี้โครงการสำคัญ ประกอบไปด้วย โครงการด้านไฟฟ้า ได้แก่ การจัดตั้งโรงไฟฟ้าชุมชนโมเดล 1 การปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ(พีดีพี2018) การใช้และการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน การส่งเสริมรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
ด้านน้ำมัน ได้แก่ ส่งเสริมการใช้ B10 เป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐาน การกำกับการแก้ปัญหาฝุ่น PM.2.5 แผนบริหารเอทานอลที่นำมาเป็นส่วนผสมเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล การส่งเสริมปั๊มชุมชน การปรับปรุงโครงสร้างราคาน้ำมันและก๊าซ การบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง การพิจารณาแผนน้ำมัน (Oil Plan)
ด้านก๊าซ ได้แก่ การช่วยค่าครองชีพลดค่าก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เพื่อเร่งทดสอบระบบการส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติ(TPA) การพิจารณาแผนก๊าซ(Gas Plan)
“การประชุมครั้งต่อๆไปผมจะเริ่มตรวจการบ้านว่าสิ่งที่ได้มอบหมายไปมีการขับเคลื่อนได้เป็นไปตามแผนหรือไม่ถ้ามีอุปสรรคที่ภาคราชการซึ่งลำพังเฉพาะกระทรวงพลังงานอาจแก้ไขไม่ได้ ผมจะผลักดันในภาพใหญ่ของรัฐบาลเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาไปได้”นายสนธิรัตน์ กล่าว
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้มอบให้หน่วยงานนำประเด็นเหล่านี้ไปจัดทำขั้นตอนการดำเนินงาน เพื่อบรรลุเป้าหมาย ที่ชัดเจนภายในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 และให้กองยุทธศาสตร์และแผนงาน (กยผ.)สรุปจัดทำแผนเสนอต่อที่ประชุมเพื่อขับเคลื่อนประเด็นนโยบายต่อไป
ด้านนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รมว.พลังงาน เร่งรัดให้ กฟผ.ปรับแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี 2 แห่ง รวมกำลังผลิต 1,400 เมกะวัตต์ สร้างให้เร็วขึ้น 2-3 ปี จากเดิมปี 2570-2571 เป็นปี 2568-2569 ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 7 หมื่นล้านบาท เนื่องจากภายหลังโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ชะลอไปโดยไม่มีกำหนดในขณะที่กำลังผลิตไฟฟ้าในภาคใต้ยังไม่พอเพียงต้องปริมาณความต้องการใช้


