พักหนี้ผู้ประกอบการจมน้ำ 122 ล้านบาท เร่งฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรม 4 จังหวัดอีสาน

  • วันที่ 13 ต.ค. 2562 เวลา 15:46 น.

พักหนี้ผู้ประกอบการจมน้ำ 122 ล้านบาท เร่งฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรม 4 จังหวัดอีสาน

'สุริยะ' ควงหน่วยงานพันธมิตรลงพื้นที่จัดคลินิกอุตสาหกรรมเคลื่อนที่ ซ่อม สร้าง ฟื้นฟู 4 จังหวัด ภาคอีสานพร้อมช่วยผู้ประสบอุทกภัยพักชำระหนี้ กว่า 122 ล้านบาท

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ภายใต้ 7 มาตรการ “ทำทันที”ซ่อม สร้าง ฟื้นฟู ช่วยผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ 4 จังหวัด ประกอบด้วยจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และร้อยเอ็ด โดยได้ร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือแบงก์เอสเอ็มอี พักชำระหนี้ให้กับลูกค้ารายเดิมที่ประสบอุทกภัย พร้อมจัดกิจกรรมคลินิกอุตสาหกรรมเคลื่อนที่ ให้บริการคำปรึกษาแนะนำ แก่ผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัยอย่างครบวงจร และลงพื้นที่เยี่ยมเยือนผู้ประกอบการโรงงาน SMEs และวิสาหกิจชุมชนที่ประสบอุทกภัยเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ และร่วมทำความสะอาด (Big cleaning) ซ่อมแซม ฟื้นฟูอุปกรณ์ อาคาร และเครื่องจักรให้กับสถานประกอบการ

ทั้งนี้จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาส่งผลกระทบภาคอุตสาหกรรม ได้รับความเสียหาย 190 ราย มูลค่า ความเสียหาย 196,540,000 บาท ทางแบงก์เอสเอ็มอี ได้ดำเนินการพักชำระหนี้ให้กับลูกค้ารายเดิมที่ประสบอุทกภัย รวม 67 ราย วงเงินทั้งสิ้น 122.9 ล้านบาท พร้อมทั้งลดดอกเบี้ยเงินกู้ และขยายเวลาผ่อนชำระหนี้

รวมทั้งอยู่ระหว่างอนุมัติสินเชื่อ ของเงินทุนหมุนเวียนฯ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสินเชื่อตามมาตรการต่างๆ ของแบงก์เอสเอ็มอี เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องและฟื้นฟูกิจการให้กับผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัย กว่า 190 ราย แบ่งเป็นโรงงานอุตสาหกรรม 71 ราย วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) 38 ราย วิสาหกิจชุมชน (โอทอป) และบุคคลธรรมดา จำนวน 79 ราย และ เหมืองแร่ 2 รายและมีบริการให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัยอย่างครบวงจร

ทั้งด้านการเงินและฟื้นฟูปรับปรุงสถานประกอบการ ให้กลับมาดำเนินกิจการได้โดยเร็ว เพื่อช่วยเหลือสถานประกอบการและประชาชนที่ประสบอุทกภัยภายหลังน้ำลด มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 2,625 คน และยังมีการสำรวจโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อพิจารณายกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีและให้บริการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักรให้สามารถนำเครื่องจักรที่จดทะเบียนแล้วไปจำนองเป็นทุนในการดำเนินกิจการได้ จำนวน 53 โรง

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ได้จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำ (ศูนย์ SMEs Support & Rescue Center : SSRC) ให้แก่ผู้ประกอบการโรงงานเอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน และผู้ที่สนใจ ทั้งด้านการเงิน และด้านอื่นๆ เช่น การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลทางการเกษตร การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ และร่วมกับ ปตท. บริษัทรถยนต์ชั้นนำ และสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยการอาชีพ วิทยาลัยสารพัดช่าง

นอกจากนี้ยังจัดส่งบุคลากร ช่างยนต์ รวมกว่า 200 คน เพื่อให้บริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถสำหรับใช้ทางการเกษตร พร้อมเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้บริการตรวจเช็คและซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าฟรีให้แก่ประชาชน รวม 2,239 รายการ โดยมีประชาชนนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ มารับบริการ แบ่งเป็น รถยนต์ 515 คัน รถจักรยานยนต์ 1,316 คัน รถสำหรับใช้ทางการเกษตร 126 คัน และเครื่องใช้ไฟฟ้า 282 เครื่อง และยังจัดให้มี “ครัวอุตสาหกรรม” สำหรับให้บริการอาหาร อาหารว่างและเครื่องดื่ม ให้กับ ผู้เข้าร่วมงาน และมอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม ข้าวสาร สเปรย์กันน้ำกัดเท้า รวมทั้งให้บริการตัดผมชายฟรีตลอดการจัดงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปิดท้าย

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ